ตอนที่ 299
บทที่ 299 งานเลี้ยงลอบสังหารกำลังจะเริ่มขึ้น
October 28, 2026
เซียวจ้านถูกลูกน้องคนสนิทรั้งตัวไว้แน่น พอได้ฟังคำอธิบายของลูกน้องคนสนิทจึงได้ยอมหยุดอย่างเสียไม่ได้
“เอาละ ข้ารู้แล้ว แต่ปล่อยให้ไอ้พวกนั้นวุ่นวายอยู่ต่อหน้าต่อตา ข้าก็หงุดหงิดใจจริง ๆ หวะ”
เซียวจ้านก็ยังคงหงุดหงิดใจอยู่ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเรื่องไม่ได้ง่าย ๆ อย่างที่เห็นกันอยู่เบื้องหน้า
ยิ่งคิดได้มาถึงประเด็นนี้ พวกคนเหล่านี้แต่ละคนก็ก้มหัวนิ่ง
ความจริงไม่ได้อยู่เพียงเซียวจ้าน คนอื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่หงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็เข้าใจกันได้ว่าเรื่องไม่ได้ง่าย ๆ อย่างที่เห็นกันอยู่เบื้องหน้า
คิดจะหยุดเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ในเวลาอันสั้น ไม่ใช่ความเป็นจริงที่จะเป็นไปได้เลย
เวลานี้ในตระกูลเซียวพูดได้ว่าโชยเต็มด้วยกลิ่นคาวกลางฝนเลือด อิทธิพลของเซียวกงหมิงใหญ่ไพศาล เพียงถ้าเขาอยู่ในเขตุอิทธิพลของเขา นั่นก็ไม่มีทางที่จะจับตัวเขาได้ อย่างน้อยก็ทำไม่ได้ในเวลาสั้น ๆ
ทว่าพวกระดับใหญ่นอกตระกูลเซียวที่เป็นฝ่ายเดียวกับเซียวกงหมิง ก็ได้โดนคิดบัญชีอย่างโหดเหี้ยมไปแล้วหลายคน ก็เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกพูดอะไรกันไม่ออกอย่างสุด ๆ
“ดู ๆ ไปแล้วความวุ่นวายในครั้งนี้ยิ่งจะลุกลามรุนแรงขึ้นแล้ว ถ้ายังไม่สามารถปัดเป่าสถานการณ์เบื้องหน้านี้ได้ ผลที่ตามมาคงจะคิดอะไรไม่ได้เลย”
หลายคนล้วนแต่รู้สึกหนังตาเขม่น พวกเขายิ่งเข้าใจได้ว่าเรื่องไม่ได้ง่าย ๆ อย่างที่เห็นกันอยู่เบื้องหน้า
ไม่เพียงแต่พวกเขา ให้แม้แต่เซียวหยูที่มั่นใจในแนวโน้มสถานการณ์ที่จะต้องได้เป็นประธานผู้จัดการใหญ่ตระกูลเซียวก็ยังให้รู้สึกมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่
“มองดูแล้ว ไอ้เจ้าเซียวกงหมิงคนนี้มันมีความคิดกบฏเป็นแน่แล้ว ไม่อย่างนั้นไฉนจึงไม่อยู่กับบ้านเฉย ๆ อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวนะ!”
เซียวหยูพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด
เขาเข้าใจดีอยู่แล้ว เจ้าซียวกงหมิงคนนี้มีความคิดกบฏอยู่ในใจอยู่แล้ว ไอ้เจ้าคนนิสัยประเภทนี้ควบคุมยากแท้ หากพลั้งเผลอหลุดไป ก็จะต้องเป็นตัวปัญหาใหญ่หลวง
ยิ่งคิดกันมาถึงจุดนี้ มีหลายคนพากันส่ายหน้า
พวกเขาต่างรู้สึกถึงก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยคิดว่าเซียวกงหมิงจะกบฏจริง ๆ แต่มาถึงขณะนี้ดูเหมือนว่าที่ฝ่ายพวกตนคิดไว้มันผิดไปหมด
“ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น พวกเรายังไงก็ต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ภายในเวลาอันสั้น”
เซียวหยูพูดอย่างจริงจัง “ณ ขณะนี้ สภาวการณ์ที่เรากำลังเผชิญนั้นเลวร้ายมาก เพราะจากตระกูลโฮ่เรื่องหนึ่ง อีกมาเพิ่มเรื่องการกบฏของเซียวกงหมิง พวกเราเท่ากับว่าถูกถล่มทั้งภายในและจากภายนอก จะต้องเร่งจัดการปัญหาให้ได้ภายในเวลาอันสั้นจึงจะถูก”
หลายคนต่างพากันผงกหัวเห็นด้วย
แต่คนอื่น ๆ ก็มีหลายคนที่ส่ายหน้ากันนิด ๆ หลังจากนั้นก็มีคนเสนอ “หรืองั้นพวกเราออกหนังสือเชิญ เชิญเซียวกงหมิงมาสักครั้ง คือจัดเป็นงานเลี้ยงลอบสังหาร แน่นอน พวกเราจะไม่เดินตามรอยผิดพลาดของฌ้อป้าอ๋อง อีก คราวนี้พวกเราจะกำจัดเซียวกงหมิงทิ้งเลย”
พวกเขามุ่งหมายอย่างเดียวที่จะกำจัดเซียวกงหมิงทิ้ง ล้วนเพราะว่าเซียวกงหมิงได้กุมข้อมูลภายใน รายงานส่วนลึกของตระกูลเซียวไว้มากมาย หากวันไหนเซียวกงหมิงเกิดมีความคิดกบฏขึ้นมา ก็ควรต้องกำจัดทิ้ง มิฉะนั้นถ้าเซียวกงหมิงเปิดโปงความลับภายในของตระกูลเซียวออกไป นั้นก็จะเป็นผลที่ไม่อยากจะคิดกันเป็นแน่
เซียวหยูฟังจบ ก็ผงกหัวยอมรับในความคิด พูดอย่างจริงจังว่า “แต่พวกเราก็ต้องเตรียมยอดฝีมือให้มากพอกันจึงจะถูกนะ ไม่งั้นผลลงท้ายจะลำบาก”
“พวกแกทุกคน ก็ต้องอย่าทำตัวยืดยาดนัก เพราะเรื่องที่กำลังดำเนินไปอยู่นี้ไม่ใช่คนธรรมดาจะควบคุมกันได้อยู่นะ”
“พวกเราจะมีโอกาสนี้แค่ครั้งเดียว ถ้าไม่สามารถกำจัดเซียวกงหมิงได้ ตัวข้า เรื่องผิดเลี่ยงกฎหมายต่าง ๆ ของพวกแกรวมกระทั่งตระกูลเซียวทั้งตระกูลจะถูกเปิดโปงกันหมด พวกแกจะไม่มีวันได้ของดี ๆ เก็บไว้กินต่อแน่”
คำพูดของเซียวหยู ทำให้ผู้บริหารชั้นสูง ๆ ของตระกูลเซียวสั่นสะท้านเข้าไปถึงใจ
เป็นอย่างที่เซียวหยูว่า พวกเขาทุกคนล้วนไม่มีใครมือสะอาด ถ้าไม่ถูกตรวจพบก็พอให้แล้วกันไป แต่วันไหนถูกเปิดโปง นั่นคงพอจะทำให้ถึงขนาดมวลชนลุกฮือ เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาก็จะต้องตกนรกกันหมกไหม้ไม่มีวันได้ผุดเกิด
!