ตอนที่ 1382
บทที่ 1382 อย่าคิดปิดบังผม (2)
October 28, 2026
“ฉันไม่ได้เครียด ฉันแค่ไม่อยากกิน คุณปล่อยฉัน” หลินเป้ยรู้สึกร้อนรน จึงอดแสดงอาการหงุดหงิดไม่ได้ เสียงที่ดังขึ้นสื่อถึงการปฏิเสธอย่างฉายชัด
“ได้ ไม่อยากกินก็ไม่กิน ไม่ต้องโกรธนะคนดี”ถังหลินไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงปฏิเสธการกินข้าวด้วยกันขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้สึกเธอตื่นตระหนกมากอีกด้วย ทว่าเมื่อเห็นท่าทีของเธอแล้วถังหลินก็ไม่ได้ฝืนบังคับ เพราะเป็นห่วงสุขภาพเธอจึงสั่งข้าวเช้ามา แต่ในเมื่อเธอไม่ชอบ ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เสียงถังหลินเบามาก ทว่ากลับมีกระแสพลังให้คนรู้สึกสบายใจขึ้น ความหงุดหงิดของหลินเป้ยจึงลดลงกว่าครึ่ง
ถึงแม้หลินเป้ยคาดไม่ถึงว่าถังหลินจะยอมจำนนง่ายเช่นนี้ ทั้งยังอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจอีกต่างหาก ดังนั้นถึงแม้ถังหลินจะปล่อยเธอออก ทว่าเธอก็ยังคงยืนไม่ขยับด้วยความอึ้งอยู่ที่เดิม
วินาทีนี้ เธอรู้สึกว่าไม่กระวนกระวายใจและไม่เคร่งเครียดแล้ว
ในใจเธอ ถังหลินเป็นคนเหี้ยมเกรียม อำมหิต และต่ำช้าเสมอมา เธอไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนหน้าถังหลินจะปลอบเธอลักษณะนี้ ซึ่งเมื่อกี้เธอเป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล ทว่าถังหลินกลับไม่โกรธ แถมยังมีความอดทนอีกต่างหาก!!
ถังหลินทำแบบนี้ทำให้เธอไม่รู้จะพรรณนาเช่นไรดี รู้แต่ว่าความหงุดหงิดในใจค่อยๆจางหายไปหมดสิ้น
หลินเป้ยมองหน้าเขา เธอรู้สึกว่าเมื่อก่อนเธอไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของถังหลินเลย
หลินเป้ยยกมุมปากขึ้น คล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง และในเวลาเดียวกัน ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูลอยเข้ามา
“คุณผู้ชายครับ มาส่งอาหารที่คุณสั่งได้ครับ”ทันทีที่ถังหลินเปิดประตู เสียงบริกรก็แว่วเข้ามา
“อืม ส่งให้ผมได้เลย” ถังหลินไม่ให้บริกรเข้ามา เขาเลื่อนโต๊ะอาหารเข้าไปเอง
ถึงแม้โรงแรมนี้เป็นธุรกิจในเครือแปดสุดยอดวงศ์ตระกูล จึงมีความปลอดภัยสูง ทว่าถังหลินก็ไม่กล้าประมาทเลินเล่อ เพราะฐานะหลินเป้ยพิเศษ หากมีคนจำหลินเป้ยได้ มีคนรู้ว่าเจ้าชายน้อยอยู่ในห้องของเขาก็จะยุ่งกันไปใหญ่
หลินเป้ยเห็นถังหลินเข็นอาหารเช้าเข้ามาก็รู้สึกตกใจ จากนั้นก็รีบเดินไปยังห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็ว แลดูคล้ายกับกำลังหลบหนีอยู่
บังเอิญที่ถังหลินหันมาเห็นท่าทางของเธอพอดี เขาขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่อยากกินข้าวกับเขาขนาดนี้เลยหรือ?
แค่กินข้าวหนึ่งมื้อ จำเป็นต้องตกใจขนาดนี้ไหม?
เธอกลัวอะไรกันแน่?
ณ ตอนนี้ถังหลินนึกไม่ออก เห็นเธอรีบเดินเข้าห้องน้ำ เขาก็เรียกขึ้นมาว่า “ไม่กินจริงๆเหรอ?มีแต่ของอร่อยๆทั้งนั้นเลย กลิ่นหอมมากด้วย”
หลินเป้ยได้ยินก็หยุดเดิน วินาทีต่อมาเธอก้าวเท้าเพื่อจะเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ เธอคิดว่าเวลาได้กลิ่นตอนอยู่ในห้องน้ำ ถึงจะอาเจียน ถังหลินก็คงไม่รู้
ทว่าวินาทีที่เธอเข้าไปถึงในห้องน้ำ เธอได้กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูก มันหอมมาก เป็นกลิ่นของขนมปัง โจ๊ก และเนื้อ
หลินเป้ยชะงัก เธอคิดว่าจะอ้วกเหมือนเมื่อก่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจก็คือ เธอไม่มีความรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนเลยสักนิด ทางกลับกัน กลับรู้สึกหิวมาก อยากกินมาก
หลังจากที่รู้ตัวว่าตั้งท้อง เธอก็มีอาการแพ้ท้องเลย ตอนเริ่มแรกยังดีอยู่ แต่ต่อมาก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายคือแค่ได้กลิ่นก็คลื่นไส้อยากอ้วกขึ้นมา เธอไม่รู้สึกหัวและอยากกินของขนาดนี้ตั้งนานแล้ว
ตอนนี้เธอไม่รู้สึกอยากอ้วกอีกต่อไป!!
หลินเป้ยงุนงง ไม่รู้เพราะอะไร เหมือนหลังจากเจอถังหลินเธอก็ไม่ได้อ้วกเลย ตอนนั้นเธอยังคิดว่าเพราะไม่มีอะไรในท้องให้อ้วก เลยไม่มีอาการนั้น หรือเพราะเจอหน้าถังหลินแล้วรู้สึกเครียดเกินไป จึงเบี่ยงเบนความสนใจชั่วคราว ส่งผลให้ไม่มีอาการแพ้ท้อง
ทว่าตอนนี้เธอไม่ได้เครียดเลย หลังจากถังหลินกล่อมเธอด้วยเสียงอ่อนโยนแล้ว เธอก็ไม่เครียดเลยสักนิด ตอนนี้เธอได้กลิ่นหลายอย่าง ทว่าก็ไม่รู้สึกอยากอาเจียนเลย
หลินเป้ยไม่ได้ไปที่ห้องน้ำ แต่หมุนกายยังโต๊ะที่ตั้งอาหารเช้าไว้ เมื่ออยู่ใกล้เช่นนี้ กลิ่นของอาหารยิ่งชัดเจนมากขึ้น แต่เธอก็ยังคงไม่รู้สึกคลื่นไส้เช่นเดิม
หลินเป้ยแอบถอนหายใจ จากนั้นก็หยิบขนมปังขึ้นมาหนึ่งแผ่น ก่อนจะเอาเข้าปากตัวเอง จากนั้นเธอก็ได้ลิ้มรสความหอมและความอร่อยที่ขาดหายไปนาน ซึ่งยังคงไม่รู้สึกอยากอ้วกเลยสักนิด