ตอนที่ 1346
บทที่ 1346 กล้าฆ่าลูกของเขารึ (2)
October 28, 2026
เย่ซือเฉินเป็นคนสงวนคำพูด เขาไม่เคยพูดพร่ำกับใคร แต่เขามักจะใช้การกระทำแสดงให้เห็นโดยตรง
“โจ๋วอันหนาน เมื่อกี้พี่คงได้ยินคำพูดของซือเฉินแล้วนะ ฉันสามารถพูดกับพี่อย่างชัดเจนว่า นั่นคือความหมายแท้จริงที่ซือเฉินต้องการจะพูด พี่ไม่ต้องรู้สึกสงสัยอะไรอีก เรื่องที่พี่ก่อเอาไว้ หลังจากนี้ซือเฉินจะค่อย ๆ คิดบัญชีกับพี่ทีละเรื่อง ๆ พี่เตรียมตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
คุณชายสองโจ๋วพูดเสริมขึ้นมาประโยคสุดท้าย ประการแรกเพื่อให้โจ๋วอันหนานเข้าใจความจริงอย่างชัดเจน ประการที่สองเพื่อโจ๋วอันหนานรู้สึกเสียใจและสิ้นหวังมากยิ่งขึ้น
ใช่ว่าคุณชายสองโจ๋วเป็นคนใจร้าย แต่เป็นเพราะคุณชายสองโจ๋วไม่ต้องการให้โจ๋วอันหนานก่อเรื่องอีก เขายินดีที่จะเห็นโจ๋วอันหนานโศกเศร้าเสียใจในตอนนี้ ดีกว่าต้องทนเห็นโจ๋วอันหนานคิดหาวิธีทำร้ายคนอื่น
เมื่อคุณชายสองโจ๋วพูดจบก็วางสายโทรศัพท์ ถึงแม้หลายคนจะได้รับบาดเจ็บในจุดที่ไม่สำคัญนัก และถึงแม้เขาจะห้ามเลือดให้กับทุกคนแล้ว แต่บาดแผลก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี จึงต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
“พี่ใหญ่ ระบุตำแหน่งของเธอได้แล้วครับ” ทันทีที่คุณสายสองโจ๋ววางสายโทรศัพท์ ก็ได้ยินเสียงของไอ้หัวโต ที่กำลังรายงานความเคลื่อนไหวต่อเย่ซือเฉินดังขึ้น
ไม่ต้องถามคุณชายสองโจ๋วก็รู้ดีว่ากำลังหมายถึงตำแหน่งของใคร
เดิมทีเขาคิดว่าเย่ซือเฉินให้เขารับโทรศัพท์ ก็เพื่อต้องการยั่งยุโจ๋วอันหนาน คิดไม่ถึงเลยว่า ที่เย่ซือเฉินทำเช่นนี้ก็เพื่อค้นหาพิกัดของเธอ
แสดงให้เห็นว่าเย่ซือเฉินมีความคิดเช่นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ตอนนั้นเย่ซือเฉินไม่ได้พูดออกมา ถึงขั้นที่เย่ซือเฉินไม่ได้ส่งสัญญาณให้กับกู้หวูและไอ้หัวโต แต่ไอ้หัวโตกลับเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการในทันที ไอ้หัวโตไม่ได้มีทักษะด้านการปลดล็อกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีทักษะด้านนี้ด้วยเช่นกัน
คนขององค์กรยมบาลล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ! !
เมื่อครู่ที่กู้หวู่เข้าไปนั่งในรถ เห็นได้ชัดว่าเป็นการช่วยให้กู้หวูทำเรื่องนี้ได้สำเร็จง่ายขึ้น อันที่จริงแล้วคนขององค์กรยมบาลและเย่ซือเฉินมีความเข้าอกเข้าใจกันอย่างสูง หลายเรื่องที่ไม่ต้องรอให้เย่ซือเฉินออกคำสั่ง พวกเขาก็สามารถทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
โจ๋วชิงรับรู้มาโดยตลอดว่าความสามารถของเย่ซือเฉินนั้นแข็งแกร่ง และโจ๋วชิงก็รู้ดีว่านอกจากบริษัทตระกูลเย่กรุ๊ปแล้ว เขายังมีธุรกิจของตัวเองอีกมากมาย แต่เป็นเพราะเมื่อก่อนโจ๋วชิงไม่เคยเห็นการทำงานของเย่ซือเฉิน มาวันนี้เขาได้เห็นเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว
ในเมื่อเย่ซือเฉินรู้ตำแหน่งของโจ๋วอันหนานแล้ว เช่นนั้นเขาก็คงไม่ต้องเป็นห่วงว่าโจ๋วอันหนานจะก่อเรื่องอะไรอีก
“ให้ผมจัดการเอง สั่งให้คนพาตัวเธอไปที่องค์กรยมบาลเสียก่อน แล้วพวกเราค่อยตามไปจัดการทีหลัง” กู้หวูพูดเสริมขึ้นมา เรื่องทำนองนี้แน่นอนว่าต้องให้เขาเป็นคนจัดการ ตอนนี้สิ่งที่พี่ใหญ่ควรทำก็คือปลอบใจคุณผู้หญิง ถึงแม้คุณผู้หญิงจะไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ต้องการการปลอบใจมากนักก็ตาม
กู้หวูรีบส่งคนไปจับตัวโจ๋วอันหนานทันที กู้หวูได้รับรู้ถึงความบ้าคลั่งของโจ๋วอันหนานด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นกู้หวูจึงต้องระมัดระวังกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เขาจัดเตรียมคนจำนวนมาก แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีฝีมือยอดเยี่ยม อีกทั้งกู้หวูยังเอ่ยกำชับไปหลายอย่าง แน่นอนว่ากู้หวูสั่งให้จับตัวโจ๋วอันหนานมาไว้ที่องค์กรยมบาล แล้วควบคุมตัวโจ๋วอันหนานเอาไว้เสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โจ๋วอันหนานก่อเรื่องที่เสียสติขึ้นมาอีก
ส่วนจะจัดการกับโจ๋วอันหนานอย่างไรนั้น ต้องรอฟังคำสั่งจากพี่ใหญ่ ถึงแม้กู้หวูจะรู้ดีว่าพี่ใหญ่เป็นคนก่อตั้งองค์กรยมบาล ทว่าแต่ไหนแต่ไรมา พี่ใหญ่เองก็ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทุกครั้ง กู้หวูจึงคิดว่าท้ายที่สุดแล้ว พี่ใหญ่น่าจะส่งตัวโจ๋วอันหนานให้ตำรวจเป็นคนจัดการ แน่นอนว่าด้วยนิสัยของพี่ใหญ่แล้ว จะต้องมอบหลักฐานที่น่าเชื่อถือให้กับตำรวจ เพื่อเอาผิดกับโจ๋วอันหนานอย่างแน่นอน
หลังจากเกิดความล่าช้าเช่นนี้ ในที่สุดถังหลินก็ตามมาจนถึง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าความเร็วของถังหลินไม่น้อยไปกว่าเย่ซือเฉินเลยสักนิด ดูเหมือนถังหลินเองก็รีบตามมาอย่างสุดชีวิตเช่นกัน
เมื่อถังหลินเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ดวงตาของเขาก็หรี่ลงด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้เวินลั่วฉิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อเห็นรอยบาดแผลบนร่างกายของพวกกู้หวูและโจ๋วชิง และเห็นคฤหาสน์ที่กลายสภาพเป็นเถ้าถ่าน รวมไปถึงหินภูเขาที่ถูกระเบิดเป็นจุณอยู่ไกล ๆ ประกอบกับรถที่บุบเบี้ยวหลังจากการพุ่งชนของเย่ซือเฉิน รวมถึงรถที่ถูกชนจนตกลงไปพังยับเยินอยู่ใต้เนินเขา ถังหลินก็พอจะจินตนาการถึงอันตรายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนั้นได้
การที่เวินลั่วฉิงปลอดภัย กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสบายใจ แต่เขากลับรู้สึกหวาดกลัว เพราะเขารู้ดีว่าหากเย่ซือเฉินตามมาไม่ทันการณ์ เกรงว่า......
เมื่อตามมาถึง ทุกอย่างอาจสายไปเสียแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนี้ ถังหลินก็รู้สึกใจสั่น
ถังหลินเดินเข้าไปหาเย่ซือเฉิน แล้วยื่นมือออกไปตบไหล่ของเย่ซือเฉินสองครั้ง ถังหลินไม่พูดอะไร เรื่องบางอย่างไม่ต้องพูดทุกคนก็รู้ดี
“ซือเฉิน นายพาฉิงฉิงไปที่รถของฉัน นายใช้รถของฉันเถอะ” ถังหลินตรวจสอบรถของเย่ซือเฉิน ยังสามารถใช้งานได้ แต่ภายนอกพังยับเยิน ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นระหว่างทางหรือไม่ เขาจึงไม่อาจปล่อยให้เขากับฉิงฉิงนั่งรถที่มีสภาพเช่นนี้ได้
ถังหลินไม่ทันรอให้เย่ซือเฉินพูดอะไร ก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า : “พวกของโจ๋วชิงและกู้หวูต่างได้รับบาดเจ็บ นายใช้รถของฉันส่งพวกเขาไปโรงพยาบาลก่อน เดี๋ยวฉันจะเรียกรถมาอีกคัน”
รถเพียงคันเดียวไม่สามารถบรรจุคนมากมายขนาดนั้นได้ การจัดการของถังหลินจึงถือว่าสมเหตุสมผล ฆาตกรคนนั้นตายไปแล้ว โจ๋วอันหนานเองก็คงถูกคนขององค์กรยมบาลควบคุมตัวได้โดยเร็ว ดังนั้นที่นี่จึงไม่มีอันตรายอะไรอีก หากรออีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
“ได้” เย่ซือเฉินไม่พูดอะไรต่อ เขารับปากทันที
“พี่ใหญ่ ระวังตัวด้วยนะคะ” เมื่อเวินลั่วฉิงคิดถึงอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก็รู้สึกตกใจขึ้นมา ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะพูดกำชับออกมา