ตอนที่ 451
บทที่ 451 การเปลี่ยนแปลงของเมืองหู้
October 28, 2026
สายตาของเฉินอีจดจ่ออยู่ที่เมืองหู้มาโดยตลอด
แม้ว่าสถานที่แห่งนั้นจะเป็นความโศกเศร้าของเขาก็ตาม
แต่ไม่ว่าอย่างไรที่นั่นก็คือบ้านของเขา เขาเกิดที่นั่นเติบโตที่นั่นและบ้านของเขาก็อยู่ที่นั่น
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว เมืองหู้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศต้าถัง และยังเป็นเมืองสำคัญอีกด้วย จะให้ละทิ้งประชาชนคนบริสุทธิ์นับล้านของเมืองหู้เพียงเพราะความผิดพลาดของคนบางกลุ่มก็คงไม่ได้
เมื่อเฉินอีค่อย ๆ ยืนขึ้น มังกรเขียวและเจ้าเงาเองก็ได้ลุกขึ้นเช่นกัน
พวกเขาต่างก็เข้าใจดี เริ่มจากนี้พวกเขาจะต้องบุกไปที่เมืองหู้ จะต้องปกป้องทุกอย่างเอาไว้โดยใช้เวลาที่น้อยที่สุด
และหลังจากที่เวลาได้ค่อย ๆ ผ่านไป เมืองหู้ในเวลานี้ก็ได้ตกอยู่ในมองควันอันไม่รู้จบ
ตระกูลเฉิน
“ท่านรอง เรื่องก็เป็นแบบนี้ สถานการณ์ต่อไปนี้ของพวกเราแม้ว่าจะดีขึ้นมาหน่อย แต่ผมรู้สึกได้ว่า คนที่มาใหม่พวกนั้นเหมือนจะบ้าระห่ำเป็นพิเศษ ทั่วทั้งเมืองหู้ เกรงว่าคงจะไม่มีอนาคตอีกแล้ว”
ลูกน้องคนหนึ่งได้กล่าวกลับชายชราคนหนึ่ง นี่คืออาจารย์อารองของเฉินอี และก็เป็นบุคคลระดับสูงที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนของตระกูลเฉิน
เขาได้เข้าร่วมปฏิบัติการขับไล่เฉินอีออกไปจากเมืองหู้ในเมื่อแปดปีก่อน แต่นั่นอยู่ภายใต้การแย่งชิงอำนาจในตระกูล นับว่าเป็นเพราะผลประโยชน์ส่วนบุคคล
แต่ในตอนนี้......
“ถ้าหากให้อำนาจหลักตกอยู่ในมือของพวกเขา เช่นนั้นชีวิตหลังจากนี้ของพวกเราใช่ว่าจะดี”
อาจารย์อารองเฉินนวดขมับเบา ๆ เขารู้สึกเหนื่อยใจมากจริง ๆ
เดิมเขาคิดว่าการมาของคนพวกนั้นจะทำให้ตระกูลเฉินก้าวขึ้นมาอีกขั้น
แต่ในตอนนี้ คนพวกนั้นกับสมรู้ร่วมคิดกับตระกูลจง ทรัพย์สินของตระกูลเฉินถูกกลืนเอาไปจนเกือบจะหมด ที่สำคัญที่สุดก็คือ เหมือนว่าคนพวกนี้กำลังเตรียมที่จะลงมือกับประชาชนคนธรรมดาของเมืองหู้
อาจารย์อารองเฉินคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนดีอะไร แต่เขาจะไม่ยอมนิ่งดูดายมองคนพวกนั้นทำเรื่องผิดมนุษยธรรมแบบนั้นต่อเมืองหู้อย่างแน่นอน
คิดไม่ถึงว่าพวกมันคิดจะทำการทดลองเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ในเมืองหู้แห่งนี้!
“นี่มันเป็นเรื่องไร้มนุษยธรรม แม้ว่าจะไม่มีกฎเกณฑ์สากลที่ชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้ทำการทดลองเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ แต่จากศีลธรรม จากความเป็นมนุษย์จะทำแบบนั้นไม่ได้!”
“พวกเขาทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการเหยียบย่ำความเป็นมนุษย์ตามอำเภอใจ!”
อาจารย์อารองเฉินกำหมัดแน่น เขาคิดจะขัดขืน คิดจะต่อต้าน แต่กลับอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง
เพราะอย่างไรเสียต่อกรกับคนพวกนั้น แค่อาศัยตัวเอง เท่ากับเป็นการเดินวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย
แต่ว่า!
“ถ้าหากฉันไม่ออกหน้าละก็ เมืองหู้ก็คงไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป ถึงยังไงตระกูลเฉินของเราก็เคยเป็นผู้นำของเมืองหู้มาก่อน และได้อาศัยความเชื่อถือจากประชาชนชาวเมืองหู้ถึงได้มีทุกวันนี้ได้ ต่อมาก็เป็นพวกเราเองที่ได้ทำมันขึ้นมา แต่นี่ก็ไม่อาจขัดขวางความรักที่พวกเรามีต่อเมืองหู้ได้”
“เพื่อเมืองนี้ ฉันไม่อาจสนใจอะไรได้จริง ๆ ต่อให้ต้องแลกกับชีวิตแก่ ๆ ของฉัน ฉันก็จะต้องขัดขวางคนชั่วร้ายพวกนั้นเอาไว้ให้ได้!”
พูดจบ อาจารย์อารองเฉินก็ลุกขึ้นและเตรียมที่จะเดินออกไปยังด้านนอก ทว่าในตอนนี้เอง คนใส่หน้ากากผีท่าทางดุร้ายหลายคนก็ได้เดินเข้ามา เมื่อเห็นคนพวกนั้น สีหน้าของอาจารย์อารองเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พวกแกเป็นใครกัน?”
อาจารย์อารองเฉินกล่าวไป พลางส่งสัญญาณให้เหล่าลูกน้องรวมตัว เพราะคนพวกนี้จะต้องมาโดยไม่ประสงค์ดีอย่างแน่นอน ดูท่าทางก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร
จริงอย่างที่คิด ชายสวมหน้ากากที่เป็นหัวหน้าคนหนึ่งได้เอ่ยขึ้น: “คนตระกูลเฉิน ก่อนหน้านี้ตระกูลจงได้บอกกับพวกแกไปแล้ว ตราบใดที่พวกแกอยู่เฉย ๆ อย่างว่าง่าย ตระกูลเฉินของพวกแกก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้ แต่แกกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง และยังมีพี่น้อง หลานชาย และหลานสาวพวกนั้นของแก ก็ไม่ค่อยจะเชื่อฟังสักเท่าไหร่”
“แต่ว่าก็ช่างมันเถอะ ยังไงเสียนับจากคืนนี้เป็นต้นไปตระกูลเฉินของพวกแก ยกเว้นผู้หญิงตระกูลจงคนนั้น และคนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของนายหญิงตระกูลเฉินของพวกแกแล้ว คนอื่น ๆ ต่างต้องตายกันหมด”