ตอนที่ 421
บทที่ 421 ฝ่ายที่สาม
October 28, 2026
เถียนปู้เอ้อร์หัวเราะประชดประชัน ทำให้โม่ซานโกรธมาก ชี๋เหอก็โกรธมากเช่นกัน
เขาอายุเพียงสามสิบปี ถึงแม้ว่าเขาของเขาจะถูกขัดให้เรียบไปแล้ว แต่เมื่อเห็นท่านพ่อถูกเหยียดหยามก็ทนไม่ได้อยู่ดี แต่ว่าชี๋หลิงซานกลับหัวเราะอ่อนๆต่อๆกัน นี่จึงทำให้ชี๋เหอเข้าใจขึ้นมาทันที
ใช่สิ ยังมีเฉินอีอยู่
ยังไงพวกเขาก็เคยเตือนไปแล้ว ในเมื่อพวกเถียนปู้เอ้อร์ไม่ยอมฟังละก็เช่นนี้คงโทษตัวเองไม่ได้แล้วล่ะ
บางทีสำหรับตระกูลชี๋สำหรับตระกูลร่ำรวยอื่นๆแล้วปรมาจารย์สุดยอดมากก็จริง แต่ว่าสำหรับเฉินอีคนเดียวละก็ นั้นก็เป็นเพียงมดที่ขนาดใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่งก็เท่านั้น
โดยเฉพาะได้เห็นกระจกรุ่นพิเศษที่ถูกทำลายนั้น ชี๋เหอยังคงรู้สึกกลัวขึ้นมา นั้นเป็นกระจกที่สามารถรับหมัดปรมาจารย์ที่ใส่เข้ามาเต็มแรงได้หลายหมัดเชียวนะ แต่ว่าถูกพังโดยหมัดเดียว ความแรงนี้จะมากแค่ไหนกันเชียว
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังไม่ทำให้เกิดบาดแผลใดๆเลย เหมือนว่าจะไม่รู้สึกเจ็บเลยด้วยซ้ำ เหมือนกับทุบเต้าหู้ให้แหลกอย่างนั้นเลย ให้ความรู้สึกตะลึงมากจริงๆ
“ปรมาจารย์? ไม่ ข้าก็เคยได้ยินนามของปรมาจารย์มาอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะเป็นปรมาจารย์ระดับสูงๆ รวมถึงปรมาจารย์โลกยุทธ์อันดับหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือก็ทำแบบนี้ไม่ได้เช่นกัน หรือว่าความสามารถของเขาจะอยู่เหนือปรมาจารย์ แต่ว่าขั้นที่สูงกว่าปรมาจารย์ คืออะไรล่ะ? มหาปรมาจารย์?”
“สามสิบปี อายุใกล้เคียงกับข้าแต่กลับถึงขั้นมหาปรมาจารย์ อยู่จุดที่เหนือกว่าปรมาจารย์ !”
ชี๋เหอเจ้าตัวก็เป็นคนที่พลังยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา เขามีพรสวรรค์ไม่น้อย บวกกับความเพียรพยายามและเวลาที่สั่งสมมา ความสามารถทั้งตัวพูดได้ว่าไม่ธรรมดามากเลยทีเดียว
ขนาดที่ว่าอยู่ที่โลกภายนอก เขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ว่าเมื่อเทียบกับคนตรงหน้านี้กลับไม่ใช่
อีกทั้ง ว่ากันว่าเฉินอีแข็งแกร่งกว่า อีกทั้งเฉินอีอายุยังไม่ถึงสามสิบ ก็แค่ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดเท่านั้น!
ชี๋เหอยิ่งรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองได้ไปใช้บนตัวหมาซะแล้ว และแน่นอน คนกับคนมันเปรียบเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเปรียบเทียบ ก็จะยิ่งสิ้นหวัง เพราะงั้นชี๋เหอเลยไม่เปรียบเทียบซะเลย แต่กลายเป็นมองดูพวกคนตรงหน้าอย่างขำๆ
แท้จริงเขาก็คาดหวังอย่างยิ่ง อยากเห็นว่าพวกคนของตระกูลเถียนเจอกับเฉินอีละจะเกิดเรื่องแบบไหนขึ้น แต่แล้วเห็นชัดว่าเรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
สำหรับคนส่วนมากแล้ว นี่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยากอะไร แต่ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องง่ายเช่นกัน
“บางทีพวกเราก็ยังพอมีโอกาสอยู่ แต่ว่าต่อจากนี้ก็ควรเป็นเวลาที่จะเดินหน้าต่อแล้ว ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์จะน่าเป็นห่วง”
มีคนจับคาง ช่วงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
นี่เป็นเรื่องยากจริงๆ แต่ก็ถือว่าไม่เลว
เพียงแต่ว่าเฉินอีจะทำตามสิ่งที่พวกเขาคิดไว้จริงหรือ?
แน่นอนว่าไม่!
เฉินอีมองออกตั้งนานแล้วว่าภายในของบริษัทชี๋หลิงเหมือนจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล
“เจ้ามังกร ตามที่ได้รับข่าวจากทางนั้น คนแก่หนึ่งคนคนหนุ่มหนึ่งคนคือประธานชี๋หลิงซานและรองประธานชี๋เหอของบริษัทชี๋หลิง มีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกัน แต่ว่าไม่ใช่ตระกูลฉีแห่งนั้น แต่เป็นตระกูลชี๋”
“บริษัทชี๋หลิงจัดตั้งขึ้นเมื่อสามสิบห้าปีก่อน จากเดิมที่เป็นตระกูลธุรกิจใหม่ที่ถูกคาดหวังจากผู้คนมากมาย แต่เมื่อเก้าปีก่อนได้พัฒนามาถึงระดับหนึ่ง ตระกูลเถียนอยู่ ๆก็เข้าไปเป็นหุ้นส่วน ตอนแรกบริษัทชี๋หลิงก็ต้อนรับอย่างดีอกดีใจ แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ประธานหุ้นส่วนมากมายของบริษัทชี๋หลิงเริ่มไปยืนอยู่ฝั่งเดียวกับตระกูลเถียน ขนาดที่ว่ายกหุ้นส่วนของพวกเขาออกไป ทำให้ตระกูลชี๋ที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ต้องตกลงทันที ตระกูลเถียนก็ได้กลืนกินบริษัทชี๋หลิงไปอีกขั้น และควบคุมบริษัทชี๋หลิงไว้ในกำมือได้ในที่สุด”
เฉินอีได้ยินเช่นนี้ แน่นอนว่าเข้าใจดี จากเดิมเจ้าตัวบริษัทชี๋หลิงดำเนินงานด้วยธุรกิจบริสุทธิ์ เพียงแต่ว่าภายหลังติดกับของคนอื่นเข้าถึงได้กลายเป็นอย่างตอนนี้
แน่นอน เรื่องเล่าแค่นี้จะทำให้เฉินอีรู้สึกสงสารก็อาจจะเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไงวิธีการแบบนี้ก็ถือว่าปกติ อีกแถมเจ้าก็ไม่ได้นับว่าเป็นคนของข้า เพราะงั้นแน่นอนว่าข้าก็ไม่สงสารเจ้าด้วย กลับมีคำหนึ่งให้คือเจ้าโง่