ตอนที่ 6
สิ้นลาย - 06 พิเศษ (ไม่ปลอดภัย)
September 18, 2026
ร่างเล็กเดินหนีคนที่เหมือนต้องการหลอกล่อเธอทุกครั้งที่เจอกลับมายังจุดเดิม สายตาของเพื่อนมองอย่างเป็นห่วง ทันทีที่
นั่งลงบนเก้าอี้ปอร์เช่ก็รีบถาม
“ฌาไปไหนมา”
“เจอแมวน่ะ ก็เลยเล่นกับน้องแป๊บนึง”
เป็นอีกครั้งที่ฌานินรู้สึกไม่ชอบเลย หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างสูงของคนที่ทำให้กลางใจ
ของเธอปั่นป่วน เดินออกมาจากทางเดียวกันราวกับตั้งใจให้
ใครต่อใครสงสัย ความอึดอัดก่อตัวในอกจนต้องกำมือแน่น
ไว้บนตักเมื่อเขาเดินมาหยุดภายในเต็นท์
“พวกไอ้นิคซ์มาแล้ว”
เสียงของคูเปอร์ดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนให้มอง
ไปยังรถสปอร์ตหรูที่แล่นเข้ามาพร้อมกันสามคัน ก่อนจะ
ชะลอความเร็วแล้วจอดสนิทเรียงรายอยู่ข้างสนาม
นิคซ์เปิดประตูลงจากรถพร้อมเด็กในทีมของเขาแล้วเดิน
เข้าไปทักทายคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ในเต็นท์ ทว่าสายตา
กลับสะดุดเข้ากับผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังนั่งอยู่ ความสวยของเธอเหมือนแม่เหล็กดึงดูดความสนใจของเขาไปทั้งหมด
“ว้าว สาวสวยคนนี้เป็นของใคร” เสียงแซวหยอกปนหยาบ
ดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ชายที่ยืนกันอยู่
“มาซ้อมก็สนใจซ้อมไม่ใช่อย่างอื่น” คูเปอร์บอก ก่อนจะ
ขยับตัวมายืนขวางอยู่ตรงหน้าเพื่อนสนิทของน้องชาย
“อยากเดิมพันว่ะ เอามาแลกเปลี่ยนกันหน่อยดีไหม”
“ผู้หญิงไม่ใช่สิ่งของที่มึงควรเอามาเป็นเดิมพัน”
เสียงทุ้มเข้มของคลื่นดังขึ้นอย่างเย็นชา ประโยคนั้นฉุดให้
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แม้เขาจะร้ายยังไงแต่ไม่เคยคิด
ลดค่าผู้หญิงด้วยการนำไปพนันหรือแลกเปลี่ยนเลยสักครั้ง
และประโยคนั้นก็ทำให้กลางใจของฌานินเต้นรัว ดวงตากลมมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงราวกับถูกมนตร์สะกด เพราะเธอเอง เคยถูกพ่อจะขายให้เสี่ยสรุจมาก่อน พอได้ยินเขาพูดคำนั้น
มันเหมือนถูกคนอื่นเห็นค่ามากกว่าคนในสายเลือด แถมยังเป็น
คนที่เธอคิดว่าร้ายกาจ
“ฮู้ว ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเสือตัวร้ายอย่างมึง”
เสียงแซวลอดออกมาจากปากนิคซ์พร้อมหัวเราะเบา ๆ
“พาเด็กมึงลงสนามอย่าปากดีให้มันมากนัก”
“คนสวย”
นิคซ์จงใจลากเสียงเรียก พลางเหลือบมองไปทางสาวสวยเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ชาย รอยยิ้มมุมปากของเขาแฝงความ
น่ากลัวจนเธอรีบก้มหลบ
“ไอ้นิคซ์” คูเปอร์กดเสียงแข็งตวาด ทำให้อีกฝ่ายแสดงแววตาไม่พอใจเท่าไร แต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปยังสนามที่มีรถจอดรออยู่
คลื่นปรายตามองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะหันมาสั่ง
“พาเพื่อนมึงไปห้องรับรอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกูไม่รับผิดชอบ”
เมื่อได้ยินคำสั่งกร้าวจากเจ้าของสนาม ปอร์เช่รีบพยักหน้า ก่อนจะพาเพื่อนตัวเล็กไปยังห้องรับรองทันที เขาเคยมาที่นี่จึงรู้ว่าต้องไปทางไหน ฌานินเองก็รู้สึกโล่งใจที่ถูกแยกออกจากตรงนั้น เธอไม่ชอบเสียงรถเอาซะเลย และที่สำคัญการเห็นคนตัวสูง
ยืนในระยะสายตามันมักจะทำให้หายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้ง
ภายในห้องรับรองค่อนข้างโล่งไร้การตกแต่ง สิ่งที่สะดุดตา
มีเพียงทีวีจอใหญ่ติดผนัง และโซฟาชุดหนึ่งวางตั้งอยู่กลางห้อง
ครืด~ สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่วางบนตักของร่างเล็ก
ดังขึ้น เมื่อก้มดูก็เห็นเป็นเบอร์เพื่อนสนิท เธอจึงรีบหยิบมากดรับ
“ว่าไงขวัญ” เสียงหวานเอ่ยถามปลายสาย ยกโทรศัพท์ขึ้น
ให้เห็นใบหน้าของตัวเองในสายวิดีโอคอล
(สบายใจขึ้นหรือยังแก เดี๋ยวฉันไปนอนเป็นเพื่อน)
“ไม่เป็นไร คงไม่มีอะไรแล้ว”
(ไม่เอา ฉันห่วง เดี๋ยวขนเสื้อผ้าไปนอนด้วยสามวัน)
“เอาไว้ถ้ามีคนตามอีก ฌาจะย้ายห้อง ขวัญอยู่กับแม่เถอะ แม่อยู่บ้านคนเดียวอันตรายเหมือนกันนะ”
(เฮ้อ แกดื้อจริง ๆ เลย แต่ฉันดีใจที่ได้ยินว่าจะย้ายห้อง)
ที่เพื่อนบอกแบบนั้นก็เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้วเรื่อง
อยากให้เธอย้าย ที่หอพักค่อนข้างอันตราย แต่ฌานินก็ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าที่นั่นค่าเช่าถูก เธอไม่อยากฟุ่มเฟือย
(ไหนบอกว่าไปสนาม ตอนนี้แกอยู่ห้องใคร)
“อยู่ห้องรับรองที่สนาม”
(รู้สึกถึงความวีไอพีจัง พี่คลื่นก็ไปใช่ไหม อิจฉาสุด ๆ
อยากเจอบ้าง)
“อื้อ เขามา” ร่างเล็กตอบเสียงเบา ก่อนเสียงของเพื่อนอีกคนที่อยู่ด้วยกันจะดังขึ้น
“บ้าผู้ชาย”
(แล้วไงยะ! เออนี่เช่ ฉันสงสัย พี่คลื่นเลี้ยงเด็กไหม)
ปอร์เช่ขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิด ไม่นานเขาก็โพล่งคำตอบออกมา “จากที่ไอ้เปอร์เคยเล่า พี่คลื่นไม่เคยเลี้ยงเด็กนะ
พวกเสือผู้หญิงไม่ชอบผูกมัด”
(เสียดาย อยากสมัครเป็นเด็กเลี้ยงเขาจัง)
ฌานินหันจอโทรศัพท์ไปทางเพื่อนที่นั่งข้างกัน ไม่ได้
ร่วมพูดคุยถึงเขาคนนั้น แต่เธอกลับฟังทุกประโยค จู่ ๆ ก็ร้อน
วูบวาบที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“ยาก เห็นแบบนั้น พี่มันเลือกกิน”
(ถ้าใครได้เป็นเด็กเลี้ยงเขาคงโชคดีเนอะ ทั้งหล่อทั้งรวย
แบบนั้น ใครจะกล้ามายุ่งกับเด็กพี่คลื่น)
“ฌา”
“อะ อื้อ ว่าไงเช่” เพราะมัวแต่เหม่อกับความคิด เมื่อถูกเพื่อนสะกิดเธอถึงกับสะดุ้งแรงจนเกือบทำโทรศัพท์หล่นจากมือ
“เดี๋ยวเช่มานะ ออกไปข้างนอกแป๊บ”
“อื้อโอเค”
เมื่อปอร์เช่ออกไปแล้ว ฌานินคุยกับขวัญใจต่อพักใหญ่ กระทั่งเพื่อนขอวางสาย ดวงตากลมมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์พร้อมถอนหายใจออกมาเบา ๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงสาย
ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ผู้คนสมัยนี้น่ากลัวหากยังเจอชายคนเดิมอีก
เธอคงต้องย้ายห้องจริง ๆ
เวลา 19:00 น.
ฌานินกลับมาถึงที่พัก โดยมีปอร์เช่ขึ้นมาส่งถึงบนห้อง
เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับเขาสั่งให้เธอล็อกประตูให้ดี ถ้ามี
คนเคาะห้ามเปิดเด็ดขาดและให้รีบโทรหา