ตอนที่ 352
บทที่ 352 ความเย่อหยิ่งของเซียวเทียนหู่
October 28, 2026
ผู้คนจำนวนมากต่างเริ่มรวมตัวกัน และมุ่งหน้ามายังสำนักงานใหญ่กองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่
เมืองฉือ เมืองเล็ก ๆ ในถิ่นทุรกันดารของดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ ในวันนี้ได้ดึงดูดผู้คนมาจำนวนมาก และต่างก็เป็นบุคคลใหญ่โตกันทั้งนั้น เป็นบุคคลใหญ่โตที่ร้ายกาจกว่าตระกูลร่ำรวยอันดับหนึ่งของเมืองฉืออย่างตระกูลหลี่หรือแม้แต่ตระกูลตระกูลหลินในเมื่อก่อนหน้านั้น
ประชาชนในเมืองฉือต่างก็ประหลาดใจเล็กน้อย ต่างคิดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้นั้นมันชักจะแปลกเกินไปแล้ว
แต่เมื่อได้รู้ว่าต่างก็มาเพื่อกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ ประชาชนพวกนี้ก็ได้ปิดปากอย่างว่าง่ายในทัน
พวกเขารู้สถานะของกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ในตอนนี้ดี
อย่าว่าแต่ทั่วทั้งดินแดนตะวันออกเฉียงใต้เลย แค่ที่เมืองฉือเอง กองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่พูดได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่อยู่สูงที่สุด ผู้คนมากมายต่างก็รู้ว่าทางที่ดีหลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องกับกองทุนมูลนิธินี้ได้ก็หลีกเลี่ยง
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ สำหรับพวกคนใหญ่โตที่มาจากเมืองต่าง ๆ ในดินแดนตะวันออกเฉียงใต้เหล่านี้ ก็เป็นอะไรที่พวกเขายากที่จะจินตนาการได้
เพียงแค่ระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็ครอบคลุมไปทั่วดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังจู่ ๆ ก็โผล่มาเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันได้กลายเป็นกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ที่เป็นผู้นำแห่งตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดกำเนิดมาจากเมื่อเล็ก ๆ ที่ไม่เป็นที่สะดุดตาแห่งนี้?
เมืองฉือเล็กเกินไปจริง ๆ และก็อยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป อย่างมากนับเป็นเมืองระดับสาม ถ้าหากต้องการพูดให้ละเอียดก็เป็นเพียงเมื่อระดับสี่ระดับห้าเท่านั้น ในอตีตสามารถมีกองกำลังอย่างตระกูลหลินตระกูลหลี่เติบโตขึ้นมาได้นั้น ก็เพราะมีเครือข่ายในเมืองโจวตู ไม่อย่างนั้นคุณลองเปลี่ยนเป็นคนอื่นดูสิ ดูซิว่าจะสามารถสร้างกองกำลังใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาในเมืองโจวตูได้หรือไม่
แน่นอนว่าเซียวเทียนหู่ก็เข้าใจจุดนี้เช่นกัน
ในฐานะราชาแห่งโลกใต้ดินที่เป็นชาวเมืองฉือโดยกำเนิด เซียวเทียนหู่ในเวลานี้ก็รู้สึกประหม่าจนถึงขีดสุด
จะต้องรู้ว่า ถึงแม้เขาจะมีฐานะเป็นถึงผู้นำกลุ่มเสือฟ้า แต่กลุ่มเสือฟ้าก็ร้ายกาจเฉพาะในเมืองฉือเท่านั้น ถ้ามองไปทั่วทั้งดินแดนตะวันออกเฉียงใต้แล้วกลับไม่นับเป็นอะไรเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเผชิญหน้ากับพวกบุคคลใหญ่โตที่มีฐานะสูงส่งในดินแดนตะวันออกเฉียงใต้เหล่านั้น บุคคลใหญ่โตเพียงคนเดียว แค่ขยับนิ้วก็อาจจะทำให้เซียวเทียนหู่หายวับไปกับตาได้
แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ปัจจุบันเฉินอีไม่ได้กลับมาที่เมืองฉือ เช่นนั้นที่นี่ก็มีเพียงตัวเองที่สามารถพูดอะไรได้ จะให้นายหญิงของตัวเองออกหน้าก็คงไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นละก็เมื่อบอสกลับมาคงต้องโมโหแน่
ยิ่งคิดมาถึงตรงนี้ เซียวเทียนหู่ก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นขึ้นมาภายในใจ แต่ก็ไม่มีทางออกใด ๆ เลย เขาทำได้เพียงทำใจเดินเข้าไปหาพวกบุคคลใหญ่โตเหล่านั้น และกล่าวอย่างนอบน้อม: “ทุกท่าน”
“อืม”
ท่าทีของคนพวกนี้หยิ่งผยองเป็นที่สุด เป็นธรรมดาที่จะไม่เห็นผู้นำเล็ก ๆ ของโลกใต้ดินแห่งหนึ่งอย่างเซียวเทียนหู่อยู่ในสายตา จึงกล่าวออกมาตรง : “ไปบอกให้ฉินปิงหลันออกมาพบพวกเรา”
จุดประสงค์ที่พวกเขามาในครั้งนี้ก็คือบีบบังคับ ต้องการถือโอกาสในตอนที่เฉินอียังไม่กลับมาล้มฉินปิงหลัน มีเพียงแบบนี้พวกเขาถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด
แต่ที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ เซียวเทียนหู่ที่เคารพเกรงใจต่อพวกเขาในเมื่อสักกครู่กลับมีท่าทีเปลี่ยนไปยกใหญ่
“ทุกท่าน นายหญิงของพวกเรามีเรื่องที่ต้องจัดการมากมาย ไม่มีเวลามาพบพวกคุณ เพราะฉะนั้นมีเรื่องอะไรก็พูดกับผมได้เลย
เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ใช้ฉินปิงหลันมาเผชิญหน้ากับทั้งหมดนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีลูกน้องอย่างเขาไว้ทำไมกัน ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่คือเมืองฉือ แม้ว่ากองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่จะเปิดอยู่ที่นี่ แต่โดยรวมแล้วก็เคารพตัวเองเป็นหลัก แต่นอนพี่ชายท่านนั้นก็ได้ไปที่อื่นแล้ว ไม่เช่นนั้นพี่ชายท่านั้นมาด้วย ความมั่นใจของตัวเองก็จะเพิ่มขึ้นมาหน่อย
แน่นอน นอกเหนือจากนี้แล้ว ที่ทำให้เซียวเทียนหู่รู้สึกไม่พอใจที่สุดก็คือ คนพวกนี้กล้าเรียกชื่อนายหญิงของตัวเองโดยตรง ช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย