ตอนที่ 8
สิ้นลาย - 08 ทนไม่ไหวแล้ว (ตัดสินใจ)
September 18, 2026
ร่างเล็กยังยืนนิ่งมองคนที่เพิ่งทำตัวอันตรายใส่ค่อย ๆ
เดินหายไปจากสายตา คล้ายโผล่มาทำให้ว้าวุ่นกลางใจก็เท่านั้น
เสียงถอนหายใจหลุดจากอกก่อนเธอจะเดินกลับขึ้นห้อง
ของตัวเอง ข้าวของที่ซื้อมาถูกจัดเรียงเอาไว้บนชั้นและในครัว
หลังวุ่นกับการเอาของเก็บเกือบครึ่งชั่วโมง คนตัวเล็ก
ก็เดินมานั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูแล้วเข้าแอปฯ ธนาคาร ยอดเงินในบัญชีตอนนี้จากที่คำนวณ
หากประหยัดมาก ๆ จะอยู่ได้จนกระทั่งเรียนจบ
ช่วงเรียนฌานินรับทำรายงานจากเพื่อนในห้อง ทำให้ได้เงินตรงนั้นมาบ้างแต่พอปิดเทอมเธอก็ขาดรายได้ไปจะหางานทำ
ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี อีกทั้งตอนนี้ยังต้องหลบซ่อนจากเจ้าหนี้ของพ่อ
ติ๊ง~
- xx เพิ่มเพื่อนจาก ID ใหม่ -
คิ้วเล็กขมวดชนกันอย่างแปลกใจกับการที่มีบุคคลนิรนามเพิ่มเพื่อนเข้ามา แถมชื่อยังมีแค่ xx ไม่มีรูปโปรไฟล์ ขณะกำลังคิด ข้อความจาก xx ก็เด้งเข้ามารัว ๆ
แชต: xx
xx: -ส่งโลเคชัน-
xx: ใช่ที่นี่หรือเปล่า
xx: ฌานินคนสวยรู้แล้วใช่ไหมว่าพ่อของหนูติดหนี้เสี่ยเท่าไร
xx: หนูควรเป็นเด็กกตัญญูใช้หนี้ให้พ่อ ด้วยการมาอยู่กับเสี่ย
มือเรียวสั่นเทาทันทีหลังอ่านข้อความนั้น คำพูดของพ่อสะท้อนกลับมาในโสตประสาท ไม่ต้องเดาเลยว่าเจ้าของแชตนี้
คือใคร เสี่ยจรัน คนที่เป็นเจ้าหนี้พ่อของเธอในตอนนี้
โลเคชันที่ส่งมานั้นคือที่อยู่ของเธอในตอนนี้ ราวกับถูกจับตามองตลอดเวลา ความคิดไม่ตกย้อนกลับมาอีกครั้ง ฌานิน
นึกไม่ออกเลยว่าจะหนีจากสถานการณ์นี้ยังไง
เธอรีบบล็อกแชตที่เพิ่งเพิ่มเพื่อนเข้ามาและลบข้อความ
ออกจากเครื่องอย่างไม่อยากเห็น ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง ดวงตา
คู่สวยค่อย ๆ มองเหม่อไปตรงหน้า
บางครั้งเธอก็อยากล่วงรู้อนาคตของตัวเองว่ามันจะเป็นยังไง เรื่องหนี้สินที่พ่อก่อเอาไว้สุดท้ายแล้วจะต้องเผชิญกับจุดจบ
แบบไหนกันแน่
ไม่ใช่ว่าไม่กลัว เพราะกลัวเธอถึงย้ายออกจากห้องเก่า
แต่เหมือนการย้ายหนีครั้งนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แล้วจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงอย่างนี้ไปถึงเมื่อไร
หลายวันผ่านไป… ฌานินไม่ออกจากห้องไปไหนเลย
แชตใหม่ ๆ ยังเพิ่มเพื่อนมาแทบทุกวันและส่งคำขู่เดิม ๆ มาให้
เธอบล็อกมันทุกครั้งที่เห็นข้อความพวกนั้น จนกระทั่งตอนนี้
เพื่อนสนิทก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังถูกคุกคามจากเจ้าหนี้ของพ่อ
แม้จะพยายามหลบเลี่ยงการออกไปข้างนอก แต่สุดท้าย
ก็หนีไม่พ้น เพราะของสำคัญอย่างผ้าอนามัยหมดเกลี้ยง
ปกติเธอมักซื้อตุนเอาไว้แต่กลับลืมเช็กของสำคัญไปสนิท
ทำให้ต้องออกไปหาซื้อ ครั้งนี้ก่อนออกจากห้องเธอใส่หมวกและแมสก์ปิดบังใบหน้ามิดชิด เพื่อพรางตัวเองจากพวกเจ้าหนี้
ร้านค้าอยู่ไม่ไกลจากคอนโด หลังซื้อของสำคัญเสร็จเท้าเล็กก็รีบจ้ำเดินกลับทันที ทว่าจู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง ร่างเล็กพลันหยุดชะงัก แล้วค่อย ๆ หันกลับไปมอง ก่อนจะเห็นเข้ากับ
ชายคนหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความกลัว เพราะจำได้
ว่าเป็นคนที่เดินผ่านกันตอนเข้าร้านค้า แต่ตอนนี้กลับเหมือนกำลังตามเธออยู่จริง ๆ เพราะทันทีที่สายตาประสานกัน เขาก็รีบก้าวตรงมาหา
ไม่รอให้อีกฝ่ายประชิดตัวร่างเล็กรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต โชคดีที่ใกล้ถึงคอนโดแล้ว ทันทีที่เข้ามาภายใต้ตึกคอนโด
เธอหยุดนิ่ง แล้วหันกลับไปมองอีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าไม่มีใคร
ตามมาแล้ว
ภายในห้อง
ถุงข้าวของที่ถือในมือถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะตรงหน้าโซฟา ก่อนจะนั่งลง ดึงแมสก์และหมวกออก กลางใจยังคงเต้นถี่รัวหายใจเหนื่อยหอบ ราวกับคนพวกนั้นเฝ้าจับตามองเธออยู่ตลอดเวลาเพียงแค่รอจังหวะ
นั่งไปได้พักหนึ่ง ร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหยิบเอา
ซองบุหรี่กับไฟแช็กติดมือออกไปข้างนอกระเบียง เธอซื้อมันมาตั้งแต่ครั้งนั้น ทว่าซองยังไม่เคยถูกแกะสูบเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้ ความคิดมากมายถาโถมทำให้ไม่รู้จะหาทางออกไหนจึงลอง
พึ่งมัน
ปลายบุหรี่สีขาวถูกยกขึ้นมาคาบไว้บนริมฝีปากอิ่ม
ใบหน้าหวานก้มลงเล็กน้อย นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมที่หล่นปิดแก้มเก็บทัดไว้หลังหูจากนั้นก็เริ่มจุดไฟแล้วสูดกลุ่มควันเข้า
“แค่ก แค่ก~” เสียงไอดังสวนออกมาทันที ฌานินทำหน้าหยีแล้วเอามวนบุหรี่ออกจากปากเดี๋ยวนั้น ท่าทางของเธอบ่งบอกว่าไม่ชอบสิ่งที่ลองทำเลยสักนิด ก่อนจะรีบดับมัน
คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาในห้อง ตรงไปทางห้องน้ำ
เพื่อล้างปาก กลิ่นฉุนของบุหรี่คละคลุ้งตีขึ้นจากจมูก ล้างเท่าไรกลิ่นก็ยังติดจนต้องแปรงฟันใหม่อีกรอบ
หลังวุ่นกับการแปรงฟังล้างปากพักใหญ่ คนตัวเล็ก
เดินออกมาข้างนอกนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แชตกลุ่มแจ้งเตือนจากเพื่อนสองคนที่กำลังคุยกันอยู่
แชตกลุ่ม
ขวัญใจ: ว่าแต่ยัยฌาเงียบมาก วันนี้ไม่อ่านข้อความหายไปไหนคะ
ฌานินอ่านคำถาม จากนั้นก็พิมพ์คำตอบส่งกลับไปให้เพื่อนในช่องแชต
ฌานิน: ไม่ได้หยิบโทรศัพท์เลย
ขวัญใจ: ออกไปข้างนอกกันไหม แกจะอยู่ห้องจนถึงมหาวิทยาลัยเปิดเทอมไม่ได้นะ
ปอร์เช่: ไปอู่พี่บอลไหม วันนี้ไอ้เปอร์ชวนเช่ไป
ฌานิน ไม่ไป
Read 2
คล้ายว่าเธอจะรีบตอบกลับเกินไปจนเพื่อนทั้งสองคนงุนงง
จู่ ๆ ถึงได้เงียบพร้อมกันอย่างนี้ พอเห็นว่าไม่มีใครตอบกลับมา
สักทีจึงพิมพ์ซ้ำลงไปอีก
ฌานิน: ฌาอยากอยู่ห้อง สองคนไปกันเลยนะ
ปอร์เช่: พี่คลื่นไม่ไป เห็นว่าวันนี้ต้องเข้าบ้าน
ขวัญใจ: นายรู้ดีจัง แต่สามีไม่ไป ฉันก็ไม่อยากไปแล้ว
ปอร์เช่: ไอ้เปอร์บอก
ขณะดวงตากำลังไล่อ่านข้อความ เมื่อเห็นชื่อเขาคนนั้น
จู่ ๆ ถ้อยคำที่ขวัญใจเคยพูดก็ฉายกลับเข้ามาในห้วงความคิด
วูบหนึ่ง