ตอนที่ 1356
บทที่ 1356 คุณชายถังน้อยใจ (2)
October 28, 2026
หลินเป้ยอยู่ใกล้กับถังหลินมาก แน่นอนว่าย่อมได้ยินเสียงของเจ้าชายใหญ่ อีกอย่างตอนนี้ถังหลินเอาโทรศัพท์วางไว้ข้างหูของเธอ หลินเป้ยไม่อยากรับแต่ก็เลี่ยงไม่ได้
“พี่ใหญ่” หลินเป้ยแอบถอนใจก่อนจะเอ่ยปากออกมา แม้ว่าตอนนี้เธอพยายามจะฝืนตัวเองเอาไว้ พยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้ผิดปกติ แต่สีหน้าของเธอกลับแสดงอารมณ์ออกมาทั้งหมด นั่นคืออารมณ์โกรธ
“หลินเป้ย เราออกไปรับถังหลินด้วยหรือ ทำดีมาก เราจัดการทุกอย่างรอบคอบจริงๆ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าถังหลินจะมาถึงก่อนกำหนด ขนาดพี่ยังไม่รู้ข่าวเลย สุดท้ายแล้วเราก็เป็นคนที่พี่ไว้ใจได้มากที่สุด” เมื่อเจ้าชายใหญ่ได้ยินเสียงของหลินเป้ยอารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงพูดฉอดๆ ออกมาไม่หยุด
“ในเมื่อเราไปรับถังหลินแล้ว งั้นก็ช่วยจัดการให้เรียบร้อยด้วยล่ะ” เจ้าชายใหญ่หยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมขึ้นอีกประโยคหนึ่งว่า “เรื่องนี้เสด็จพ่อให้ความสำคัญมากนะ”
แน่นอนว่าเสด็จพ่อต้องให้ความสำคัญ เพราะตอนนี้คนขององค์กรโกสต์ซิตี้ต้องรับมือถังหลินและเย่ซือเฉิน องค์กรโกสต์ซิตี้จึงกำลังสร้างความวุ่นวายอย่างมาก สร้างความเดือดร้อนไปหลายพื้นที่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเข้ามาสนใจ
ส่วนตอนนี้คือเวลาที่พวกเขาเลือกแล้ว เลือกว่าจะยืนอยู่ข้างองค์กรโกสต์ซิตี้หรือว่าจะอยู่ข้างถังหลินกับเย่ซือเฉิน
แม้ว่าองค์กรโกสต์ซิตี้จะยิ่งใหญ่ แต่เย่ซือเฉินกับแปดสุดยอดวงศ์ตระกูลอยู่ญี่ปุ่นมาหลายปีจนสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาแทบจะไม่ด้อยไปกว่าองค์กรโกสต์ซิตี้เลย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลประโยชน์ที่เย่ซือเฉินให้พวกเขามากกว่าขององค์กรโกสต์ซิตี้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เจ้าเมืองย่อมเอนเอียงไปทางถังหลินกับเย่ซือเฉินมากกว่า
ทว่าเจ้าเมืองก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจนมากนัก เขาเป็นคนเสนอว่าควรเลือกข้างถังหลินกับเย่ซือเฉิน แต่เจ้าเมืองก็ยังคงลังเลเพราะไม่อยากมีปัญหากับองค์กรโกสต์ซิตี้เช่นกัน
แต่ความคิดที่เขาเสนอให้จัดงานเลี้ยงต้อนรับถังหลิน เจ้าเมืองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร นั่นก็เป็นเครื่องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าเจ้าเมืองเลือกยืนอยู่ข้างถังหลิน
แน่นอนว่าเจ้าชายย่อมรู้ว่า เจ้าเมืองจะต้องเจรจาเงื่อนไขบางอย่างกับถังหลิน
เจ้าชายใหญ่รู้ถึงอำนาจของถังหลินกับเย่ซือเฉินดี ดังนั้นเจ้าชายใหญ่เชื่อว่าหลังจากเจ้าเมืองได้พบกับถังหลินแล้ว จะต้องเลือกยืนอยู่ฝั่งเดียวกับถังหลินแน่นอน
หากวันนั้นมาถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายจะต้องพัฒนาไปอีกขั้น และถังหลินจะได้รับการนับถือและการต้อนรับอย่างอบอุ่นตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น
“หลินเป้ย เรื่องบางเรื่องคงไม่ต้องพูดนะ เราฉลาดขนาดนั้นจะต้องเข้าใจแน่ เราคงรู้ว่าควรจะทำอย่างไร” เจ้าชายใหญ่พูดผ่านโทรศัพท์ คำพูดบางอย่างจึงไม่สามารถพูดออกไปตรงๆ ได้ แต่เขาเชื่อว่าหลินเป้ยต้องเข้าใจความหมายของเขาแน่
“หลินเป้ย เรารู้จักกับถังหลินพอดี แถมเรายังช่วยเขาในครั้งที่แล้ว เรื่องนี้ยกให้เราจัดการเหมาะสมที่สุดแล้ว” เจ้าชายใหญ่เชื่อใจหลินเป้ยอย่างหมดใจ บวกกับเรื่องที่หลินเป้ยเคยรู้จักกับถังหลินมาก่อนหน้านั้นอีก เจ้าชายใหญ่จึงยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องไม่มีปัญหา
“เอาล่ะ พี่วางใจในตัวเรา เรื่องนี้เอาตามนี้ก็แล้วกัน ให้เราเป็นคนดูแลถังหลิน ช่วงเวลาที่ถังหลินอยู่ที่ญี่ปุ่นต่อจากนี้ก็ให้เราช่วยดูแลไป เราต้องดูแลถังหลินให้ดีๆ ล่ะ” เจ้าชายใหญ่ไม่ปล่อยให้หลินเป้ยมีโอกาสได้พูดแต่กลับวางแผนทุกอย่างอย่างดิบดี
คำพูดที่หลินเป้ยเตรียมจะบอกว่าไม่ได้มารับถังหลินติดอยู่ที่ปากของเธอ แต่กลับไม่มีโอกาสได้พูดออกไป
อีกอย่างหลินเป้ยยังรู้อีกว่าถ้าตอนนี้เธอไม่พูดว่ามารับถังหลิน เจ้าชายใหญ่จะต้องไล่ถามเธอแน่ๆ ว่าเธอมาทำอะไรที่สนามบิน
คำถามนี้ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรตอบว่าอย่างไร!!
ขณะที่หลินเป้ยคิดจะเอ่ยปาก เจ้าชายใหญ่กลับวางสายไปเสียแล้ว
หลินเป้ยเหม่อมองโทรศัพท์ที่ถูกวางสายไปแล้ว อะไรคือเอาตามนี้แล้วกัน?
อะไรคือการเอาถังหลินให้เธอดูแล
ให้เธอดูแลถังหลินมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอนนี้คนที่เธออยากหลบหน้ามากที่สุดคือถังหลิน แต่เจ้าชายใหญ่กลับสั่งให้เธอเป็นคนจัดการดูแลถังหลินตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น?
เป็นงี้ได้ไง?
ทำไมเธอถึงซวยขนาดนี้
“เจ้าชายน้อยอุตส่าห์มารับฉันทั้งที อย่างนั้นเราไปกันเถอะ” ถังหลินอยู่ใกล้กับเธอย่อมได้ยินสิ่งที่เจ้าชายใหญ่พูด ซึ่งถังหลินพอใจกับการจัดการของเจ้าชายใหญ่มาก มากอย่างยิ่ง
ด้วยความฉลาดของถังหลิน ทำให้เขารู้ได้ว่าหลินเป้ยเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ไม่ได้เดินทางไปราชการและไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดกับเรื่องบ้านเมือง เมื่อครู่นี้หลินเป้ยยังพูดเองด้วยว่าต้องการเดินทางไปเที่ยว ในเมื่อไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น
หากเป็นหลินเป้ยคนก่อนที่เย็นชาไร้อารมณ์ เขาเองคงทำตัวยาก แต่ตอนนี้เหตุการณ์กลับราบรื่นขึ้นเป็นพิเศษ
หลินเป้ยสูดหายใจเข้า และหายใจออก เพื่อให้ตัวเองใจเย็นลง บังคับตัวเองไม่ให้พูดกับเขาว่า “ใครมารับคุณ?”
ตอนนี้หากพูดไปเช่นนั้นก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อเจ้าชายใหญ่กำชับกับเธอแล้ว เธอไม่ทำก็ไม่ได้
แม้ว่าเมื่อก่อนเธอตั้งใจหลีกเลี่ยงอย่างชัดเจน แต่ในตอนนั้นเจ้าชายใหญ่ยังไม่ได้สั่งการเธออย่างชัดเจน
หลินเป้ยรู้สึกว่าเธอโดนถังหลินเล่นงานเสียแล้ว ถูกต้อง เธอโดนเล่นงาน
ถังหลินยังคงมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะและร้ายกาจเหมือนเดิม
หลินเป้ยถลึงตาใส่ถังหลินโดยไม่ได้พูดอะไร จากนั้นลากกระเป๋าแล้วเดินไป เจ้าชายใหญ่สั่งการเธอชัดเจนขนาดนั้น หลินเป้ยจะสลัดถังหลินให้พ้นตัวไม่ได้อีก อีกทั้งยังจำเป็นต้องดูแลถังหลินอย่างดีอีก