ตอนที่ 5
สิ้นลาย - 05 … ถ้ายอมอ้อนวอน
September 18, 2026
อาทิตย์ต่อมา
ฌานินออกจากห้องไปหาซื้อของใช้จำเป็น ซึ่งไม่ได้ไปไหนไกล เพราะร้านขายของชำอยู่แถวห้องพัก ชีวิตของเธอคงจะวนเวียนอยู่แบบนี้กระทั่งเปิดเทอม
ระหว่างทางเดินอยู่เธอรู้สึกแปลกตลอดเวลา เหมือนมีใครบางคนคอยจับจ้องข้างหลัง เมื่อตัดสินใจหันไปมองก็เห็นชายร่างท้วมเดินตามมาไม่ห่าง ขาเรียวเร่งก้าวเร็วขึ้น แต่ไม่ว่าจะหันกลับไปกี่ครั้ง เธอก็ยังเห็นเขาอยู่ตรงนั้น ราวกับกำลังถูกสะกดรอยจากพวกโรคจิต
ว่ากันว่าหากรู้สึกเหมือนมีใครตาม ห้ามเสี่ยงเข้าห้องพักเด็ดขาด เพราะเท่ากับเปิดเผยที่อยู่ให้ฝ่ายนั้นรู้ ฌานินเดินเลี้ยวไปอีกทาง ยกโทรศัพท์ขึ้นมารีบโทรหาเพื่อน ระหว่างนั้นเธอก็เร่งฝีเท้าเดินจ้ำไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดอยู่กับที่พยายามเดินไปยังจุดผู้คนพลุกพล่านมากที่สุด
(ว่าไงคนสวย)
(ฮัลโหลยัยฌา)
เนื่องจากกดโทรแชตกลุ่ม ทำให้เพื่อนทั้งสองรับสายพร้อมกัน เมื่อได้ยินเสียงทำให้เธอโล่งใจขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังหวาดหวั่น เพราะเห็นชายคนนั้นยืนอยู่ตรงมุมเสาต้นใหญ่
“ฌา ระ รู้สึกเหมือนมีคนตาม”
(ยังไง ใคร ตอนนี้อยู่ไหน) ปอร์เช่ที่ทำเสียงติดเล่นก่อนหน้า พอได้ยินเพื่อนบอกอย่างนั้นเขารีบถามด้วยความเป็นห่วงทันที
“ไม่รู้ว่าใคร ฌาออกมาซื้อของแต่ไม่กล้ากลับห้องกลัวถูกตาม” เสียงหวานสั่นเทา กำถุงข้าวของในมือเอาไว้แน่น ยังคงเดินไปข้างหน้าไม่หยุด
(ตอนนี้ฉันออกมาข้างนอกกับแม่ อยู่ไกลจากแกมากเลยทำไงดีตรงนั้นมีคนอื่นอยู่ไหม)
ขวัญใจเองก็พูดอย่างกระวนกระวายเช่นเดียวกัน จบคำถามปอร์เช่ก็รีบแทรกขึ้น
(ตอนนี้เช่จะไปสนาม อยู่ในรถกับไอ้เปอร์ กำลังผ่านหอพักฌาพอดีเดี๋ยวไปรับ)
(เอาแบบนั้นก็ได้เช่ นายอยู่ใกล้ งั้นไปรับฌาตอนนี้เลย ฉันเป็นห่วง)
(แต่ฌาต้องไปสนามพร้อมเช่ก่อนนะ กลับห้องตอนนี้ไม่ปลอดภัยจริง ๆ)
“อื้อ เอาแบบนั้นก็ได้” ความกลัวทำให้ฌานินรีบตอบตกลง เพียงเพราะไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วตกเป็นเป้าสายตาของใครก็ไม่รู้ “เช่ถึงไหนแล้ว เขามองฌาตลอดเลย”
(ใกล้ถึงแล้ว ฌาเดินมารอตรงใต้สะพาน)
“อื้อ ฌากำลังไป ห้ามวางสายนะ”
ร่างเล็กรีบเดินตามที่เพื่อนบอก ระหว่างนั้นเธอไม่หันกลับไปมองทางด้านหลังของตัวเองอีกเลย รีบก้าวเท้าไปให้ถึงใต้สะพานลอยให้เร็วที่สุด ก่อนจะเห็นเพื่อนตัวสูงยืนรอที่รถจึงละโทรศัพท์ออกจากหูแล้วกดวางสาย
เมื่อเข้ามานั่งในรถ คูเปอร์ที่นั่งหลังพวงมาลัยก็รีบขับออกไปทันที ก่อนจะถามอย่างอดแปลกใจไม่ได้ที่รู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กอยู่ในเขตแถวนี้ตามลำพัง โซนที่ค่อนข้างอันตราย
“เป็นผู้หญิง ทำไมมาอยู่แถวนี้คนเดียว อันตรายมากเลยนะ ให้พี่หาห้องเช่าใหม่ให้ดีไหม”
“คือฌา… ไม่ค่อยมีเงิน” เธอยอมรับออกไปตามตรง แม้จะมีสมบัติของแม่ทิ้งไว้ให้ แต่ไม่อยากใช้เงินก้อนสุดท้ายฟุ่มเฟือยจนเกินไป
“กลับค่ำ ๆ เลยนะฌา เดี๋ยวตอนกลับเช่ไปส่งที่ห้อง”
“อื้อ ขอบคุณนะ”
ฌานินเอ่ยเสียงเบา พลางก้มหน้าลงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับชีวิต กลางอกยังสั่นไหวด้วยความกลัว ตั้งแต่อยู่หอพักนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เคยถูกผู้ชายแปลกหน้าตาม ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน หากอยู่ในละแวกเดียวกับเธอจะทำยังไง หรือจะต้องหาที่อยู่ใหม่จริง ๆ
#สนามแข่ง
ครั้งแรกที่ฌานินได้มาสนามแข่งด้วยความจำเป็นเพียงเพราะอยากหนีให้ไกลจากโรคจิตคนนั้น จนลืมคิดว่าสนามแห่งนี้เป็นของใคร เมื่อนึกขึ้นมาได้กลางใจก็พลันสั่นไหว ราวกับทุกอย่างเป็นใจให้เธอหวนกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
“เช่ สนามนี้ เป็นของใครเหรอ” แม้พอคาดเดาได้ เนื่องจากเพื่อนเคยเล่าว่าเขาเป็นเจ้าของสนามแข่ง แต่ฌานินอยากลองถามให้แน่ใจ เผื่อไม่ใช่เธอไม่อยากพะวงไปเอง
“ของพี่คลื่น”
“…”
“ไม่ต้องห่วง เช่ฝากไอ้เปอร์บอกแล้ว ว่าอย่าทำตัวเจ้าชู้ใส่ฌา”
ใบหน้าหวานพยักขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะเดินตามหลังเพื่อนไปเรื่อย ๆ กระทั่งผ่านอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ ตรงนั้นมีร่างสูงของคนที่เธอบล็อกแชตเขาไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน กำลังยืนพ่นควันบุหรี่คลุ้ง
ขาเรียวหยุดชะงัก เหมือนร่างกายถูกสั่งให้หยุดนิ่ง ดวงตาคู่กลมเงยขึ้นสบเข้ากับแววตาคมกริบที่กำลังหลุบต่ำลงมามอง แค่นั้นหัวใจดวงน้อยก็สั่นไหวระรัว
ตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเธอหนีเสือมาปะจระเข้ คล้ายกับว่ายิ่งอยากหนีห่างก็ยิ่งถูกผลักให้เจอ สมองพลันย้อนห้วนกลับไปถึงข้อความภาษาอังกฤษหยาบโลนที่เขาเคยส่งมาก่อนจะถูกบล็อก ประโยคนั้นชวนให้ใบหน้าหวานร้อนวาบ
ปอร์เช่ที่เดินนำหน้าไปเพียงไม่กี่ก้าว พอรู้สึกว่าเพื่อนหยุดนิ่งก็รีบหันกลับมา ก่อนจะมองคนที่กำลังจ้องเธออยู่ ความเงียบรอบตัวทำให้ทั้งคู่นิ่งงัน และเขาเป็นคนทำลายความเงียบนั้น
“อ้าวพี่ ไม่ไปคุมเด็กซ้อมเหรอครับ”
“คนยังมาไม่ครบ” คนบนอัฒจันทร์เอ่ยตอบเสียงเรียบแต่สายตากลับไม่ยอมละไปจากคนตัวเล็ก
“อ๋อ งั้นขอตัวก่อนนะครับ” เขารีบคว้าจับมือเพื่อนตัวเล็ก แล้วพาเดินไปยังเต็นท์ทันที เพราะเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอ
“วันนี้แค่ซ้อมคนไม่เยอะ ฌานั่งตรงนี้ห้ามไปไหนนะ เดี๋ยวเช่ไปสูบบุหรี่ก่อน จะรีบมา” ปอร์เช่กำชับเสียงจริงจังด้วยความเป็นห่วง เขาไม่ได้ไปไกลจากเต็นท์มากนัก
เมื่อเพื่อนแยกตัวออกไปแล้ว ฌานินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์บอกในแชตให้ขวัญใจรู้ว่าตอนนี้เธออยู่สนามแข่ง เธอเอาแต่ก้มหน้าพิมพ์คุยกับเพื่อนถึงเรื่องราวที่เพิ่งเจอมาหมาด ๆ ไม่ได้เงยขึ้นสนใจสิ่งรอบข้าง กระทั่งได้ยินเสียงคนเอ่ยเรียกชื่อหนึ่ง
“พี่คลื่น วันนี้พี่ล่ามาไหมวะ”
“ไม่มา ช่วงนี้มันหลงลูกคงไม่มาสนามพักใหญ่”
เฮือก!! นิ้วเรียวค้างเติ่งบนจอมือถือ ชะงักกับชื่อและเสียงนั้น เพราะเหมือนอยู่ไม่ไกลจากตรงที่นั่ง ใบหน้าหวานค่อย ๆ เงยขึ้นเชื่องช้า ก่อนจะเห็นร่างสูงของคนที่ไม่อยากเจอหน้ายืนอยู่ในระยะสายตา