ตอนที่ 297
บทที่ 297 เรื่องไปกันใหญ่แล้ว
October 28, 2026
คนเหล่านี้ต่างก็ยกเอาความสงสัยของตัวเองพูดกันออกมา
คนอื่น ๆ ได้ฟังแล้วก็ขมวดคิ้วกันน้อย ๆ
เหตุผลก็ชัดเจนว่าก็คือเหตุผลนี้แหละ
เบื้องหลังของเรื่องนี้จัดว่าอันตรายมีมาเป็นตอน ๆ เซียวกงหมิงจะไม่คำนึงถึงจุดนี้เลยจริงหรือ?
พวกเขาก็มองไปที่เซียวกงหมิงด้วยความฉงน
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเซียวกงหมิงกลับไม่เห็นปรากฏมีอะไรกังวลสงสัย แต่กลับค้อมตัวลง มองไปที่เฉินอี
“คุณเฉินครับ ท่านก็คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากนัก จะให้ผมทำอย่างไรโปรดบอกมาให้ชัดเจนเลย ผมเซียวกงหมิงขอสู้อยู่เคียงข้างท่านจนถึงที่สุด”
น้ำเสียงของเซียวกงหมิงเต็มไปด้วยความหนักแน่นจากใจจริง
เขาเข้าใจอยู่อย่างดี ตระกูลเซียว ณ ขณะปัจจุบันดูเมือนรุ่งเรือง แต่แท้ที่จริงนั้นข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง ถ้ายังคงปล่อยต่อไป เป็นไปได้แน่นอนว่าจะต้องถูกกลืนหายไปได้ทุกเมื่อ
ยิ่งคิดกันมาถึงจุดนี้ หลายคนต่างเบือนสายตากันออกไป และไม่ทันไรก็ไปลงตรงเงาร่างคนผู้หนึ่งที่ห่างไปไม่ไกลนัก
นั่นคือมังกรเขียว
เซียวกงหมิงก็แอบนึกตื่นใจอยู่ เฉินอีคนนี้ไม่ธรรมดาเอาเลยจริง ๆ
ถ้าว่าในตอนที่ยังไม่รู้ชัดถึงฐานะศักดิ์ของเฉินอี เซียวกงหมิงก็คงยังนึกเป็นว่าแค่นักหมัดมวยธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง
แต่มาดูตอนนี้ นี่ไม่ใช่นักหมัดมวยธรรมดาทั่วไปแน่นอน แต่เป็นคนระดับทรงพลังที่แกร่งกล้ายากจะหาเทียบได้
คิดมาถึงจุดนี้ นัยน์ตาเซียวกงหมิงทอเป็นประกาย
“หากแม้นคนที่อยู่เบื้องหน้านี้คือเจ้ามังกรสำนักมังกรลับ คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขานั้นย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่เรียกขานว่ามังกรเขียว นั่นก็ต้องเป็นราชามังกรเขียวอีนเป็รหนึ่งในสี่ราชาทั้งสี่แห่งสำนักมังกรลับ คนระดับนี้ มาอยู่ในประเทศพวกเรานี่ก็ต้องอยู่ระดับข้าหลวงใหญ่ ตำแหน่งขั้นก็คือรองลงจากคุณเฉิน นี่ก็เป็นการบ่งชัดถึงคุณเฉินอีท่านนี้มีบริวารแขนขาที่ไม่ใช่ธรรมดา”
เซียวกงหมิงเป็นคนฉลาด เขามองออกถึงทั้งหมดนี้ได้อย่างรวดเร็ว
สถานะของมังกรเขียวก็เป็นที่ชัดเจนแล้ว
คนอื่น ๆ ก็มีไม่น้อยที่พอจะดูออกกันบ้างเพียงแต่ไม่กล้าส่งเสียง
เฉินอีก็มองออกถึงความรู้สึกของเซียวกงหมิงจากแววตาของเขา ยิ้มให้น้อย ๆ แล้วพูดว่า “คุณเซียว ท่านเป็นคนที่ฉลาดเอามากเลยทีเดียว”
“ทว่าเรื่องที่ผมจะให้คุณไปทำนั้นมีอันตรายเอามาก แม้นพลาดท่าไปเพียงนิดเดียวผลก็จะกลายเป็นศพกันเลย ตามรูปแบบนี้คุณยังยืนยันจะทำต่อไปอีกไหม?”
นัยน์ตาของเฉินอีก็ทอเป็นประกายออกมา
เขาไม่ได้ต้องการเพียงคำตอบคำเดียวจากฝ่ายตรงข้าม ที่มากกว่าต้องการคือท่าที การปฏิบัติการทุกอย่างจำเป็นต้องมีความมุ่งหมายที่ชัดเจนออกมาจึงจะใช่
ตามติดกับคำพูดถ่ายทอดออกไป พวกกลุ่มคนของตระกูลเซียวส่อความรู้สึกลำบากใจออกมาทางสีหน้า แต่ก็ได้หายไปกลับเป็นสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว
“ผมเข้าใจครับ”
“คุณเฉิน ผมทราบดีแน่นอนอยู่แล้วว่านาทีต่อไปนี้มีแต่อันตราย ถ้าไม่อันตราย ผมคิดว่าท่านคงไม่มาหาผมมั้ง”
“ที่แน่นอนอยู่ว่า ตระกูลเซียวเล็ก ๆ ไม่ถึงกับทำให้ท่านต้องกลัวอยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าที่ท่านกังวลน่าจะเป็นอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังตระกูลเซียวมัง?”
ความฉลาดของเซียวกงหมิงเป็นเรื่องจริง แค่มองก็รู้ถึงเรื่องกังวลในใจของเฉินอี
เฉินอีไม่ปริปาก นั่นก็เป็นการยอมรับกับคำพูดนี้
เซียวกงหมิงยิ้มเล็กน้อย หลังจากนั้นเป็นเสียงลอดเบา ๆ ไม่กี่พยางค์-----
“ตระกูลฉู่”
“อะไรนะ?”
“ตระกูลฉู่ ก็คือลูกหลานของราชาฉู่ในสมัยก่อนนั้น”
เซียวกงหมิงพูดต่อ ครั้งนี้เฉินอีได้ขมวดคิ้วเข้าเล็กน้อย เป็นที่แน่ชัดได้ว่าตระกูลฉู่อะไรนั่นไม่ใช่ตระกูลเศรษฐีภาคเหนือธรรมดาทั่วไป
“ราชาฉู่?”