ตอนที่ 277
บทที่ 277 เรากับจินเฟิงมิได้มีความคับข้องใจกันมิใช่หรือ?
October 22, 2026
บทที่ 277 เรากับจินเฟิงมิได้มีความคับข้องใจกันมิใช่หรือ?
“เหล่าเผิง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? เหตุใดจึงมาเคาะประตูแต่เช้า?”
จูเหล่าเหยียที่สวมเพียงชุดตัวในสีขาว เดินออกมาจากห้องพร้อมถูหัวคิ้วอย่างงัวเงีย
เมื่อคืนนี้เป็นวันที่เขาดื่มไปมากที่สุด ตอนนี้เขาไม่เพียงแค่ปวดศีรษะมากเท่านั้น แต่ยังรู้สึกวิงเวียนอีกด้วย
“รอจ้าวเสี้ยนเว่ยออกมาก่อนข้าค่อยแจ้งข่าวทีเดียว”
ทันทีที่เผิงเหล่าเหยียพูดจบ จ้าวเสี้ยนเว่ยที่พักอยู่ห้องถัดไปก็เปิดประตูออกมา
ต่างจากจูเหล่าเหยียตรงที่เมื่อจ้าวเสี้ยนเว่ยเดินออกมาจากห้อง เขาก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
และผมของเขาก็ได้รับการหวีอย่างพิถีพิถันเช่นกัน
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
จ้าวเสี้ยนเว่ยเอ่ยถามพร้อมขมวดคิ้วอย่างสงสัย
การที่เขาขมวดคิ้วไม่ใช่เพราะเขาไม่พอใจเผิงเหล่าเหยีย แต่เป็นเพราะเขารู้ว่าเผิงเหล่าเหยียคงจะไม่มาเคาะประตูห้องเขาแต่เช้าตรู่เป็นแน่ หากว่าไม่มีเรื่องสำคัญจริง ๆ
“ข้าเพิ่งได้รับแจ้งว่าจินเฟิงส่งคนไปโจมตีเฮยสุ่ยโกว เขาหู่โถว และซวงถัวเฟิง…”
เผิงเหล่าเหยียรีบพาตัวกุนซือเฝิงเข้ามาเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดทันที
“จินเฟิงบ้าไปแล้วหรือ? เขามีกำลังคนไม่กี่ชีวิตเท่านั้น แต่ได้เริ่มการทำสงครามกับพวกพ้องของเราถึงสามกลุ่มในเวลาเดียวกันอย่างนั้นรึ?”
เมื่อจูเหล่าเหยียได้ยินดังนี้เขาก็เริ่มมีอารมณ์โกรธ “ใต้เท้า เป็นเพราะพวกเรายอมถอยมาโดยตลอดเขาก็เลยได้ใจ มาใช้โอกาสนี้ทำการรวมกองกำลังจากทั้งสามกลุ่มเพื่อสังหารหมู่ซีเหอวานกันเถิด”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการต่อสู้ภายในเกิดขึ้นมากมายระหว่างกลุ่มโจรใหญ่หลายกลุ่ม และบางครั้งก็มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงดินแดน
แต่ตอนนี้เมื่อศัตรูของทุกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ตัดสินใจจะเข้าร่วมกองกำลังโดยไม่ลังเล
“ตอนที่เจ้าพูดนี่ได้ใช้สมองบ้างหรือไม่?”
จ้าวเสี้ยนเว่ยจ้องไปที่จูเหล่าเหยียอย่างฉุนเฉียว “เหล่าเผิงเพิ่งบอกว่าคนของเราถูกคนของจินเฟิงปราบปราม! เจ้าจะใช้อะไรในการจัดการซีเหอวาน? ใช้ปากของเจ้าอย่างนั้นรึ?”
“ข้าได้ตรวจสอบแล้วว่าจำนวนทหารผ่านศึกและทหารหญิงของซีเหอวานมีไม่กี่ร้อยชีวิต และครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็เดินทางไปยังกวางเหยวียนเพื่อทำงานคุ้มกันขบวนสินค้า ขณะนี้จินเฟิงกำลังดิ้นรนเพื่อหาคนเพิ่มสองถึงสามร้อยคน”
จูเหล่าเหยียพูดอย่างไม่มั่นใจว่า “โจรของเราสามคนรวมกันมีมากกว่าสองพันคน เขากล้าดีอย่างไรมาปราบปรามพวกเรา?”
“เพราะว่าเขาคือจินเฟิงอย่างไรเล่า!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเขาเถี่ยกว้านหายไปได้อย่างไร ในเวลานั้นจินเฟิงก็มีคนอยู่ในมือเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น แต่เขาก็ยังทำลายเขาเถี่ยกว้านจนได้!”
“พวกคนโง่จากเขาเถี่ยกว้านตกหลุมอุบายของจินเฟิงและกระโจนเข้าไปในหลุมขนาดใหญ่ที่เขาขุดไว้ แต่คราวนี้แตกต่างออกไป ใต้เท้า เฮยสุ่ยโกวของท่าน ซวงถัวเฟิงของเหล่าเผิง และเขาหู่โถวของข้า ล้วนเป็นสถานที่ที่ป้องกันได้ง่ายและโจมตีได้ยากมิใช่หรือ? หากไม่มีความแข็งแกร่งของกองทหารเป็นจำนวนหลายสิบเท่า พวกเขาก็ไม่มีทางเอาชนะเราได้อย่างแน่นอน!”
เหล่าจูกล่าวอย่างมั่นใจ
“นี่คือสิ่งที่ร้ายแรง พวกโจรเลือกฐานที่มั่นของพวกเขา คนทั้งหมดล้วนต้องการสถานที่ที่ป้องกันได้ง่ายและโจมตีได้ยาก อย่างไรก็ตาม สถานที่ดังกล่าวเองก็มีข้อบกพร่องร้ายแรงเช่นกัน ตราบใดที่ทางลงเขาถูกปิดกั้น ไม่ว่าบนภูเขาจะมีคนกี่คนก็ไม่สามารถลงมาได้!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “จินเฟิงไม่จำเป็นต้องโจมตีภูเขาเลย เขาแค่ทำการปิดถนนที่ใช้ลงเขาเท่านั้น หากเวลาผ่านไปนานเข้า พวกโจรก็จะอดตายอยู่บนภูเขา!”
“ข้าจะอยู่รอดให้ได้!” เหล่าจูกล่าว “ข้าไม่รู้ว่าพื้นที่ของภูเขาลูกนั้นเป็นอย่างไร แต่เขาหู่โถวของข้ามีเสบียงมากมาย สมุนบนภูเขาของข้าสามารถอยู่รอดได้เป็นปี ๆ”
เพราะแท้จริงแล้ว นี่เป็นสถานการณ์ที่มักเกิดขึ้นในสงครามยุคอาวุธเย็น
กองกำลังป้องกันเมืองได้สร้างกำแพงที่แข็งแกร่งใช้กลยุทธ์ผลาญภพ*[1]เพื่อปกป้องเมืองไว้อย่างมั่นคง ส่วนผู้โจมตีปิดล้อมเมืองก็ปฏิเสธที่จะถอยให้แม้เพียงก้าวเดียว
เว้นเสียแต่ว่าจะมีความแตกต่างกันในด้านการทหารเป็นอย่างมากก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรกับอีกฝ่ายได้ แพ้ชนะจึงขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถยืนหยัดได้นานกว่า
ในชีวิตที่แล้ว ตอนที่จินเฟิงศึกษาประวัติศาสตร์ เขาเห็นว่าป้อมปราการที่นักยุทธศาสตร์ทางทหารต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา ทั้งผู้โจมตีและผู้ป้องกันต่างก็ต้องเผชิญหน้ากันเป็นเวลาสามปี ในท้ายที่สุด ฝ่ายผู้ป้องกันก็ใช้เสบียงจนหมดและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไปต่อสู้กับศัตรูจนตาย
ในเวลานั้นทหารหิวโหยมาสามปีแล้ว สูญเสียกำลังและจิตวิญญาณในการต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ผู้โจมตีสามารถหาเสบียงได้ตลอดเวลาและรอลงมือเท่านั้น ผลการสู้รบนี้สามารถจินตนาการได้ไม่ยาก
“นี่เจ้า…”
จ้าวเสี้ยนเว่ยถอนหายใจและไม่ต้องการพูดคุยกับจูเหล่าเหยียอีก
“เหล่าจู เจ้าคิดง่ายเกินไปแล้ว จินเฟิงเคยไปที่สนามรบกับชิ่งไหวและนำธนูจ้งหนู่กลับมาไม่น้อย ตราบใดที่เขาส่งคนไม่กี่คนไปตั้งธนูจ้งหนู่ไม่กี่ตัวที่ทางขึ้นลงเขา เขาก็สามารถทำลายเขาลูกนี้ได้แล้ว!”