ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ข่มขู่ยามวิกาล
September 30, 2026
คำเตือน !!!
โปรดใช้วิจารณญาณในกานอ่าน
โกรธก็โกรธเสียใจก็เสียใจ น้องสาวรักไอ้สองใจจนโงหัวไม่ขึ้น และยังหวังจะให้วาโยกลับมา
“คุณอังกูรจะจัดการยังไงต่อครับ”
“สั่งฆ่าให้มันสิ้นซากไปเลยดีไหมเคนโด้”
“อย่าทำแบบนั้นเลยครับ คุณอังรักผู้ชายคนนี้มาก”
“แต่พวกมันทำน้องกู” มือขย้ำกระดาษแน่นเป็นการระบายความโกรธ
ท้องถนนในช่วงกลางคืน วาโยขับรถมาส่งอริศราหลังจากไปกินข้าวกับวารุณีที่บ้าน อีกทั้งยังปรึกษาหารือถึงฤกษ์แต่งงานที่อยากให้เกิดขึ้นในเร็ววัน
หน้าบ้านอริศรา
“แกหนักใจหรือเปล่าอริศ”
“ฉันไม่เท่าไหร่ น้ำยังพอเข้าถึงจะยังงอนๆอยู่บ้าง แต่แฟนแกนะสิไอ้โย น้องเขาจะเข้าใจแบบน้ำหรือเปล่า”
สีหน้าสลดแฟนสาวของเขาไม่เข้าใจ ทั้งยังโทรหาเพื่ออยากจะอธิบายก็ไม่รับสาย ครั้นจะบุกไปบ้านก็กลัวได้กินลูกปืนพี่ชายอังเปามาแทน
“ใจเย็นๆนะเว้ยแก การแต่งงานของเราก็รู้ๆกันอยู่ว่าเพราะอะไร”
อริศราลงจากรถเดินเข้าบ้านที่เงียบสงัด วันนี้ไม่มีไฟเปิดไว้สักดวง แม่บ้านที่อยู่ด้วยประจำขอลากลับต่างจังหวัด 1 เดือน ทุกอย่างเธอเลยต้องจัดการเองหรือเรียกใช้บริษัทรับความสะอาดมาจัดการให้เป็นครั้งคราว
ไฟดวงแรกเปิดสว่างในห้องรับแขก อริศราถึงกลับตกใจอย่างหนักเมื่อจู่ๆก็มีชายแปลกหน้านั่งบนโซฟาหนังสีดำดูดบุหรี่ราวกับเป็นบ้านตัวเอง อีกทั้งยังยกโน้ตบุ๊คตัวเก่งที่ใช้ทำงานออกมาเปิดเล่นหน้าตาเฉย
“คุณเป็นใคร เอาโน้ตบุ๊ตฉันออกมาทำไม” ถามด้วยความตื่นตระหนก
ข้อมูลทั้งหมดถูกกดส่งเข้าอีเมล์ชายปริศนาโดยอริศรายังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกโจรกรรมไฟล์งานสำคัญอยู่
“สวัสดีครับคุณอริศรา กมลทัศน์ ประธานบริษัท เอสคิวอาร์ที กรุป”
น้ำเสียงทักทายช่างเยือกเย็นฟังแล้วไม่น่าเป็นมิตร ผู้ชายคนนี้รู้จักเราได้ยังไงทั้งที่ไม่เคยทำธุรกิจหรือรู้จักกันมาก่อน ชักกลัวจะไม่ปลอดภัยเข้าแล้ว
“ออกไปจากบ้านฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้”
ทั้งสั่งทั้งกลัว หน้าตาแลดูไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่น่าใช่ขโมยขโจรเพราะแต่งตัวทรงดูภูมิฐานอย่างกับคนมีเงิน
มวลบุหรี่โยนลงพรม อริศรารีบวิ่งใช้เท้ากระทืบดับไฟเพราะมันกำลังลามไหม้
“คุณทำบ้าอะไร ไฟจะไหม้บ้านฉัน” มองหน้าอย่างโมโหที่ชายคนนี้ทำอย่างไม่เกรงใจ
“เข้าเรื่องเลยนะ”
ชายแปลกหน้าลุกขึ้น กระตุกเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะใช้มือล้วงกระเป๋าเดินวนไปวนมาและตรงเข้าหาหญิงเจ้าของบ้านอย่างช้าๆ
“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามา” ยิ่งชายแปลกหน้าก้าวเข้าใกล้ เธอก็ถอยหลังออกไปทีละก้าวทีละก้าว
“ฉันบอกว่าอย่าเข้ามา”
อริศราวิ่งไปยังประตู ให้ตายเถอะ !! มันล๊อคจากด้านนอก หมายความว่าไม่ได้มีแค่ผู้ชายคนนี้ที่อยู่ในบ้าน
“ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วย!!!
ปังๆๆ !!!! เคาะประตูเรียกให้คนช่วย แต่กลับถูกมือหนาปิดปากแล้วลากกลับมาจุดเดิม
“อย่าแหกปาก” กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงมันชวนขนลุกอย่างมาก
“อือ อื้อ อื๊อ!!!”
“เงียบ”
“อื๊อ” เสียงแหลมถูกมือปิดจนจม
“ถ้าไม่เงียบ ฉันจะจับหักคอเธอให้ตายตรงนี้”
สีหน้าดุร้ายราวจะกินเลือดกินเนื้อ อริศราผงกหัวงึกๆ เป็นการตอบจะไม่ส่งเสียงหรือร้องขอความช่วยเหลือ ชายแปลกหน้ายอมปล่อยมืออกจากปากกระจับแต่โดยดี