ตอนที่ 8
ภรรยากับหลานแม่สามี (2)
November 4, 2026
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นอย่างนั้นรึ”
ใบหน้าซีดเซียวของเจ้าของเรือนโผล่ออกมาจากม่านมุ้งล้อมรอบเตียงนอน
ผมกระเซอะกระเซิงราวกับเพิ่งตื่นจากการนอนหลับใหล
“อะ อ้าว ที่แท้พี่หญิงก็มิสบายจริงอย่างที่นังบ่าวชั้นต่ำพูด”
แม้ว่าการเห็นเจ้าของเรือนนั่งหน้าซีดอยู่เป็นเตียงจะมิใช่สิ่งที่นางคาดคิดเอาไว้ก็ตาม ทว่าแล้วอย่างไรคนที่ตระกูลหยางล้วนรู้ดีแก่ใจว่าแม้ฐานะภายนอกจะเป็นถึงภรรยาของทายาทสืบทอดผู้นำตระกูล
แต่นางเป็นภรรยาตัวประกันของตระกูลศัตรูที่
หยางเหวินเพียงต้องการแต่งนางเข้ามาเพื่อแก้แค้นตระกูลซูเท่านั้น
หากไม่มีเหตุผลข้อนี้คงไม่มีใครในตระกูลยอมรับสะใภ้ผู้นี้เป็นแน่
นางนี่สิเป็นว่าที่ภรรยาของท่านพี่หยางเหวินที่มารดาของฝ่ายชายหมายมั่นให้แต่งเข้ามาอย่างแท้จริง
เนื่องจากเมื่อวานท่านป้าแจ้งข่าวดีแก่นางว่าอีกไม่เกินสามวันกองทัพของท่านพี่หยางเหวินจะเคลื่อนพลมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับชัยชนะแสนยิ่งใหญ่
วันนี้ถือเป็นโอกาสดียิ่งนักที่นางจะมาแสดงตัวตนให้สตรีในเรือนแห่งนี้รู้ว่านางแท้จริงแล้วคือใครกันแน่
ลี่เฉี่ยวยืนกอดอกอยู่กลางเรือนอันแสนคับแคบแห่งนี้จ้องมองเจ้าของเรือนที่ยังไม่รีบลุกขึ้นมาต้อนรับแขกอย่างนางอีก
“.....”
“พี่หญิงมิคิดเอ่ยทักทายแขกเช่นข้าบ้างหรือ อ้อ ลืมไปว่าท่านอาจมิได้รับการสั่งสอนที่ดีเพราะตระกูลเดิมของพี่หญิงอาจมิมีเงินจ่ายค่าจ้างคนมาสอนมารยาท”
“เกรงว่าเจ้าจะพูดถูกว่าตัวข้านี้มิเคยเรียนมารยาทมาก่อน แต่เจ้าก็มิเคยร่ำเรียนมารยาทมาเช่นเดียวกับข้ารึคุณหนูลี่เฉี่ยว....”
สตรีที่บอกว่าตนเองรู้สึกไม่สบายยกมือขึ้นสางผมที่ยุ่งเหยิงของตนเองขณะไล่สายตามองแขกมิได้รับเชิญศีรษะจรดปลายเท้า
“สตรีที่ร่ำเรียนมารยาทมาอย่างดีคงไม่กล้าหาญบุกเรือนผู้อื่นทั้งที่มิได้รับอนุญาต แล้วยิ่งมิด่าผู้อื่นว่าชั้นต่ำไปทั่วเช่นนั้น ข้าเติบโตในบ้านนอก ท่านป้าท่านลุงmujขายผักขายเนื้อในตลาดฟังแล้วถ้อยคำยังน่าฟังกว่าเจ้าอีกกระมังคุณหนูลี่เฉี่ยว”
“เจ้า! กล้าด่าข้ารึ นังบ้านนอก นังชั้นต่ำ....”
“....เฮ้อ~” ซูเมิ่งเบียนสายตาออกไปจากสตรีที่ปากร้ายยิ่งนักอย่างเหนื่อยอ่อน
นางมิใช่คนปากไวจะให้แข่งด่ากราดกับสตรีผู้นี้เกรงว่าจะพ่ายแพ้ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ซูเมิ่งทำได้ดีคือการแสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอดเสีย
เดี๋ยวเหนื่อยนางก็หยุดพล่ามเอง
“....เหอะ ข้าจะด่าว่าเจ้าเช่นไรก็เรื่องของข้า ทำไม มองข้าเช่นนั้นคิดว่าน้ำหน้าอย่างเจ้าจะทำอันใดข้าได้อย่างนั้นรึ”
“....”
หากจะตีความใบหน้าเฉยเมยของซูเมิ่งว่าเช่นนั้นก็ตามแต่ใจที่นางต้องการก็แล้วกัน
“คิดจะไปฟ้องท่านป้าหยางเซียงอย่างนั้นรึ เหอะ ไปฟ้องสิ ข้าจะรอดูว่าท่านป้าจะเลือกเชื่อใครระหว่างหลานคนโปรดเช่นข้ากับลูกสะใภ้ที่มิได้ต้องการเช่นเจ้า”
“หึ....”
ซูเมิ่งเกือบหลุดขำออกมากับความคิดตลกของอีกฝ่าย นางเองแม้มิได้ฉลาดเหนือผู้ใด แต่นางก็มิโง่เง่าขนาดไม่รู้ว่าฮูหยินใหญ่หยางเซียงแห่งตระกูลหยางคิดเช่นไรกับตัวนางเอง
เกรงว่าหากไปฟ้องจะกลายเป็นเข้าทางเปิดช่องโหว่ให้สองป้าหลานเล่นงานนางอย่างเป็นทางการน่ะสิ
ซูเมิ่งสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้นานถึงสามปีเช่นนี้เป็นเพราะการสงบเสงี่ยมเจียมตัว อยู่อย่างไร้ตัวตนในจวนแห่งนี้นั่นแหละจึงรอดมาได้ทุกวันนี้
เรื่องอันใดจะสร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง
อาหารอร่อย ที่พักอันปลอดภัยและที่สำคัญไม่เสียเงินสักตำลึงเดียวอย่างที่นี่มิได้หากันง่ายๆ นะ
จะหาว่านางเป็นคนขี้งกก็มิผิดนัก
“อ้อ แล้วอีกอย่างนะคุณหนูลี่เฉี่ยว ข้าคิดว่าการที่ท่านเรียกข้าว่าพี่หญิงมิถูกนัก....”
ใครมิรู้บ้างว่าการที่อีกฝ่ายออกตัวเรียกนางเช่นนั้นมิใช่เพราะนับถือแต่นางต้องการแสดงตัวว่านางกำลังจะเป็นภรรยาคนถัดมาของสามีซูเมิ่งต่างหากเล่า
“....ปีนี้ข้าอายุเพียงสิบแปดหนาว แสดงว่าเราสองคนอายุเท่ากันนับเป็นคนรุ่นเดียวกันเรียกขานด้วยนามจริงเถอะ ข้าเกรงว่าตนเองอายุจะสั้นเอาได้”
นี่เป็นการบอกโดยนัยว่านางมิรับอีกฝ่ายเป็นน้องสาวร่วมสามีนั่นเอง