ตอนที่ 9
ภรรยากับสามีอารมณ์ร้าย (1)
November 4, 2026
บทที่ห้า
ภรรยากับสามีอารมณ์ร้าย
เพร้ง!
ภายในเรือนหลังน้อยท้ายจวนตระกูลหยางหากเป็นปกติมักได้ยินเสียงนกร้องหรือไม่ก็เสียงแมลงทักทายกันท่ามกลางความเงียบสงบ
ทว่าวันนี้สองนายบ่าวของเรือนวันนี้ที่คนเป็นบ่าวสาวใช้กำลังนั่งปักผ้า ส่วนคนเป็นเจ้านายกำลังนั่งขีดเขียนตัวหนังสือลงบนกระดาษอยู่บนเตียงนอนตนเองต่างหันมองหน้ากันขวับเมื่อได้เสียงของหนักตกกระแทกพื้นเป็นระยะๆ
เสียงดังมาจากพื้นที่อื่นในจวนอันห่างไกลจากเรือนของนาง
นี่ขนาดไกลขนาดนี้ยังได้ยินเสียงนั้น
“ฮูหยินได้ยินเหมือนที่บ่าวได้ยินใช่ไหมเจ้าคะ”
ซูเมิ่งพยักหน้ารับ “แต่ช่างเถอะเป็นเรื่องของพวกเขามิเกี่ยวกับพวกเรา”
“เจ้าค่ะ”
เพร้ง!
สองนายบ่าวสบตากันโดยมิได้นัดหมายอีกรอบ ทว่าหนนี้มีหลายเสียงดังต่อเนื่องเข้ามาในสถานที่แสนสงบสุขแห่งนี้
“เจ้าออกไปดูหน่อยก็แล้วกัน”
“ได้เจ้าค่ะ”
ใช้เวลาไม่นานจิวซือก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในเรือน ท่าทีของหญิงสาวดูตื่นตระหนกราวกับเพิ่งไปเห็นบางสิ่งที่น่าหวาดกลัวมา
“ฮะ ฮูหยินเจ้าคะ คะ คือ โอ๊ย...” อยู่ดีดีจิวซือก็ติดอ่างพูดจาไม่รู้เรื่องขึ้นมากระทันหัน นางจึงตบปากตนเองไปหลายทีเพื่อตั้งสติ
“ใจเย็น ค่อยๆ พูดก็ได้ข้าหาได้อยากรู้เรื่องของผู้อื่นขนาดนั้น”
ซูเมิ่งพูดติดตลกโดยที่ไม่รู้เลยว่าเรื่องต่อไปนี้นั้นเกี่ยวกับนางเลยโดยตรงต่างหาก
“คะ คือ นายท่าน นายท่าน” คนพูดยังคงพูดติดอ่างดีที่ฟังพอรู้เรื่องบ้าง “นายท่านหยางเหวินเดินทางกลับมาจากกองทัพแล้วเจ้าค่ะ”
มือสั่นระริกของจิวซือชี้ไปทางเรือนหลังใหญ่อันแสนห่างไกลทว่าทิศทางที่นางชี้ไปปกติจะเห็นเป็นเพียงเรือนหลายหลังตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ ทว่าบัดนี้กลับมากลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินมุ่งหน้ามายังเรือนที่พวกนางอยู่
“ละ....และกำลังเดินมาที่เรือนของเราเจ้าค่ะฮูหยิน”
ซูเมิ่งลุกนั่งตัวตรงตั้งแต่สาวใช้นางพูดไม่ทันจบแล้ว หญิงสาวใช้สองมือเรียวขยี้ศีรษะตนเองจนหัวยุ่ง
“โอ๊ย ไยเจ้ามิบอกข้าให้เร็วกว่านี้ รีบเก่งข้าวของทุกอย่างให้เรียบร้อย เร็ว!”
ซูเมิ่งและจิวซือช่วยกันโกยทั้งม้วนเอกสารอันเป็นงานของร้านค้านางเข้าไปกองสุมกันไว้ใต้เตียง บนเตียงตอนแรกมีขวดแก้วตัวอย่างสมุนไพรสินค้าตัวใหม่ของร้านตั้งไว้อยู่ก็โดนซูเมิ่งกวาดเก็บใส่ไว้ในถุงผ้าถุงใหญ่
ปัง!
บานประตูใหญ่ของเรือนถูกผลักเปิดอย่างแรงพร้อมกับที่ด้านหลังบานประตูนั้นมีบุรุษรูปงามทว่าใบหน้าถมึงทึงนั้นทำให้คนมองรู้สึกว่าเขาเป็นพญามัจจุราชมาทวงวิญญาณมากกว่าท่านเทพเซียนอย่างที่สตรีในเมืองหลวงเฝ้าฝันถึง
ยอมรับตามตรงซูเมิ่งเกือบจำใบหน้าของหยางเหวิน สามีนางไม่ได้แล้วหากแต่ขณะที่นางกวาดสายตามองผู้มาใหม่ทั้งหมดบุรุษที่ยืนหน้าสุดนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสามีในความทรงจำอันเลือนลางของนางมากที่สุด
เหอะ กลิ่นอายอำมหิตแฝงอยู่ในตัวบุรุษคนหน้าสุดช่างรุนแรงยิ่งนัก ประสาทสัมผัสทุกส่วนของนางจึงตื่นตัวระวังภัยเต็มที่
“อะ อ่อ ท่านหยางเหวินกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”
ภรรยาอย่างนางไม่รู้เลยสักนิดว่าสามีกลับบ้านวันนี้ เบื้องหลังของชายหนุ่มมีบรรดาข้ารับใช้และใช่มีสตรีสองคนยืนส่งยิ้มสะใจอยู่ด้านหลังด้วย
หนึ่งคือหยางเซียงแม่เลี้ยงของสามีนาง
และสอง....
ลี่เฉี่ยว หลานสาวคนงามของแม่สามีซูเมิ่ง
เฮ้อ....มิต้องคาดเดาให้มากความเลยว่าไยหยางเหวินจึงมีใบหน้าคุกกรุ่นเช่นนี้
สามีกลับบ้านหนึ่งในหน้าที่ภรรยาคนเดียวของเขาคือการออกไปยืนต้อนรับที่หน้าประตูทางเข้าจวน
แต่ซูเมิ่งมิได้ไปแถมยังนอนสบายใจอยู่ที่จวนของตนเองอีกด้วย
“อยู่ที่นี่ดูสบายอุรายิ่ง คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ฐานะในตระกูลหยางแห่งนี้เจ้าเป็นใครมิรู้ความเลยหรือซูเมิ่ง!”
ราวกับได้ยินเสียงข่มโทสะกัดฟันกรอดๆ ของหยางเหวิน ซูเมิ่งเหลือบตามองคนที่รู้แต่ตั้งใจไม่แจ้งให้นางทราบก่อน สุดท้ายนางก็เลือกทำเพียงทอดถอนหายใจออกมา
แผนของพวกนางนั่นเอง
“ขออภัยเจ้าค่ะ ขะ....”
“แม่ผิดเองคิดว่านางจะรู้ว่าตัวเองควรปฏิบัติอย่างไรหากรู้ว่าเจ้าจะกลับบ้านมาวันนี้ แม่คิดว่าการให้คนมาแจ้งเวลากลับบ้านของเจ้าก็เพียงพอให้นางกระตือรือร้นเตรียมพร้อมดูแลสามี มิเกียจคร้านดังเช่นวันวาน....เจ้าอย่าได้โกรธเคืองนางเลยนะ
หยางเหวิน”
“เมื่อวานข้าก็เพิ่งมาย้ำกับพี่สะใภ้นะเจ้าคะว่าควรทำเช่นไรบ้างหากท่านพี่หยางเหวินกลับมา หากท่านพี่หยางเหวินมิเชื่อสอบถามบ่าวผู้อื่นได้เลยนะเจ้าคะ”
“เจ้าค่ะ บ่าวเห็นคุณหนูลี่เฉี่ยวเดินมาเยี่ยมเยียนเรือนนี้เมื่อวาน”
หยางเหวินไล่สายตาดุดันตวัดมองบรรดาคนที่พูดทั้งที่เขามิได้เอ่ยถาม แต่มิได้เอ่ยสิ่งใดกับพวกนางให้เสียเวลาเพียงหันกลับมาจ้องเขม็งภรรยาตนเองที่ยังคงมีท่าทีเฉยเมยไม่สะดุ้งสะเทือนต่อสิ่งใด
ราวกับนางมิเห็นใครในที่นี้อยู่ในสายตาเลยสักคน...รวมถึงสามีอย่างหยางเหวินด้วย
มิรู้ว่าไฟโทสะมาจากที่ใดมันลุกโหมท่วมตัวเขาจนแทบคลั่ง
“เฮ้อ....ขออภัยข้าผิดเองเจ้าค่ะที่มิได้ออกไปรอรับท่าน” เหตุใดนางผู้เป็นคนผิดจึงมีท่าทีหงุดหงิดโมโหอยู่ในน้ำเสียง