ตอนที่ 349
บทที่ 349 ความอยากรู้อยากเห็นของเสิ่นเมิ่ง
October 28, 2026
“ตัวประหลาด แถมยังเป็นสุดยอดตัวประหลาด”
เฉินอีได้ยินคำพูดนี้ ก็หัวเราะขึ้นมาทันที
เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้มีความน่ารักอยู่บ้าง
จะต้องรู้ว่าตำแหน่งและสถานะของตัวเอง เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนเลื่อมใสต้องการพึ่งพา ใครกล้าบอกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาด
นอกเสียจากจะเป็นศัตรู
แต่ผู้หญิงคนนี้กลับกล้าพูดออกมา ช่างน่ารักจริง ๆ พูดได้ว่าไร้เดียงสาถึงขีดสุด ไม่อย่างนั้นก็คงไม่พูดคำพูดแบบนี้ออกมาได้
แต่ว่า เขาเองก็ไม่ใส่ใจ เพียงแค่กล่าวอย่างเรียบ ๆ : “ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นอะไร รอไปก่อน รอวันไหนฉันอารมณ์ดี ก็จะปล่อยเธอไปเอง แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เธอต้องอยู่ที่ข้างกายฉันอย่างเชื่อฟังไปก่อน”
ผู้หญิงได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ที่จะกัดฟันกรอด ตนปรารถนาดีคิดแทนเขา สุดท้ายแล้วผู้ชายคนนี้กลับคิดที่จะควบคุมตัวเธอ แถมยังมีท่าทางว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น ช่างเป็นคนที่หน้าด้านไร้ยางอายถึงขีดสุดจริง ๆ
เธอจ้องเฉินอีตาเขม็ง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ผ่านไปครึ่งค่อนวันถึงได้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวอย่างจนใจ: “ช่างเถอะ ไม่ว่าพวกนายจะมีจุดประสงค์อะไร แต่สำหรับตอนนี้ เหมือนว่าฉันจะมีทางเลือกแค่ทางเดียว”
“ทางอะไร?”
เฉินอีถามด้วยความสงสัย
“ฉันจะอยู่ที่ข้างกายนายคอยจับตามองนาย ถ้าหากฉันพบว่านายแกล้งแสดงละคร อย่างว่าแต่ตระกูลเสิ่นเลย ต่อให้เป็นฉันก็จะลงมือจัดการกับนายด้วยตัวเอง”
ข่มขู่ ข่มขู่แบบตรงไปตรงมา
แต่เมื่อเทียบกับการข่มขู่ที่ผ่านมาแล้ว เห็นได้ชัดว่าการข่มขู่ของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ช่างน่ารักสิ้นดี
เฉินอีหัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมา และไม่พูดมากอะไร หันหลังจากไปทันที
ผู้หญิงเองก็ได้เดินตามมา แต่เธอพบว่าไม่ว่าจะเพิ่มความเร็วยังไง ก็ยังถูกเฉินอีทิ้งระยะเอาไว้ด้านหลัง็็็้ั้
“นายให้ฉันติดตามนายไม่ใช่เหรอ? ทำไมนายถึงเดินเร็วแบบนี้ล่ะ?”
“ฉันให้เธอตามฉัน ตอนนี้ก็ตามอยู่ไม่ใช่หรือไง?”
“นี่นาย!”
“เหอะ ๆ”
ผู้หญิงโมโหเป็นอย่างมาก จากนั้นก็กล่าวอย่างจนใจ: “ฉันชื่อเสิ่นเมิ่ง แต่ฉันไม่ใช่คนตระกูลเสิ่น แค่มีแซ่เหมือนกันเท่านั้นเอง”
พูดจบผู้หญิงถึงนึกขึ้นมาได้ว่า ทำไมตัวเองต้องอธิบายด้วย แก้มทั้งสองข้างพลันแดงระเรื่อขึ้นมา
ส่วนเฉินอีนั้นไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด และได้ถามกลับ: “งั้นคนที่ส่งเธอมาชื่ออะไร?”
“เสิ่นเทียนหลง”
“......”
เฉินอีพลันชะงักฝีเท้า ครั้งนี้เขาได้หันหน้ากลับมา และจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วกล่าวอย่างเย็นชา: “เธอบอกว่าเป็นเสิ่นเทียนหลง?"
“ถูกต้อง ทำไมเหรอ?”
เสิ่นเมิ่งเองก็สังเกตเห็นว่าอารมณ์ของเฉินอีได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และถามออกมาโดยสัญชาตญาณ
เฉินอีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็พยายามทำให้จิตใจของตัวเองสงบลง และส่ายหัวกล่าว: “ไม่มีอะไร”
จากนั้นเขาก็หันหลังเดินนำหน้าไป
แน่นอนว่าเสิ่นเมิ่งไม่ใช่คนโง่ จากปฏิกิริยาของอีกฝ่ายในเมื่อสักครู่ เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าเฉินอีจะต้องรู้จักกับคนที่อยู่เบื้องหลังของตนอย่างแน่นอน
นอกจากนี้แล้วเหมือนว่ายังมีความแค้น ไม่เช่นนั้นละก็จะมีอารมณ์แปรปรวนขนาดนั้นได้ยังไง
“แต่ว่าท่านเทียนหลงเป็นบุคคลระดับสูงในกลุ่มมังกร และยิ่งเป็นบุคคลใหญ่โตแห่งกลุ่มฟ้าจะรู้จักกับเฉินอีคนนี้ได้ยังไง”
ความจริงแล้วนับจากเมื่อก่อน เสิ่นเมิ่งก็คิดไม่เข้าใจ ว่าทำไมเฉินอีถึงได้โกรธแค้นตระกูลเสิ่นถึงเพียงนั้น