ตอนที่ 458
บทที่ 458 ตกตะลึงทั้งเครื่องบิน
October 28, 2026
มังกรเขียวลงมืออย่างรวดเร็ว นักฆ่าพวกนั้นยังไม่ทันตั้งตัวกลับต้องสูญเสียพวกไปแล้วหนึ่งคน
“มันฝีมือร้ายกาจมาก พวกเขาไม่ใช่ตัวเก็งของพวกนายเหรอ”
แขกวีไอพีของตระกูลเฉินเอ่ยปากออกมา ก่อนหน้านี้ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิดจนไม่มีใครเห็นรูปร่างได้ถนัด ตอนนี้พอเอ่ยปากออกมาจึงรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง
ส่วนบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างกายเธอก็นิ่งงันไปเช่นกัน ก่อนจะได้สติกลับคืนมาแล้วกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่คนของพวกเรา......”
“???”
แขกวีไอพีของตระกูลเฉินตกอยู่ในอาการช็อก เพราะเธอไม่คิดเลยว่าผู้ที่ลงมือได้อย่างเฉียบขาดผู้นี้จะไม่ใช่บอดี้การ์ดฝั่งตนเอง
บอดี้การ์ดคนอื่นๆ ก็ชะงักงันไปเช่นกัน พวกเขาทำอะไรไม่ถูกอยู่นาน ก่อนที่พวกเขาจะได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง
“คนพวกนี้เป็นนักฆ่าระดับอาจารย์ คนที่จะจ้างพวกเขาได้จะต้องเป็นตระกูลใหญ่ตระกูลโตของประเทศต้าถัง หรืออาจจะเป็นตระกูลนั้น......”
เสียงของผู้บัญชาการเริ่มสั่นเครือ
ในบรรดาบอดี้การ์ดของตน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับอาจารย์และมีเพียงแค่สองสามคน แต่นักฆ่ากลุ่มนี้มีฝีมือในระดับอาจารย์ถึงครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด
แต่ยังดีที่ลำพังฝีมือแค่นี้ ยังไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แต่ส่วนมากไม่มีใครรู้ว่าควรจะตอบโต้กลับไปอย่างไรดี
“บางทีคนกลุ่มนี้อาจจะเป็นคนที่คัตรูของพวกเราส่งมาก็ได้ แต่จะเป็นฝ่ายไหนล่ะ......”
แขกวีไอพีตระกูลเฉินเอ่ยถามขึ้น เมื่อผู้บัญชาการยืนยันข้อมูลจนแน่ใจแล้วจึงสูดอากาศเย็นๆ เข้าไป
“เป็นคนที่องค์กรลายพยัคฆ์ส่งมา พวกมันเป็นองค์กรนักฆ่าฝีมือฉกาจที่สุดในประเทศต้าถัง แถมเก่งกว่าองค์กรเทียนหลัวด้วยซ้ำ”
องค์กรเทียนหลัวถือเป็นองค์กรนักฆ่าฝีมือร้ายกาจมากแล้ว แต่องค์กรนักฆ่าอย่างองค์กรลายพยัคฆ์นี้มีชื่อชั้นที่เหนือกว่าองค์กรเทียนหลัวเสียอีก
บอดี้การ์ดอย่างพวกเขาแค่ต้องเผชิญหน้ากับพวกองค์กรเทียนหลัวก็เข้าขั้นวิกฤตมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงองค์กรนักฆ่าอย่างองค์กรลายพยัคฆ์
“ผู้ชายคนนั้นเก่งมาก เวลาแค่นาทีเดียวฆ่านักฆ่าระดับอาจารย์ไปได้หลายคน ทำให้นักฆ่าระดับอาจารย์คนอื่นๆ ไม่กล้าย่างก้าวเข้าไปใกล้”
เมื่อผู้บัญชาการเห็นฝีมือของมังกรเขียวก็ได้แต่ถอนใจไม่หยุด
ในช่วงเวลานั้นเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรจะแสดงความเห็นออกไปอย่างไรดี
ส่วนแขกวีไอพีของตระกูลเฉินเองก็อยู่ในอาการช็อกเช่นกัน
ฝีมือระดับนี้ไม่อยู่ในขั้นของฝีมือคนปกติแล้ว แม้กระทั่งพ่อของเธอที่เป็นถึงระดับปรมาจารย์ยุทธ์คนก่อนเกรงว่าจะยังสู้ชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ไม่ได้
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอมากกว่าก็คือผู้ชายที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้ของเขา
ผู้โดยสารคนอื่นๆ ตอนนี้ต่างตกอยู่ในสภาพวุ่นวายโกลาหล มีเพียงชายคนนั้นเพียงคนเดียวที่นั่งสงบนิ่งอยู่ในที่นั่งของตัวเองมาตั้งแต่แรก ราวกับว่าเรื่องราวรอบตัวทำอะไรเขาไม่ได้ และเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่มีความข้องเกี่ยวอะไรกับเขา
ตอนนี้เริ่มมีบางคนสังเกตเห็นแล้ว ส่วนพวกเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนที่เป็นผู้ลงมือคนนี้เป็นเพื่อนของผู้ชายที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้น ดังนั้นจึงเปลี่ยนทิศมุ่งหน้าเตรียมจะไปสังหารชายที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ เผื่อที่จะใช้กดดันผู้ชายที่มีฝีมือน่ากลัวผู้นี้ได้
“ระวัง!”
แขกวีไอพีตระกูลเฉินเองก็สังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จึงรีบตะโกนเตือนออกมา
แต่ไม่นานนักเธอก็ค้นพบว่า ผู้ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่นั้นมีท่าทางสบายๆ ไม่รีบร้อน หรือแม้กระทั่งเพื่อนของเขาหรือก็คือชายหนุ่มที่เป็นผู้ลงมือผู้นั้นก็ยังมีสีหน้าสงบนิ่งเช่นกัน
นาทีถัดมา นักฆ่าที่มุ่งหน้าเข้ามาโจมตีชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ก็ล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขายังคงปรากฏรอยยิ้มที่แฝงความแค้นเอาไว้ ทว่าตอนนี้เขาเป็นฝ่ายแพ้แล้ว ไม่เพียงแต่ไม่สามารถจัดการชายผู้ที่นั่งอ่านหนังสือผู้นั้นได้ แต่ยังต้องสูญเสียชีวิตของตัวเองไปฟรีๆ อีกด้วย
“เวรเอ๊ย!”
ทันใดนั้นเอง นักฆ่ากลุ่มนั้นก็อุทานคำหยาบคายออกมา
เขาคือคนที่มีฝีมือดีที่สุด แต่สุดท้ายยังไม่ทันจะเข้าประชิดก็สิ้นใจไปก่อนเสียแล้ว
จะบอกว่าคนของพวกเขาประมาทเกินไปงั้นหรือ
ไม่มีทางเป็นไปได้!
ในฐานะที่เป็นนักฆ่า แถมยังเป็นนักฆ่ามืออาชีพที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนแล้ว ชายผู้นี้ไม่มีทางทำเรื่องเล็กๆ แบบนี้ผิดพลาดอย่างแน่นอน
นี่จึงแสดงให้เห็นว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเฉินอีเพียงคนเดียวเท่านั้น