ตอนที่ 1401
บทที่ 1401 ความรักระหว่างพ่อลูก (1)
October 28, 2026
ตอนนี้ได้ยินคำถามของหัวหน้าแล้ว ผู้ดูแลจ้งก็รีบไปหารายละเอียดอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็พบชื่อหนึ่ง เป็นชื่อที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงมาก ผู้ดูแลจ้งอดแม้กระทั่งจะส่งเสียงออกมาเบาๆไม่ได้ : “เย่โป๋เหวิน!”
ซ่างกวนหงที่เดิมทีไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่นั้นจู่ๆก็หันมามองยังผู้ดูแลจ้ง
“ตอนนั้นถังฉิ้นเอ๋อไปหาเย่โป๋เหวินครับ” ผู้ดูแลจ้งอธิบายออกมาติดๆ ในข้อมูลนั้นพูดถึงชื่อของเย่โป๋เหวินเพียงครั้งเดียว ก่อนหน้านี้ผู้ดูแลจ้งไม่ได้สังเกตเห็นเลย
“ถังฉิ้นเอ๋อทำไมต้องตามหาเย่โป๋เหวิน?” สำหรับคำถามนี้ ผู้ดูแลจ้งก็มีความสงสัยมากอย่างเห็นได้ชัด : “ถังฉิ้นเอ๋อกับเย่โป๋เหวินเกี่ยวข้องอะไรกันครับ?”
ซ่างกวนหงมองผู้ดูแลจ้ง : “นายเป็นคนหาแต่นายถามฉันเนี่ยนะ?”
เสียงของซ่างกวนหงดูนิ่งเฉย แต่มีความรู้สึกและอารมณ์มากกว่าปกติ อีกทั้งถ้าหากเป็นปกติซ่างกวนหงจะไม่พูดแบบนี้ด้วย
ผู้ดูแลจ้งดึงสติกลิบมา แล้วมองหัวหน้าของตัวเองด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ คำพูดเมื่อครู่นี้หัวหน้าพูดออกมาอย่างนั้นหรือ? เขาติดตามหัวหน้ามาหลายปีขนาดนี้ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหัวหน้าจะพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้เป็นด้วย
โดยเฉพาะในช่วงที่ตามหาคุณนายไม่กี่ปีนี้ ปกติแล้วหัวหน้าเป็นคนพูดน้อยมาก และจะไม่พูดคำพูดแบบนี้อีกด้วย
จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าหัวหน้าของเขาในที่สุดก็ดูเหมือนกับหล่นลงมาจากเมฆที่อยู่สูง มีความโมโหเหมือนกับคนทั่วๆไปขึ้นมานิดนึงแล้ว
การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ของหัวหน้า ทำให้ผู้ดูแลจ้งทั้งรู้สึกประหลาดใจและรู้สึกดีใจมากจริงๆ!!
จริงๆแล้วเขากล้าถามหัวหน้าเสียที่ไหนกัน คำพูดเมื่อครู่นี้เขากำลังถามตัวเองต่างหาก
“หัวหน้า ผมจะไปสืบเดี๋ยวนี้เลยครับ!!” เวลานี้ผู้ดูแลจ้งไม่ได้เอ่ยพูดอะไรทั้งนั้น เนื่องจากว่าไม่มีหลักฐาน เรื่องอื่นนั้นก็ล้วนแต่เป็นคำพูดเหลวไหลด้วยกันทั้งสิ้น เขาไม่กล้าพูดเหลวไหลต่อหน้าหัวหน้าอยู่แล้ว
ผู้ดูแลจ้งกำลังจะออกไป แต่ลุงเหลียงกลับรีบเข้ามา
ผู้ดูแลจ้งเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด ช่วงนี้อะเหลียงขยันมาหาหัวหน้า แต่ถ้าหากอะเหลียงไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษก็คงจะไม่มา
ดังนั้นผู้ดูแลจ้งจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะไป หยุดชะงักเท้าเอาไว้
“หัวหน้า เฉิงโหรวโหรวไปที่ตระกูลเย่อีกแล้วครับ” ตอนที่ลุงเหลียงเอ่ยพูดออกมาใบหน้าที่เย็นชามาโดยตลอดนั้นก็ปรากฏความไม่ยอมขึ้นมาด้วย
ใบหน้าของซ่างกวนหงไม่ได้มีความผิดปกติใดๆ เขาเพียงแค่เหลือบมองไปยังลุงเหลียงนิ่งๆ เหมือนกับกำลังถามว่าปัญหาแบบนี้จำเป็นที่จะต้องมารายงานเขาด้วยอย่างนั้นหรือ?!
“หลังจากที่เฉิงโหรวโหรวออกมาจากตระกูลเย่แล้วก็ติดต่อกับเจ้าเก้า เฉิงโหรวโหรวบอกว่าอยากจะพบหัวหน้า อยากจะขอความเมตตาแทนเย่ซือเฉิน” ลุงเหลียงเล่าต่อความหมายของเฉิงโหรวโหรวเมื่อครู่นี้
ใบหน้าของผู้ดูแลจ้งมีความสงสัย ไม่เข้าใจความหมายนี้เลย!!
ดวงตาของซ่างกวนหงก็มีความงุนงงเพิ่มเข้ามาด้วยเช่นกัน : “พบฉัน? ขอความเมตตาแทนเย่ซือเฉิน?”
“ใช่ครับ เฉิงโหรวโหรวคิดว่าเรื่องของประเทศRเป็นความคิดของหัวหน้า เธอคิดว่าหัวหน้ากำลังจัดการกับเย่ซือเฉิน แก้แค้นแทนเธอ เธอไปที่ตระกูลเย่ก็คงจะรับปากอะไรกับตระกูลเย่ไว้ ดังนั้นหลังจากที่ออกมาจากตระกูลเย่แล้วก็รีบมาต้องการจะพบกับหัวหน้า”
“เหอ.....” ผู้ดูแลจ้งส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา : “เธอนี่ไม่รู้จักข้อบกพร่องของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียวจริงๆ”
“อะไรที่ทำให้เธอเกิดความเข้าใจผิดแบบนี้?” ผู้ดูแลจ้งคิดไม่ออกจริงๆว่าทำไมเฉิงโหรวโหรวถึงได้มีความคิดแบบนั้น ทัศนคติที่หัวหน้ามีต่อเฉิงโหรวโหรว ตอนนี้เธอยังไม่รับรู้ถึงปัญหาอีกอย่างนั้นหรือ?
หัวหน้าไม่ได้ถามไม่ได้ได้สนใจเฉิงโหรวโหรวเลยเสียด้วยซ้ำ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะแก้แค้นแทนเฉิงโหรวโหรว?
คาดไม่ถึงว่าเฉิงโหรวโหรวจะไปรับปากตระกูลเย่ไว้? บ้าไปแล้วจริงๆ!!
“ฉันว่าเรื่องนี้นายจำเป็นต้องวิ่งมาบอกกับหัวหน้าโดยเฉพาะขนาดนี้ไหม? นายไม่ต้องไปสนใจเธอเลย หรือคิดว่าหัวหน้ายังต้องการจะเรียกพบเธออย่างนั้นรึไง?” ผู้ดูแลจ้งรู้สึกว่าลุงเหลียงไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งมาหาเพราะเรื่องนี้เลย
“แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว......” คำพูดของลุงเหลียงหยุดไป หลังจากนั้นถึงได้เอ่ยพูดต่อ : “ตอนนั้นอะหานให้เจ้าเก้าบอกกับเฉิงโหรวโหรวไปว่าหัวหน้าไปที่ประเทศRเองแล้ว”
“หืม?” ผู้ดูแลจ้งเลิกหางคิ้วขึ้น หัวหน้าจะไปที่ประเทศRเองเพื่อเรื่องเล็กๆแบบนั้นหรือ? เป็นไปได้อย่างไร?
แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ดูแลจ้งก็รับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่านี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ลุงเหลียงต้องการจะสื่อถึง : “หลังจากนั้นล่ะ?”
“เจ้าเก้าบอกว่าถ้าหากเฉิงโหรวโหรวอยากจะพบหัวหน้าจริงๆก็สามารถไปหาหัวหน้าที่ประเทศRได้ เฉิงโหรวโหรวบอกว่าที่ประเทศRวุ่นวายและอันตรายเกินไป.......” คำพูดของลุงเหลียงหยุดไป ไม่ได้เอ่ยพูดต่อ ที่อยู่ตรงนั้นล้วนแต่เป็นคนฉลาด ล้วนเข้าใจความหมายของลุงเหลียงอยู่แล้ว
“เหอะ.....” ผู้ดูแลจ้องส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มีความเยือกเย็นเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด : “ถ้าหากเธอเป็นลูกสาวของหัวหน้า ฉันยอมให้เอาหัวฉันมาเป็นลูกบอลให้เตะกันเลย”
หลักฐานการตรวจดีเอ็นเอสองครั้ง อีกทั้งมีครั้งหนึ่งที่หัวหน้าเป็นคนมาถึงที่ด้วยตัวเอง สถานการณ์แบบนั้นได้รับผลออกมาแล้ว ก็มีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว ตอนนั้นทุกคนเห็นผลตรวจดีเอ็นเอแล้ว ก็ยังรู้สึกเชื่ออยู่จริงๆ