ตอนที่ 13
บทที่ 13
October 6, 2026
หลินเหยียนไม่อาจต้านทานความอยากรู้อยากเห็นได้ เขาตัดสินใจสืบความเป็นมาที่แท้จริงของหวงซู่ชิว
"แม่นางหวง ข้าอาศัยอยู่ในมณฑลซุนมา 15 ปีแล้ว ได้ยลโฉมยอดพธูมามากมาย"
“แต่ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนเลย ท่านมาจากที่ใดหรือ? ท่านเป็นเทพธิดาหรือไม่?” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
หวงซู่ชิวคลี่ยิ้มงดงามสว่างไสวประดุจไม่มีสิ่งใดต้องเก็บซ่อน
เรือนผมเงางามของหญิงสาวปลิวไหวกลางสายลมยามราตรีคลอเคลียนวลแก้ม ก่อนจะไล้ผ่านใบหน้าหลินเหยียน
หวงซู่ชิวพลันโน้มหน้าเข้ามา รอยยิ้มอ่อนใสวาดโค้งบนริมฝีปาก “ท่านสนใจข้าหรือคุณชายหลิน?” นางหยอกเย้า
หลินเหยียนตื่นตระหนก นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เขาคิดไว้ ชายหนุ่มหน้าแดงซ่าน มือไม้โบกปฏิเสธพัลวัน
“ท-ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียง—”
"ฮ่าๆ ไม่ต้องกังวลหรอก คุณชายหลิน!" หญิงสาวทอดมองหลินเหยียน พลางรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาน่าเอ็นดูของเขา
“ข้ากำลังรอคนมารับ อีกไม่นานเขาน่าจะมาถึง!” นางอธิบาย
หลินเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย เขาเริ่มพอเข้าใจลางๆ
การที่มีคนมารับย่อมหมายความว่าหวงซู่ชิวไม่ได้เป็นคนมณฑลซุน นางจะไปที่ใดกัน? นางจะกลับมาอีกใช่มั้ย?
ครั้งนี้หลินเหยียนไม่ได้เอ่ยปากถามแล้ว เขารู้ว่ามันไม่มีประโยชน์
ทันใดนั้นคนทั้งสองพลันยืนนิ่ง สรรพสิ่งเงียบสงัด ลมหนาวพัดหอบใบไม้ร่วงหล่น
"ดูเหมือนข้าจะดึงดูดหนูสกปรกมาที่นี่เสียแล้ว"
หลินเหยียนก้าวออกไปข้างหน้า นัยน์ตาแปรเปลี่ยน ดาบปรากฏขึ้นในมือชายหนุ่มทันที
“หนึ่ง สอง ไม่สิ หกคน!”
"หลินเทียนโย่วทุ่มเงินก้อนใหญ่พอดู! เพื่อจัดการข้า เขาถึงกับเต็มใจจ้างจอมยุทธ 6 คน 5 คนอยู่ขั้น 7 อาณาจักรร่างจิตวิญญาณ และอีกคนอยู่ที่ขั้น 9!"
หลินเหยียนเอ่ยปากกับถนนรกร้างว่างเปล่าด้วยแววตาเย็นเยียบน่ากลัว
มือสังหารชุดดำ 6 คนเปิดเผยตัวทันทีที่เขาเอ่ยจบ ทุกคนต่างจับจ้องหลินเหยียนอย่างน่าอันตราย
ผู้นำของมือสังหารคือชายหัวโล้นใบหน้าอัปลักษณ์เหมือนม้า เขามาถึงจุดสูงสุดของขั้น 9 อาณาจักรร่างจิตวิญญาณแล้ว และเตรียมระเบิดพลังปราณขุมใหญ่
หลินเหยียนคุ้นเคยกับบุคคลตรงหน้าเป็นอย่างดี บุรุษผู้นี้คือหลินเจิ้นซัว ผู้อาวุโสซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในจวนและเป็นผู้อาวุโสลำดับเจ็ดแห่งตระกูลหลิน
“หลินเหยียน เจ้ายังหัวไวไม่เปลี่ยน แต่เจ้าเดาถูกแค่ครึ่งเดียว ไม่ใช่หลินเทียนโย่วที่หมายหัวเจ้าในครั้งนี้ แต่เป็นผู้อาวุโสลำดับหนึ่งต่างหาก!”
"ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะแสร้งทำตัวเป็นสวะโง่เง่าไปจนตาย อย่างน้อยก็ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย!"
หลินเจิ้นซัวแลบลิ้นเลียริมฝีปาก สายตาเปลี่ยนเป็นโลมเลียหื่นกระหายเมื่อเห็นหวงซู่ชิว
“โธ่ๆๆ ทำไมสาวงามอย่างเจ้าถึงเลือกชายที่กำลังจะตายคืนนี้เล่า?”
“มารับใช้ข้า แล้วข้าจะปรนเปรอให้เจ้าสุขสมเยี่ยงสตรี!”
หลินเหยียนโกรธเกรี้ยวมาก ขณะที่เขากำลังจะชักดาบนภาเมฆาเพื่อห้ำหั่นอีกฝ่ายให้ตายไปข้าง หวงซู่ชิวกลับหยุดเขาไว้
แม้จะถูกคุกคาม ไม่เพียงแต่หวงซู่ชิวจะไม่โกรธเคือง นางยังแย้มยิ้มอีกด้วย หญิงสาวเอียงคอกล่าวกับหลินเหยียน
"พวกมันแข็งแกร่งเกินไป พวกเราสู้มันไม่ได้หรอก! หากคิดจะจับหนู เราต้องใช้แมว!"
"ไปเถิด ปล่อยให้พวกแมวจัดการกันต่อ!"
หวงซู่ชิวไม่สนใจหลินเจิ้นซัวและมือสังหารที่เหลือสักนิด นางจับจูงมือหลินเหยียนด้วยมืออันบอบบางเดินผ่านหน้าหลินเจิ้นซัวและคนอื่นๆ อย่างไม่ใยดี
หลินเจิ้นซัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อถูกเมิน ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยพลังปราณรุนแรง เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน
“บังอาจไม่เคารพเชื่อฟังข้ารึ?! ข้าจะทำให้กากเดนอย่างพวกเจ้าประสบชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายเดี๋ยวนี้!”
“ไป! ฆ่าผู้ชาย เปลื้องผ้านังผู้หญิง แล้วส่งนางไปที่ห้องข้า!”
ยามที่มือสังหารถูมือด้วยความลิงโลด ฉับพลันร่างสีดำก็พุ่งลงจากท้องฟ้าประหนึ่งศิลายักษ์
“ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมคุณหนูของพวกเรา เจ้ารนหาที่ตายแล้ว! ฝ่ามือภูผาโลหิต!”
แสงสีแดงฉานปกคลุมรอบฝ่ามือบุรุษผู้นั้น คลื่นปราณพุ่งซัดหน้าอกหลินเจิ้นซัวในบัดดล