ตอนที่ 4
สิ้นลาย - 04 อยากเลี้ยงแมว
September 18, 2026
ผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ฌานินขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเร็ว ๆ และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มาที่นี่อีก เธอหันมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอนตัวไปมา พูดจาเลอะเลือนด้วยความเมามาย จนแทบไม่เหลือสติรับรู้อะไรแล้ว
“ขวัญเรากลับกันเถอะ เมามากแล้วนะ”
“อึก ฮ่า ๆ พี่อุ่นตลก”
ขวัญใจหัวเราะคิกคัก ตอนนี้เธอกำลังเล่นเกมดีดหน้าผากกับไออุ่น ส่วนปอร์เช่ออกไปสูบบุหรี่กับพี่ชายของเขาพร้อมเจแปนและบอล ภายในห้องจึงเหลือกันอยู่กันแค่สี่คน ไออุ่นและขวัญใจเมาจนแทบไม่รู้เรื่อง และอีกคนที่นั่งตรงกันข้าม เจ้าของสายตาคมคู่นั้นที่จ้องมองตลอดเวลา
“ขวัญใจ” ฌานินพยายามเรียกคนข้างกันที่เอาแต่หัวเราะ เมื่อถามเท่าไรเพื่อนก็ไม่สนใจ เธอจึงเงียบพยายามไม่มองอีกคน ทำเหมือนเขาเป็นเพียงอากาศ
“กลับยังไง”
มือเรียวเผลอกำแน่นทันทีเมื่อเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นมาไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขากำลังพูดกับใคร เพราะในห้องนี้ เหลือเพียงเธอที่ยังมีสติครบถ้วน
“ครั้งนั้นเธอพูดมากกว่านี้นะ”
ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้า ดวงตาที่เอาแต่หลบหนีค่อย ๆ เงยขึ้นเผชิญหน้าอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ในที่สุดริมฝีปากอิ่มก็ขยับเปล่งคำขอ
“ช่วยทำเป็นไม่รู้จักกันได้ไหมคะ ทำเหมือนไม่เคยเจอกันมาก่อน”
“หืม?” คิ้วเข้มกระตุกยกสูง เธอกำลังทำให้เขาเหลือเชื่อกับคำพูดอีกครั้ง
“เลิกมองได้แล้วค่ะ” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ สวนทางกับหัวใจที่กำลังเต้นแรง
“แล้วถ้าห้ามสายตาตัวเองไม่ได้ ต้องทำยังไงดี?”
แววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวส่งไปตรงหน้า เขาไม่คิดจะปิดบังความสนใจที่มีต่อเธอ ยิ่งแตกต่างจากผู้หญิงที่เคยผ่านมายิ่งเหมือนมีแรงดึงดูดฉุดไม่ให้ละสายตา ความคิดวกกลับไปถึงสัมผัสครั้งนั้น แม้จะเข้าไปแค่ส่วนปลายแต่กลับจำไม่ลืม
“ฌานิน ชื่อเพราะดี”
“พี่คลื่น”
เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกชื่อเขาออกมา คล้ายจะทำให้อีกฝ่ายพอใจไม่น้อย ริมฝีปากหยักยกยิ้มเหมือนกำลังเล่นเกมกับเหยื่อตัวเล็ก
“ว่าไงครับ คนสวย”
“ต้องการอะไรคะ” ดวงตากลมสั่นวูบ ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ด้วยถ้อยคำที่ทำให้กลางใจคล้ายถูกเขย่าแรง ๆ
“เรามาทำให้มันจบดีไหม ค้างคาเอาไว้มันไม่ดีนะ”
มือเรียวบีบกำเข้าหากันจนเปียกชื้น มองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับบนใบหน้าคมคายด้วยความไม่เข้าใจ เพราะยิ่งเห็น
ความตื่นกลัวในแววตาของเธอ เขากลับยิ่งดูสนุก
เสียงพูดคุยของคนที่เพิ่งกลับจากสูบบุหรี่ดังแว่วมาแต่ไกล ไม่นานประตูก็ถูกผลักเปิด ร่างเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องเผชิญกับสายตาและคำพูดของคนตรงหน้าตามลำพัง
“เช่ ตอนนี้ขวัญเมามากแล้ว เดี๋ยวฌาพาขวัญกลับก่อนนะ” พอได้จังหวะฌานินรีบหันมาบอกเพื่อนทันที
“เดี๋ยวเช่ยืมรถพี่บอลไปส่ง”
“เดี๋ยวฌาเรียกแกร็ปผู้หญิง เช่ไม่ต้องห่วง” เธอตอบเพื่อให้เพื่อนสบายใจ อยากรีบหายไปจากตรงนี้ที่มีสายตาคู่นั้นมองตลอดเวลา
“มึงก็เมาจะไปส่งเพื่อนได้ยังไง” คูเปอร์ถามน้องชาย แต่ยังไม่ทันได้คำตอบเพื่อนสนิทก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างจงใจ
“กูไปส่งให้ไหม”
“อย่างมึงไม่น่าใช่คนดี”
“มึงก็รู้ ถ้าไม่เล่นด้วยกูไม่เคยยุ่ง” คลื่นยกแก้วขึ้นจิบพลางหัวเราะ การที่เขาแสดงน้ำใจแบบนั้นแน่นอนว่ามีความต้องการบางอย่างแอบแฝง ใครบ้างทำดีแล้วไม่หวังผลคงมีแต่พวกคนโง่
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฌาพาเพื่อนกลับเอง”
เจ้าของใบหน้าสวยเอ่ยปฏิเสธเพื่อตัดความหวังดีจากชายหนุ่มตรงหน้า แม้ภายนอกเธอจะดูใสซื่อในบางครั้ง
แต่ใช่ว่าฌานินจะมองไม่ออก ทั้งคำพูด แววตา และท่าทีล้วนทำให้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวเมื่อห้าเดือนก่อน เธอไม่อยากอยู่ใกล้และต้องการหลบหนีไปให้ไกล
การเจอกันครั้งแรกในรอบห้าเดือน และหวังให้มันเป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อเธอบอกอย่างนั้น คนตัวสูงไม่ค้านอะไร เขาไม่ชอบการถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ ที่ทำให้รู้สึกเสียหน้าแต่ลึก ๆ แอบหวังว่ามันจะมีสักวันที่ผู้หญิงเย่อหยิ่งคนนี้จะมาสยบใต้คำสั่ง
ปอร์เช่ช่วยประคองขวัญใจให้ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนฌานินจะรีบเดินตามเพื่อนออกจากห้อง เมื่อมาถึงตรงหน้าอู่แล้ว
เธอก็ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าเพื่อเรียกรถที่คนขับเป็นผู้หญิงให้มารับอย่างที่บอกเพื่อนไว้
“พี่คลื่นร้ายนะฌา อย่าติดกับดักความหล่อ”
นิ้วเรียวที่กำลังแตะบนจอมือถือพลันชะงัก ค่อย ๆ หันมองเพื่อนตัวสูงข้างกัน “… บอกฌาทำไม”
“เห็นว่าพี่มันสนใจฌา ผู้ชายด้วยกันดูออก คนนี้ไม่ได้ถ้าเผลอรู้สึกฌาต้องเจ็บแน่ ๆ”
ฌานินพยักหน้า แม้เขาจะเป็นชายที่ถูกใจและตรงสเปกทุกอย่างแต่เธอดูออกว่าเจ้าชู้ขนาดไหน ไม่ได้คิดสานต่ออะไรทั้งสิ้นเพราะชีวิตในตอนนี้มันก็มีแต่เรื่องราวชวนหนักใจมากพออยู่แล้ว
หลังส่งเพื่อนที่บ้าน ร่างเล็กนั่งรถต่อมายังหอพักของตัวเอง ต้องเดินลัดเลาะซอกตึกกว่าจะถึงห้องใช้เวลาหลายนาที
ลมเย็นพัดกระทบใบหน้าหวานแผ่วเบา ตอนนี้ฌานินกำลังยืนอยู่ข้างนอกตรงระเบียง แหงนมองท้องฟ้ามืดสนิทไร้ดาว ภาพสายตาคมคู่นั้นเอาแต่ติดอยู่ในหัวของเธอตั้งแต่กลับมา
ไม่ว่าจะสลัดออกไปกี่ครั้งก็ไม่ยอมหลุดจากความคิด หัวใจดวงน้อยสั่นไหวระรัว เพียงแค่นึกย้อนกลับไปถึงร่างหนากำยำในวันนั้น และเจ้าสิ่งใหญ่โตกลางลำตัวที่ทำให้เธอขนลุกซู่อย่าหวนมาเจอกันอีกเลย
นั่นคือคำขอที่ร่างเล็กกำลังภาวนา ไม่อยากเผชิญหน้ากับความอับอายที่เคยเลือกทำรวมถึงสายตาที่ดูเหมือนคอยเล่นสนุกกับความรู้สึกของเธอ
วันต่อมา
ฌานินเพิ่งปัดกวาดห้องเสร็จ เพราะไม่รู้จะทำอะไร เธอจึงเอาแต่ปัดกวาดเช็ดถูห้องของตัวเองแทบทุกวัน เมื่อทำเสร็จทุกอย่างแล้ว เท้าเล็กเดินมาหยุดตรงโทรศัพท์ของตัวเองที่ชาร์จแบตทิ้งเอาไว้ ก่อนจะหยิบขึ้นมา
แชต: นับหนึ่ง
นับหนึ่ง: ก็อก ก็อก คนสวยอยู่ไหมเอ่ย
ข้อความจากรุ่นพี่ปีสี่ที่ชื่อ นับหนึ่ง ปรากฏบนหน้าจอ เขาคือคนเดียวที่ฌานินยอมส่งช่องทางติดต่อให้ หลังจากถูกตามตื้อมานานเกือบปี แต่สถานะไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะเธอแทบไม่เปิดใจให้ใครเลย
ฌานิน: พี่นับว่าไงคะ
นับหนึ่ง: พี่จีบฌามาหลายเดือนแล้วนะ พอจะมีโอกาส
บ้างหรือยังครับ
ฌานิน: จำที่เคยบอกได้ไหมคะ ฌาไม่อยากให้พี่นับเสียเวลาเลย
เธอเคยบอกเขาไปแล้วตั้งแต่แรก แต่อีกฝ่ายยังยืนยันเดินหน้าจีบ การปฏิเสธใครสักคน ใช่ว่าเธอจะไม่ลำบากใจเลย มันหนักอึ้งราวกับมีความผิด
นับหนึ่ง: ไม่เป็นไรครับ ถ้าถึงวันที่พี่รู้สึกว่าเดินหน้าต่อไม่ได้แล้วเดี๋ยวพี่จะถอยออกมาเอง
ดวงตากลมมองข้อความจากแชตกลุ่มของเพื่อนที่เด้งขึ้นมาพอดี พอไม่รู้จะตอบยังไงจึงตัดสินใจแตะไปอ่านข้อความของเพื่อนแทน
แชตกลุ่ม
ขวัญใจ: เมื่อคืนฉันเมามาก กลับห้องยังไงเนี่ย ตื่นมาอยู่บนเตียงเฉยเลย
ปอร์เช่: แม่เธอไปส่ง
ขวัญใจ: ขอบคุณนะฌา มองหน้าพี่คลื่นเพลินไปหน่อย
เนี่ยพูดถึงแล้วยังใจสั่น มองใกล้ ๆ ยิ่งหล่อ
ขวัญใจ: แต่ฉันคิดไปเองไหมนะ เหมือนเขาสนใจยัยฌา
ปอร์เช่: ไม่คิดไปเอง เช่ก็คิดงั้นเหมือนกันดูออก พี่มันมองตลอด
หัวใจดวงน้อยเต้นแรง เป็นไปตามคาดคือเพื่อนของเธอสังเกตเห็นสายตาของเขาที่เอาแต่มองอย่างไม่ปกปิดความสนใจเลยสักนิด คงไม่มีใครที่ดูไม่ออก
ขวัญใจ: ตายแล้ว!! ยัยฌายิ่งไม่มีภูมิต้านทานด้วย พี่คลื่นเจ้าชู้ ต่อให้สนใจแต่คงไม่มาจริงจังกับเพื่อนเราแน่
ปอร์เช่: ใช่ สุด ๆ แล้วคนนี้
ขวัญใจ: ยัยฌาแกลัดคิว!!
ฌานินกัดริมฝีปากเบา ๆ พลางกวาดสายตาไล่อ่านข้อความของเพื่อน เธอเลือกเงียบไม่พิมพ์โต้ตอบ คิดไปว่าหากทุกคนรู้ว่าเธอเคยนัดกับเขามาแล้วจะเป็นยังไง
ขวัญใจ: แต่ฉันสงสัยตอนเล่นเกม ทำไมพี่คลื่นถามยัยฌาแบบนั้น
เฮือก! ขอบตาพลันร้อนวาบทันทีเมื่อได้อ่านคำถามของขวัญใจในช่องแชต ปลายนิ้วสั่นเบา ๆ สมองเริ่มคิดหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนความสงสัย
ขวัญใจ: ถ้าฉันไม่รู้จัก ป่านนี้คงคิดว่ายัยฌาเคยนัดเจอผู้ชายในแอปฯ หาคู่แน่ ๆ
ฌานิน: ไม่เคยนะ
ฌานิน: ฌาไม่เคยนัดใครแบบนั้นจริง ๆ