ตอนที่ 5
เข้าเมือง
September 18, 2026
“พ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมจะไปเร่งจัดการให้แล้วเสร็จ ให้ได้ทันเวลาออกเดินทางกลับเมืองหลวงเป็นแน่”
องครักษ์คนสนิทรีบตอบรับคำสั่งการของนายเหนือหัว เมื่อเห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดดุดันยิ่งกว่ายามออกไปสู้รบกับศัตรู
“ส่งสารบอกพ่อบ้านฉี ให้งดส่งอาหารไปตำหนักร้างทั้งหมด ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่านางจะเอาตัวรอดเช่นไร อยู่ในตำหนักสุขสบายมาหลายเดือนแล้ว ควรจะต้องดิ้นรนด้วยตนเองดูเสียบ้าง นางจะได้เข็ดหลาบไม่คิดไปหลอกลวงผู้ใดอีก”
ชินอ๋องหยางหนิงหลงเอ่ยสั่งการออกไปด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม มุมปากหยักแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว จนองครักษ์ข้างกายนึกสงสารพระชายาผู้นั้น
“เอ่อ แล้วพระชายาจางเย่วชิงกับสาวใช้จะกินอะไรเป็นอาหารหรือกระหม่อม แบบนี้พวกนางจะไม่แย่เลยหรือ”
องครักษ์ซีซวนเอ่ยถามด้วยความสงสารสตรีที่ถูกขับไล่ไปอยู่ตำหนักร้าง เมื่อลองทบทวนดูดี ๆ คนที่ผิดก็คือเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้นั้นมิใช่หรือ ที่สับเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเยี่ยงนี้ เหตุใดสตรีผู้น่าสงสารถึงได้ถูกลงโทษหนักหนาเพียงนี้
“นางกล้าสวมชุดเจ้าสาวมาหลอกลวงข้าว่าเป็นจางซูเม่ย ก็ให้พวกนางหาอาหารกินกันเอง คงจะมีตำลึงอยู่ไม่น้อยเพราะเสนาบดีจางก็ต้องมอบสินเดิมมาอยู่บ้าง ข้าแค่อยากให้พวกนางลำบากมากกว่าเดิม ไม่ได้หวังให้ตายจาก เจ้าอย่าทำสีหน้าประหนึ่งว่าข้ากำลังรังแกสตรีไม่มีทางสู้เยี่ยงนี้”
ชินอ๋องเลิกหัวคิ้วขึ้นสูงและจ้องมองใบหน้าองครักษ์คนสนิท ที่พูดจาเหมือนเขากำลังรังแกสตรีที่ไร้ทางสู้อย่างไรอย่างนั้น
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะจัดการทุกอย่างตามพระประสงค์ของท่านอ๋องอย่างเร่งด่วน”
องครักษ์ซีซวนจำต้องเลิกซักไซ้ชินอ๋อง และเลิกแสดงท่าทีเห็นใจพระชายาจางเย่วชิง ที่เขาไม่เคยพบเห็นใบหน้าของนางเลยสักครั้ง ก่อนที่นายเหนือหัวจะกรุ่นโกรธไปมากกว่านี้
เมืองหลวง
เรือนร่างอ้อนแอ้นผอมบางราวกับเมื่อลมพัดมาก็จะปลิวไปได้ง่าย ๆ ทว่าทรวดทรงองค์เอวเฉพาะส่วนของสตรีนั้นทะลักล้น จนต้องสวมใส่อาภรณ์เนื้อหนาสีเข้มที่ปกปิดมิดชิด เพื่ออำพรางรูปร่างจากสายตาของบุรุษที่มักจะจ้องมองมาอยู่เรื่อย ทั้ง ๆ ที่นางสวมผ้าปกคลุมใบหน้าไว้เป็นอย่างดี
จางเย่วชิงก้าวเดินมาหยุดอยู่ใจกลางเมืองหลวง ในย่านที่มีตลาดค้าขายของกินของใช้กันอย่างคึกคัก หัวใจของนางเต็มไปด้วยความลิงโลดเมื่อได้พบเห็นตลาดค้าขายของจีนในยุคโบราณด้วยสายตาตนเอง
“ไม่อยากจะเชื่อ ว่าข้าจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในยุคโบราณนี้จริง ๆ”
นัยน์ตากลมโตไร้เดียงสาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงกับภาพความงดงามตรงหน้า เมื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาสงบนิ่งดังเดิมแล้ว จางเย่วชิงจึงก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อมองหาร้านขายเครื่องประดับประจำเมืองหลวง
ทว่านางก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าร้านที่นางต้องการตั้งอยู่ส่วนไหนของเมืองหลวง ร่างเพรียวบางเดินหาสถานที่มุ่งหมาย จนแสงแดดในยามเช้าเริ่มจะเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น ดวงตาสวยภายใต้แพขนตางอน กวาดสายตาไปทั่วบริเวณท้องถนน และถอนหายใจออกมา เมื่อไม่สามารถพบเจอร้านขายเครื่องประดับได้โดยง่ายดังใจนึก
จางเย่วชิงมองเห็นแม่ค้าวัยกลางคนผู้หนึ่ง ที่กำลังจัดเตรียมผักสดไว้เตรียมขายอยู่ในตลาด ท่าทางของนางคงจะเป็นผู้กว้างขวางในย่านนี้อยู่พอสมควร จึงเดินเข้าไปสอบถามทันที
“ท่านน้าเจ้าคะ ร้านขายเครื่องประดับร้านไหนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงหรือเจ้าคะ ข้ามาจากต่างเมืองเลยไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไร จึงขอรบกวนสอบถามท่านน้าคนงามสักเพียงนิดได้หรือไม่”