ตอนที่ 89
บทที่ 89 เผชิญหน้า
October 28, 2026
คนเลว แบ่งได้หลายรูปแบบ
มีบางคนเลว เพียงว่ากันว่าฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามก็คือคนเลว
เช่นอย่างเฉินอี ตัวเขาในความคิดเห็นของคนต่างแดน สุดจะเลวร้าย เป็นเทพสังหารมัจจุราชแต่เขาทำเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินต้าถัง
กับประธานเกาที่อยู่ตรงนี้และหัวหน้าเหอนี่แหละเลวบริสุทธิ์เลย
พวกเขาอาศัยอำนาจเล็กน้อยที่มีอยู่เปลี่ยนดำให้เป็นขาว ถึงขนาดเบียดบังผู้ชายข่มเหงผู้หญิง พวกคนเลวประเภทนี้เลวฝังลึกในกระดูก
ในขณะที่คำพูดของหัวหน้าเหอกระจายออกไป อาจารย์ใหญ่จิ่งก็รู้สึกหงุดหงิดบ้าง แต่ก็คงยังนิ่งขรึมไปพักใหญ่ มองไปที่อาจารย์ใหญ่โจว ซึ่งกำลังมองไปที่อีกสองคน
“ประธานวัง ประธานจิ่ง พวกท่านมีความเห็นเห็นในเรื่องนี้ยังไงครับ?”
อย่าว่าแต่อาจารย์ใหญ่โจวกับอาจารย์ใหญ่จิ่งจะแปลกใจเลย
สองท่านที่ในพื้นที่เมืองฉือนี้ เว้นเสียแต่หน่วยงานรัฐแล้วต้องจัดว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงที่สุด แล้วจู่ ๆ มีการเข้าไปเชิญให้มาที่นี่ แถมบอกด้วยว่าจะพาให้มาดูหนังดี ๆ หนังดีในเรื่องเลวร้ายของโรงเรียนของพวกเขา
แต่ถ้าหากว่าเรื่องจริงเป็นอย่างที่หัวหน้าเหอพูด นั่นก็ต้องเป็นความผิดของเฉินอีแน่ พวกเขาแม้จะไม่ตัดเส้นทางการศึกษาของเด็กด้วยแล้ว ก็คงยังไม่ปล่อยเรื่องให้จบง่าย ๆ
“หุ หุ”
วังจางหลินแค่นหัวเราะ แล้วหันมองที่เฉินอี พูดด้วยความนอบน้อมว่า “คุณเฉินครับ ทำให้ท่านกับคุณผู้หญิง อีกธิดาสาวน้อยทั้งสองต้องลำบากใจไปแล้วนะครับ”
“คุณเฉินคะ ถึงแม้ดิฉันจะไม่ทราบข้อเท็จจริงโดยตลอด แต่ดิฉันเชื่อท่านค่ะ ในครั้งนี้ดิฉันจะต้องสะสางล้างบางระบบภายในของโรงเรียนจิ่งซ่างนี้ จะไม่ปล่อยให้พวกมีพฤติกรรมเลว ๆ หลุดพ้นจากการลงโทษเป็นเด็ดขาด”
คุณหนูใหญ่ตระกูลจิ่ง จิ่งหลิงรองประธานจิ่งซ่างกรุ๊ปก็ได้กล่าวขึ้นด้วยกิริยาเคารพนบนอบ
หล่อนเคยได้ยินคุณพ่อพูดถึงเฉินอี
ผู้อยู่ในระดับรู้ทะลุครอบจักรวาล ก็แม้ขนาดเทพทหารตระกูลหั้วนั่นยังต้องให้ความเคารพเป็นพิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดแห่งกองทัพที่เกษียณแล้ว
ถึงแม้เกษียณออกไปแล้ว แต่สายสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตรงหน้านี้ยังได้ก่อตั้งกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ จิ่งหลิงไม่เชื่อว่าคนที่อยู่ถึงระดับนี้อยู่ ๆ จะมาสบประมาทชาวบ้านได้
ผู้ที่อยู่ในฐานะสูงทั้งอำนาจและบารมี พวกเขาเหล่านี้มักไม่วางตัวแสดงออก ความโดดเด่นนั้นอยู่เพียงในบุคลิก
มีคำพังเพยว่าไว้ว่า เจอยมราชมาคุยดี เจอพวกผีมาไม่คุยด้วย
เจ้าประธานเกาคนนี้ และยังมีหัวหน้าเหอ ก็แค่เพียงอิงอำนาจในตำแหน่งที่มีน้อยนิดคอยคิดเปลี่ยนพลิกดำเป็นขาว หลายปีที่ผ่านมานี้หล่อนเห็นคนประเภทนี้มาก็หลายคนแล้ว
“ใช่หัวหน้าเหอนะ ดิฉันขอแนะนำตัวเองหน่อยคะ รองประธานจิ่งซ่างกรุ๊ป จิ่งหลิง ค่ะ”
ไม่มีเป็นบริษัทลูกหรือไม่เป็นบริษัทลูกแล้ว เธอผู้นี้ก็คือสายตรงของจิ่งซ่างกรุ๊ป
พอคำว่าจิ่งหลิงได้ถูกพูดออกมา ไม่ว่าประธานเกาหรือหัวหน้าเหอต่างหน้าซีดขาว
“จิ่ง คุณหนูใหญ่จิ่ง!”
นี่คือนักธุรกิจหญิงแกร่งที่เหมือนมีแต่ในตำนาน มีฐานะเพียงรองจากประธานหญิงต่างสกุลของจิ่งหลิงกรุ๊ป กับลูกสาวของวางจ่างหลินคุณหนูใหญ่ตระกูลวัง สำหรับสถานะพวกหล่อนนั้นเรียกว่าเป็นคนในระดับสูงที่ต้องชะเง้อแหงนมองเท่านั้น ไม่ใช่จะใช้สายตามองตรงในระนาบเดียวกันได้
ก่อนหน้านี้พวกเขายังสงสัย อาจารย์ใหญ่โจวซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในจิ่งซ่างกรุ๊ป อาจารย์ใหญ่จิ่งก็เป็นสายตรงตระกูลจิ่ง ทำไมให้รู้สึกเกรงใจสองคนนี้มากนัก ไม่ได้คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นรองประธานคนสายตรงของจิ่งซ่างกรุ๊ป
ถ้าอย่างนั้นผู้ชายคนข้าง ๆ นั้น ดูเหมือนอาจารย์ใหญ่โจวมีเรียกว่าประธานวัง นั่นก็หมายความว่า ——
“วังจ่างหลินจากวังซื่อกรุ๊ป!”
พาสองคนนี้คิดกลับไปถึงตอนที่เฉินอีโทรศัพท์นั้น และก็เห็นอากัปกิริยาที่คุณวังกับคุณจิ่งแสดงต่อเฉินอี หัวใจของพวกเขาหล่นวูบลงไปในช่องฟรีซ
ในขณะเดียวกันนั้นเอง หวู่ฉินเพิ่งเสร็จภารกิจออกมาจากห้องน้ำ มองเห็นกลุ่มคนมากมายก็ยังนึกสงสัยอยู่ แต่พอเห็นฉินปิงหลันพลันคิ้วก็เลิกขึ้นสูง
“ฉินปิงหลัน ไหนว่าจะไสหัวออกไปแล้วไง?ยังอยู่นี่อีกทำไม?”
และหล่อนก็คิดอะไรขึ้นมาได้ พลันความโกรธที่อดไม่ได้พาตัวพุ่งเข้าไปหา “แกนังแพศยาคิดจะมายั่วยวนหลอกตาเกาผัวฉันละซิ แกมันพวกชอบเล่นลูกไม้อย่างไร้ยางอาย!”
หวู่ฉินคนนี้ลงมือสุดโหด ที่ใช้ก็ท่าถนัดของผู้หญิงแบบขบวนคว้าหยิกตะปป โดยเฉพาะไม้ตายของเล็บนิ้วที่จะใส่ให้หน้ากลายเป็นแฉกแตกบานเป็นลายดอก
“แม่งแกปิดปากไปเลย!”
“ผัวะ!”