ตอนที่ 459
บทที่ 459 ทายาทของราชวงศ์ไฉโจว
October 28, 2026
ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์จนถึงตอนนี้ เฉินอียังคงมีท่าทางดูเหมือนคนเกียจคร้านอยู่ตลอดเวลา
แต่ไม่มีใครคิดจริงๆ ว่าชายหนุ่มที่มีท่าทางเกียจคร้านเช่นนี้ จะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการเจรจาขนาดนี้
เมื่อพิจารณาจากปลายสายและคำพูดของเจ้านายตัวเองก็รู้แล้วว่า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่ายนัก
พวกเขายังรู้อีกว่า นอกจากคนพวกนี้ไม่ควรเข้าไปมีเรื่องด้วยแล้ว ยังเป็นคนที่มีฐานะและเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นองค์กรนักฆ่าองค์กรลายพยัคฆ์อย่างพวกเขาต้องหวาดกลัวใครที่ไหนด้วยหรือ
ต่อให้ปรมาจารย์มาเองก็ยังคงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้เช่นกัน
พอเรื่องออกมาเป็นเช่นนี้ก็เป็นการอธิบายคำถามหลายๆ อย่างได้ อย่างเช่นฐานะของชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้จะต้องไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสามารถคาดถึงได้
“เวรเอ๊ย”
พวกเขากำหมัดเอาไว้แน่นราวกับต้องการที่จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด แต่สุดท้ายเมื่อนึกถึงคำพูดประโยคนั้น ก็ได้แต่ปล่อยมืออย่างไร้พลังและล้มเลิกความคิดที่จะต่อสู้
เรื่องนี้คงจะไม่ใช่เรื่องที่จะคลี่คลายได้ง่ายอย่างที่คิด
“ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้น่าจะมีคนหลายคนเตรียมจะลงมือทำร้ายฉัน แต่ชายสองคนนี้ได้เข้ามาขวางเอาไว้ และดูท่าทางคนพวกนั้นค่อนข้างจะกลัวผู้ชายสองคนนี้มากด้วย ฉันไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้”
ในตอนนั้นแขกวีไอพีของตระกูลเฉินพินิจพิจารณามองไปที่เฉินอีกับมังกรเขียวด้วยความสงสัย
วิชายุทธ์ของคนทั้งสองคนนี้แข็งแกร่งมาก และออกไปทางน่ากลัวเสียด้วยซ้ำ อีกอย่างแค่โทรศัพท์ครั้งเดียวก็สามารถทำให้นักฆ่าพวกนี้กลัวจนขนหัวลุกขนาดนี้ได้ และสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือองค์นักฆ่ายังต้องยอมรับใช้เฉินอี ยอมก้มหัวฟังคำสั่งของเฉินอีอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดการณ์ไว้
คนพวกนี้เป็นคนที่มีอิทธิพลมาก แม้แต่บอดี้การ์ดของเธอยังต้องหวาดหวั่น เพราะอันที่จริงฝีมือของนักฆ่าพวกนั้นไม่ธรรมดาเลยสักคน แต่สุดท้ายพอเจอเฉินอีกับพวกกลับต้องยอมเชื่อฟังคำสั่ง
ขณะนั้นเธอรู้สึกประหลาดใจในตัวเฉินอี จนต้องโพล่งถามออกไปโดยสัญชาตญาณ “ขอทราบชื่อของผู้มีพระคุณทั้งสองได้หรือไม่คะ”
“ผมชื่อเฉินอี ส่วนเขาชื่อมังกรเขียว”
เฉินอีตอบคำถามอย่างเรียบง่าย เธอจึงชะงักไปก่อนจะถามออกมาอีกว่า “พวกคุณเป็นคนตระกูลเฉินแห่งเทียนหยวนหรือคะ”
หลังจากที่เธอถามออกไปแล้วก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าตัวเองนั้นโง่ขนาดไหน เฉินเป็นนามสกุลใหญ่ ผืนแผ่นดินนี้กว้างใหญ่ คนนามสกุลเฉินก็มีมากมาย ตั้งแต่ภาคเหนือไล่มาจนถึงเมืองของเธอมีคนนามสกุลเฉินอยู่มากมาย
ส่วนเฉินอีนั้นก็ได้แต่อมยิ้มด้วยท่าทางไม่เข้าใจนักหรืออาจเป็นเชิงปฏิเสธ ก่อนจะถามออกไปว่า “คุณกำลังจะเดินทางไปที่ตระกูลเฉินแห่งเทียนหยวนเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ”
“อย่างนั้นก็ดีเลย พวกเราไปด้วยกันได้ไหมครับ จะได้นำทางพวกผมไปด้วย”
เฉินอีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ผู้หญิงคนนั้นจึงชะงักไปเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างเสียไม่ได้ว่า “ก็ได้ค่ะ”
หลังจากที่เธอกล่าวตอบออกมาแล้ว เฉินอีกับมังกรเขียวจึงเดินกลับไปนั่งหลับตาที่ที่นั่งของตัวเองเช่นเคย ส่วนฝ่ายหญิงยังคงยืนอยู่ตรงนั้นและเริ่มทำอะไรไม่ถูก
“คุณหนู ทำแบบนี้ไม่กลัวว่าจะเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือครับ”
ผู้บัญชาการกระซิบถาม “พวกเราไม่รู้จักคนพวกนี้เลย จู่ๆ พาพวกเขาไป เกรงว่าตระกูลเฉินแห่งเทียนหยวนจะมองพวกเราไม่ดีได้นะครับ”
“ใช่ครับ อีกอย่างการเดินทางไปครั้งนี้ ทายาทราชวงศ์โบราณอย่างตระกูลซ่งหลิวแห่งราชวงศ์หนานก็รอคุณหนูอยู่ด้วย การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากพวกเขารู้ว่าคุณหนูพาชายคนอื่นไปด้วย อาจจะส่งผลเสียได้นะครับ”
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันออกความเห็น เพราะรู้สึกว่าการตัดสินใจของคุณหนูไม่เหมาะสมนัก
ตอนนั้นเองเธอจึงพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เรื่องอะไรก็ตามที่ไฉเสี่ยวเวยตัดสินใจไปแล้ว ไม่อนุญาตให้ทุกคนมาวิจารณ์ส่งเดช”
ชื่อไฉเสี่ยวเวยอาจจะฟังดูเป็นชื่อที่ธรรมดาไปหน่อย แต่นามสกุลไฉกลับไม่ใช่นามสกุลธรรมดา
“เพียงแค่เรื่องได้เชื่อมความสัมพันธ์กับทายาทราชวงศ์โบราณ ก็เป็นเครื่องที่บ่งบอกได้แล้วว่านี่จะต้องไม่ใช่คนนามสกุลไฉทั่วๆ ไป”