ตอนที่ 350
บทที่ 350 แฟนเกิร์ลไป๋หลิง
October 28, 2026
ดวงตาของเฉินอีอดไม่ได้ที่จะสั่นคลอน
เหมือนกำลังมองฉินปิงหลัน ทั้งเหมือนกำลังมองในที่ที่ห่างออกไป
เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตัดสินใจยังไง แต่เขาก็ทราบดีว่า ในตอนที่เผชิญหน้ากับตระกูลเสิ่นจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด
แม้ว่าตระกูลเสิ่นจะเป็นตระกูลของคุณแม่ และมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเสิ่นเทียนหลงคนนั้นจะเป็นลุงหรือหน้าของเขา แต่ตนไม่มีทางเลือกอื่น
เพราะในหมู่พรรคพวกพี่น้องของเขาในตอนนั้น มีอยู่หลายคน ล้วนได้ตายภายใต้เงื้อมมือของเสิ่นเทียนหลง
แม้ว่าจะไม่ได้ถูกเสิ่นเทียนหลงฆ่าตายโดยตรง แต่ก็เป็นเสิ่นเทียนหลงที่คอยบงการอยู่ด้านหลังอย่างแน่นอน
เมื่อนึกถึงจุดนี้ขึ้นมา เฉินอีอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
และนี้ก็คือเหตุผลว่าทำไมเมื่อเฉินอีได้ยินชื่อเสิ่นเทียนหลงในก่อนหน้านี้ ถึงได้มีอารมณ์แปรปรวนขนาดนั้น ตอนนี้นึกขึ้นมา บางทีเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่จัดการได้ยากมากเรื่องหนึ่ง แต่เขาไม่มีทางเลือกใด ๆ ได้อีก
“ไม่ว่าต่อมาผมควรจะตัดสินใจแบบไหน แต่สุดท้ายยังไงก็ต้องทุ่มสุดตัวลองดูสักตั้ง ไม่อย่างนั้นละก็ผลที่ตามมาจะต้องไม่ดีแน่”
เขายิ่งกำหมัดแน่นขึ้นกว่าเดิม พยายามอย่างเต็มที่ที่จะคิดหาวิธีที่สมเหตุสมผลออกมาให้ได้ แต่ก็ไม่มีลู่ทางใด ๆ เลย
ฉินปิงหลันก็คอยฟังอย่างเงียบ ๆ ผ่านไปแสนนานถึงได้ยืนมือสองข้างออกมา และพยุงที่ใบหน้าของเฉินอีเบา ๆ และกล่าวเสียงอ่อน: “ฉันไม่สนใจตระกูลเสิ่นอะไรนั่น ฉันแค่ต้องการให้คุณปลอดภัย”
“แต่การตายของคุณพ่อ พวกเราจะต้องมีคำอธิบายบางอย่าง ดังนั้นคุณวางใจเถอะ ต่อไปฉันจะดูแลเรื่องทั้งหมดของกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่เอง จะไม่เป็นภาระให้กับคุณอย่างแน่นอน”
ฉินปิงหลันทราบดี ตัวเองได้อยู่ภายใต้การปกป้องจากเฉินอีถึงได้ผ่านพ้นหนึ่งปีนี้มาได้อย่างสบายใจ แต่เฉินอีมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าที่ต้องไปจัดการ จะกักขังเขาเอาไว้ในเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ตลอดไปไม่ได้ จะเลือกความรักส่วนตัวระหว่างชายหญิงไม่ได้
“ได้”
เฉินอีก็ยิ้มออกมา
เขาในเมื่อก่อนได้ตกอยู่ในห้วงความแค้นของคุณพ่อและพี่น้อง ไม่ตื่นแจ้งขึ้นมาโดยตลอด ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่ โดยเฉพาะในตอนที่ตัวเองมีอาการบาดเจ็บอยู่แล้ว
และตอนนี้พอฟังดูแล้ว เหมือนว่าจะไม่เลวเหมือนกัน อย่างน้อยสำหรับตอนนี้ ฉินปิงหลันไม่ได้เป็นแค่แจกันดอกไม่ที่เอาไว้ตั้งโชว์ และไม่ใช่เพียงแค่ศรีภรรยา ทั้งยังเป็นผู้หญิงแกร่ง
ไม่นาน มังกรเขียวก็เริ่มสอนงานอธิบายข้อมูลเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับฉินปิงหลัน ข้ามูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ ให้ฉินปิงหลันได้รับรู้เรื่องราวและสามารถควบคุมทุกอย่างได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
และจากที่เวลาได้ผ่านไปทีละนิดละน้อย ไม่นานคนมากมายต่างก็ต้องเปลือกตากระตุก
บางทีสำหรับใครหลายคน เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่ไม่เลวเลยจริง ๆ เพราะคนที่สามารถบริหารกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ได้ ต่อให้ไม่ใช่เถ้าแก่ แต่ก็จะต้องเป็นบุคคลใหญ่โตที่เป็นมือหนึ่งแห่งภาคตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่นอน และฉินปิงหลันในเวลานี้ก็เป็นบุคคลเช่นนั้น
เสิ่นเมิ่งคอยติดตามอยู่ที่ด้านหลังขิงฉินปิงหลันตลอดเวลา เธอเองก็ประหลาดใจไม่น้อย
เดิมทีคิดว่าฉินปิงหลันเป็นแค่แจกันดอกไม่ที่มีไว้ตั้งโชว์ มีรูปร่างหน้าตา แต่ไม่มีความสามารถ แต่ตอนนี้ดูแล้ว ฉินปิงหลันคนนี้อาจจะยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอ แต่ทางด้านความสามารถนั้นกลับโดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉินปิงหลันคนนี้เก่งจริง ๆ ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินเฉินอีต่ำไป ผู้หญิงที่สามารถเป็นคู่ครองกับผู้ชายแบบนี้ได้ จะเป็นผู้หญิงธรรมดาได้ยังไงกัน”
ถึงแม้ปากจะพูดอยู่แบบนี้ แต่ภายในใจของเสิ่นเมิ่งกลับรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เหมือนว่าของรักของหวงบางอย่างได้ถูกคนเอาไป ตัวเองปรารถนาแต่กลับไม่ได้มาครอบครอง