ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 โรงเตี๊ยมตระกูลกง
September 30, 2026
บทที่ 10
โรงเตี๊ยมตระกูลกง
เอ้กอี๊เอ้กเอ๊ก…
ไก่ตัวผู้ขันตั้งแต่เช้ามืด ลู่ซินฟางลืมตาตื่น มองลูกน้อยทั้งสองที่ยังหลับปุ๋ย ก่อนจะลุกลงจากเตียงเตรียมอาหารเช้าและของสำหรับเข้าเมือง
ลู่ซินฟางวางขนมสองจานที่พึ่งอุ่นเสร็จร้อนๆ ลงในกล่องไม้อย่างระมัดระวัง ปิดกล่องแล้ววางแยกไว้อีกทางหนึ่ง ก่อนจะเรียงผิงกั่วเคลือบน้ำตาลใส่ตะกร้า
ตอนที่ลูกๆ ตื่นขึ้นมาล้างหน้า ลู่ซินฟางก็เตรียมอาหารเช้าเสร็จพอดี
ระหว่างกินมื้อเช้า นางกำชับกับเฉิงเอ๋อร์ว่า “วันนี้เฉิงเอ๋อร์ต้องดูแลน้องให้ดีนะ ของว่างกับมื้อเที่ยงแม่เตรียมไว้ให้แล้ว อยู่ในตู้กับข้าว อย่าลืมล่ะ”
“ขอรับ ท่านแม่”
ลู่ซินฟางพยักหน้ายิ้มให้กับความเฉลียวฉลาดของลูกชาย
หลังจากคุยกับชิงเหลียนเมื่อวานก่อน ลู่ซินฟางจึงคิดจะเข้าเมืองคุยธุระกับเจ้าของโรงเตี๊ยมตระกูลกง ผิงกั่วเคลือบน้ำตาลพวกนี้ก็แค่ผลพลอยได้จากการค้าขายเล็กๆ คิดว่าน่าจะกลับบ้านไม่เกินเที่ยง
เมื่อกินข้าวเช้าอิ่มกันแล้ว ก่อนออกบ้าน ลู่ซินฟางย้ำกับลูกๆ อีกครั้ง ให้พวกเขาลงกลอนบ้านให้ดี แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้รีบไปหาน้าชิงเหลียนทันที
ลู่ซินฟางขึ้นรถเทียมวัวเข้ามาในตัวเมือง ตรงมาที่ร้านของเถ้าแก่หลี่
ทันทีที่ชายชราเห็นนาง ก็ร้องทักว่า “วันนี้เอารองเท้ามาฝากขายหรือ ข้าเพิ่งถามกับภรรยาของฮ่าวซือไปพอดี มาๆ วันนี้เอามากี่คู่”
“วันนี้ไม่ใช่รองเท้าหรอกเจ้าค่ะ” นางตอบ
เถ้าแก่หลี่ทำหน้างง “แล้วจะเอาอะไรมาฝากขายล่ะ”
“ผิงกั่วเคลือบน้ำตาลเจ้าค่ะ”
“หา!?”
เถ้าแก่หลี่ไม่เพียงทำหน้างุนงงหนักกว่าเดิม แถมร้องด้วยความแปลกใจเสียงดัง
“มันจะขายได้หรือ ของเปรี้ยวแบบนั้น”
นางหัวเราะเบาๆ หยิบผิงกั่วเคลือบน้ำตาลขึ้นมาไม้หนึ่ง “เถ้าแก่หลี่ชิมดูก่อน”
เถ้าแก่หลี่ทำหน้าแปลกใจคำรบสอง ตอนที่รับผิงกั่วเคลือบน้ำตาลไป สีหน้าของชายชราแสดงออกอย่างลังเล
“น้ำตาลที่เคลือบภายนอกแวววาวน่ากิน แต่รสชาตินี่สิ จะไหวแน่รึ”
“ต้องลองชิมก่อนเจ้าค่ะ” ลู่ซินฟางย้ำ รอยยิ้มลึกลับยิ่งทำให้คนอยากรู้อยากลอง
ชายชราอายุ 60 กว่าๆ ฟันไม่ค่อยดี ตอนแรกลังเลว่าจะกัดน้ำตาลที่เคลือบบนผิวผิงกั่วไม่ไหว ทว่าพอดูดีๆ แล้ว น้ำตาลไม่ได้เคลือบหนา หรือแข็งเกินไป น่าจะกินได้ไม่ลำบาก
อย่างที่คิด พอกินเข้าไปเถ้าแก่หลี่ก็เบิกตาโตร้องว่า “โอ้ เปรี้ยวๆ หวานๆ กำลังดี น้ำตาลไม่หนามาก คนแก่อย่างข้ายังเคี้ยวไหว อร่อยผิดคาดเลย”
เด็กๆ ที่เดินไปผ่านมาได้ยินก็หูผึ่ง
“เถ้าแก่หลี่ ในมือท่านคืออะไรหรือ”
เด็กชายคนหนึ่งอายุราวๆ 10 กว่าขวบ รู้จักเถ้าแก่หลี่เนื่องจากบ้านอยู่ละแวกนั้น ได้ยินเถ้าแก่หลี่พูดก็เดินเข้ามาถาม
ลู่ซินฟางยิ้ม หยิบผิงกั่วขึ้นมาหนึ่งไม้ยื่นให้เด็กชาย
“ผิงกั่วเคลือบน้ำตาลไม้ละ 3 เหรียญ”
“เอ๋ จะไม่เปรี้ยวหรือ” เด็กชายร้องด้วยความสงสัย ไม่ได้ติดใจเรื่องราคา แต่ติดใจเรื่องรสชาติ น่าจะเป็นเด็กที่มีฐานะพอสมควร
“เรื่องนั้นเจ้าต้องลองกินเอง” เถ้าแก่หลี่พูดพร้อมกินผิงกั่วต่อด้วยท่าทีเอร็ดอร่อย
ท่าทางของเถ้าแก่หลี่ทำเอาเด็กชายกลืนน้ำลายดังอึก บวกกับอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น ในสายตาของผู้สูงวัย เด็กคนนี้จึงกลายเป็นเหยื่อที่ถูกตกได้ง่าย
เด็กชายพูดเสียงดังว่า “เอา 1 ไม้!”
ลู่ซินฟางรับเงินมา 3 เหรียญ
พอเด็กชายได้ผิงกั่วไป พลันทำท่าสูดหายใจลึกเหมือนรวบรวมความกล้า ก่อนกัดกินคำใหญ่
กร๊วบ...
เสียงกรอบน่าอร่อยทำให้เด็กคนที่ยืนดูตั้งแต่เมื่อครู่เบิกตาด้วยความสนใจ
“อร่อยหรือไม่”
เด็กละแวกนั้นเข้ามารุมถาม
เด็กชายไม่ได้ตอบ แต่หัวเราะ “ฮิๆ” ขณะกัดผิงกั่วในมือไม่หยุด
ดูท่าแล้วต้องอร่อยแน่ๆ
เด็กคนอื่นๆ คิดเหมือนกัน
ท่าทางเอร็ดอร่อยของเด็กชายเหมือนป้ายไฟโฆษณาป้ายใหญ่ๆ ไม่เพียงได้รับความสนใจจากเด็กที่เข้ามามุง ผู้ใหญ่ที่ออกมาเดินจับจ่ายซื้อของบนถนนสายนั้นยังเข้ามาถามด้วยความสนใจ
ซื้อกันไปคนละไม้สองไม้ ไม่ถึงครึ่งวัน ผิงกั่วในตะกร้าก็ขายจนหมด