ตอนที่ 10
ภรรยากับสามีอารมณ์ร้าย (2)
November 4, 2026
ปึง!
ท้ายที่สุดเมื่อมือทั้งสองของเขามิว่างเพราะต้องคอยจับยึดสตรีที่เขาแบกอยู่บนบ่านั้นที่ช่างไม่รู้จักอยู่นิ่งเฉย บอกให้เงียบนางก็หุบปากร้องนั่นแหละ ทว่าบอกให้หยุดดิ้นเพราะเดี๋ยวตกไปไยนางจึงมิหยุดดิ้นเสียที
เหอะ รู้หรือไม่อาการขัดใจยามที่เขาอุ้มนางเช่นนี้มันยิ่งกระตุ้นโทสะในอกของเขาให้มันจวนระเบิดออกมายิ่งนัก
ขณะเดินลอดผ่านซุ้มประตูในเรือนห้องนอน ด้วยเพราะเขาเป็นคนตัวสูงมากกว่ามาตรฐานบุรุษทั่วไปฉะนั้นจึงใช้อีกมือคอยบังไว้เหนือร่างนางอีกทีเพราะกลัวกระแทกโดนคานข้างบน
สุดท้ายก็เดินเข้ามาในห้องนอนได้อย่างปลอดภัยสักที
ตุ้บ
ไม่รอช้าหยางเหวินก็โยนนางลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนฟูกเตียงนอนทันที
ร่างเล็กที่บัดนี้เดือดดาลอัดอั้นมิแพ้ชายหนุ่มรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากเตียง
“ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด นี่คือคำสั่ง!”
คนโดนสั่งตีสีหน้าปั้นปึงใส่เขาขณะจ้องมองเขม็งมา
“ข้าว่าเราสองคนไว้ค่อยคุยกันตอนอารมณ์เย็นกว่านี้ดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ได้ ข้ารอมานานเกินไปแล้ว”
“รออันใด เป็นข้าผู้เป็นภรรยาที่ต้องรอสามีอยู่ที่จวนมิใช่หรือเจ้าคะ”
หยางเหวินเหมือนได้ยินเสียงเหอะจากนางแม้ว่าอีกฝ่ายจะมิได้ทำก็ตาม
“เจ้าอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของข้า ตั้งแต่เจ้าแต่งเข้ามาเคยทำหน้าที่ตนบ้างหรือไม่”
มือหนาเอื้อมมาจับคางซูเมิ่งให้หันกลับมามองหน้ากัน
“ที่ท่านนำโทสะมาลงข้าเช่นนี้ คงมิใช่ว่าน้อยใจที่ข้ามิออกไปรับหน้าท่านตอนท่านมาถึงจวนหรอกนะเจ้าคะ เรื่องแค่นั้นท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจหยางเหวินคงมิเก็บนำมาใส่ใจหรอกกระมัง เกรงว่าเพียงเพราะมีข้าอยู่ในจวนแห่งนี้ก็ทำให้ท่านมิพอใจมากกว่าจึงได้หาเรื่องกันเช่นนี้”
ซูเมิ่งเหมือนกำลังระเบิดความอัดอั้นในใจตนเองที่เก็บมาตลอดหลายปีที่อาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้ทั้งหมดใส่บุรุษตรงหน้า
นางสงบเสงี่ยมเจียมตัวมิพอหรือ
นางรู้ฐานะตนเองจนไม่มีปากมีเสียงไม่พอหรือ
เรือนท้ายจวนยังไกลไม่พอใช่หรือไม่
ไยพวกเขาจึงหาเรื่องระรานกันได้ตลอดเวลา
ใครจะไปคิดว่าคำพูดตรงไปตรงมาของนางจะทำให้อีกฝ่ายยิ่งไม่พอใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่นางเคยคิดเสียดายที่มิเคยเห็นเขายิ้มส่งเสริมใบหน้าที่พระเจ้าอุตส่าห์ตั้งใจปั้นนี้
เวลานี้นอกจากนางไม่เคยเห็นรอยยิ้ม ตั้งแต่นางเจอหน้าสามีนางอีกรอบ ดวงตาอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองใจ
ดวงตาเขาบัดนี้ยิ่งเข็มขึ้นอย่างน่ากลัว
“แค่....แค่มิมาต้อนรับข้าอย่างนั้นรึ เหอะ ปากเจ้านี่มัน.....”
จู่ๆ หยางเหวินก็หยุดพูดและก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากของสตรีปากร้ายอย่างรุนแรง
ทั้งดุเดือด บดขยี้ริมฝีปากนั้นอย่างโหดร้าย เขาจูบซูเมิ่งด้วยความโกรธ
ชายหนุ่มต้องการกลืนลมหายใจนางทั้งหมด ต้องการสั่งสอนนางมิให้กล้าพูดจาน่ารำคาญเช่นนั้นโดยมิคิดให้ดีเสียก่อน
และสุดท้ายเขากัดริมฝีปากนางอย่างแรงก่อนจะผละออกมาจ้องมองคนตัวเล็กที่แทบไร้เรี่ยวแรงแม้กระทั่งการยืนให้ตรงจึงเผลอเกาะเกี่ยวแขนของคนที่นางมิอยากมองหน้าแน่น
“หยุด หยางเหวิน....ขะ อื้ม”
เขาปล่อยให้นางชั่วครู่เดียวเท่านั้นเพื่อหายใจก่อนที่ปากนางจะโดนครอบครองอีกหน
คราวนี้จูบที่อีกฝ่ายมอบให้นางนางทวีความดุดันยิ่งกว่าเดิม ราวกับหยางเหวินเป็นผีดูดเลือด ปากนางเลือดไหลเพราะโดนเขากัดไม่พอ ยังโดนเขาดูดซับเลือดราวกับกระหายน้ำเลือดของนางยิ่ง
ไม่นานความคาวของเลือดก็ปนเปไปกับน้ำลายแพร่กระจายทั่วปากของทั้งคู่
“แฮ่ก ท่านจะฆ่ากันให้ตายหรืออย่างไร แฮ่ก....”
นางหายใจมิทัน แถมรู้สึกว่าตนเองโดนอีกคนสูบลมหายใจด้วยซ้ำ