ตอนที่ 1402
บทที่ 1402 ความรักระหว่างพ่อลูก (2)
October 28, 2026
“หา? อา! ผมจะไปจัดการตอนนี้เลยครับ” ผู้ดูแลจ้งดึงสติกลับมา ด้วยสีหน้าท่าทางที่แปลกใจอยู่บ้าง แม้กระทั่งรู้สึกตกใจอยู่ด้วย ผู้ดูแลจ้งรู้สึกว่าหัวหน้าของเขานับวันจะยิ่งใช้ชีวิตติดดินเข้าทุกวันแล้ว
ปกติลุงเหลียงที่มีใบหน้าที่เย็นชาก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่า ผู้ดูแลจ้งรู้หัวหน้าร้อนใจอยากจะรู้ถึงสถานการณ์เกี่ยวกับเวินลั่วฉิง ดูแล้ว หัวหน้ายังมีความหวังกับเวินลั่วฉิงอยู่มากเช่นกัน
ในเมื่อตอนแรกถังฉิ้นเอ๋อเคยหาเย่โป๋เหวินแล้ว เช่นนั้นเย่โป๋เหวินจะต้องรู้สถานการณ์ภายในอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าสามารถจะพบเจออะไรบางอย่างจากเย่โป๋เหวินได้จริงๆ
ผู้ดูแลจ้งนึกถึงความเป็นไปได้นี้ก็ไม่เสียเวลาอีก รีบออกไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ดูแลจ้งต้องการสืบเรื่องเย่โป๋เหวินนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะถึงอย่างไรเย่โป๋เหวินก็ไม่ใช่บุคคลที่ลึกลับอะไรอยู่แล้ว ข้อมูลของเย่โป๋เหวินก็ไม่ได้มีคนเจตนาที่จะปกปิดด้วยเช่นกัน ไม่ได้สืบยากเหมือนกับคุณหนูใหญ่ตระกูลถัง
ผู้ดูแลจ้งตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วว่าในปีนั้นความสัมพันธ์ของเย่โป๋เหวินกับเวินจือฝางนั้นไม่เลวเลย ตอนนั้นทั้งสองคนนับว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน และตอนนั้นความสัมพันธ์ของถังฉิ้นเอ๋อกับเวินจือฝางและเย่โป๋เหวินก็นับว่าไม่เลวด้วยเช่นกัน
ต่อมาหลังจากที่เวินจือฝางเสียชีวิตแล้ว ถังฉิ้นเอ๋อก็ออกห่างมา เย่โป๋เหวินหาตัวถังฉิ้นเอ๋ออยู่นานมาก ไม่มีข่าวคราวมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อแปดปีก่อนที่ถังฉิ้นเอ๋อเป็นฝ่ายติดต่อหาเย่โป๋เหวินเอง
ผู้ดูแลจ้งยิ่งรู้สึกว่าเย่โป๋เหวินจะต้องรู้รายละเอียดบางอย่างแน่นอน
ผู้ดูแลจ้งสืบได้ว่าเย่โป๋เหวินอยู่ที่สถานบำบัดแห่งหนึ่ง ก็อยากจะไปหาเย่โป๋เหวินที่สถานบำบัดโดยตรง
เพียงแต่ ผู้ดูแลจ้งไม่รู้ว่าเวลานี้คุณปู่เย่และคุณย่าเย่ก็กำลังอยู่ในสถานบำบัดด้วยเช่นกัน
สองปีนี้เย่โป๋เหวินอยู่ในสถานบำบัดมาโดยตลอด ปกติแล้วจะไม่พบคนนอก ถึงแม้คนของตระกูลเย่มาเขาก็จะเจอน้อยมาก เย่ซือเฉินเคยมาอยู่หลายครั้ง ก็ถูกเขาปฏิเสธที่จะให้เข้ามาเจอ
ครั้งนี้คุณปู่เย่และคุณย่าเย่มาด้วยกัน เดิมทีแล้วเย่โป๋เหวินไม่อยากจะเจ แต่คุณปู่เย่กลับเข้ามาเลย
“เย่ซือเฉินหลุดออกจากความสัมพันธ์ของตระกูลเย่แล้ว แกรู้หรือเปล่า?” เมื่อคุณปู่เย่เข้ามาในห้องก็ออกปากเอ่ยพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้แสดงความเป็นห่วง และไม่มีการถามไถ่เลยแม้แต่นิดเดียว ก็เอ่ยถามออกมาแบบนี้แล้ว
เย่โป๋เหวินอึ้งไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมองคุณปู่เย่ เรื่องที่คุณปู่เย่พูดมานี้เขายังไม่รู้เลยจริงๆ เนื่องจากว่าสองปีมานี้ เขาดูข่าวน้อยมาก แล้วก็ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือด้วยเช่นกัน และแม้กระทั่งในห้องของเขาก็ไม่ได้ติดตั้งโทรทัศน์อีกด้วย
ปกติแล้วเย่โป๋เหวินออกจากห้องน้อยครั้งมาก ไม่เคยเป็นฝ่ายไปพูดคุยกับคนอื่นก่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
ดังนั้นถึงแม้เย่ซือเฉินจะถอดถอนตัวออกจากความสัมพันธ์ของตระกูลเย่มาสามวันแล้ว เย่โป๋เหวินก็ยังคงไม่รู้เรื่องราวอยู่ดี
“เขาเป็นลูกชายของแก ตอนนี้เขาออกมาประกาศในงานแถลงข่าวว่าถอนถอนความสัมพันธ์กับตระกูลเย่ เรื่องนี้แกก็จะไม่สนใจอย่างนั้นหรือ?” คุณปู่เย่เห็นท่าทางแบบนี้ของเย่โป๋เหวิน ก็รู้ว่าเย่โป๋เหวินยังไม่รู้ ในใจของคุณปู่เย่นั้นก็อดที่จะหงุดหงิดโมโหขึ้นมาไม่ได้
ลูกชายคนนี้ของเขาใช้ได้ที่ไหนกัน?
ตั้งแต่เด็กก็อ่อนแอขี้ขลาด ไม่มีความคิดเห็น ไม่มีความเด็ดชาด และยิ่งไม่มีหัวทางธุรกิจ พรสวรรค์ในการบริหารดูแล อีกทั้งยังไม่แสวงหาความก้าวหน้าอีกด้วย
เมื่อก่อนตอนที่มีเขา เย่โป๋เหวินก็อยู่ที่บริษัทอย่างใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆ
ต่อมา หลังจากที่เกิดเรื่องนั้นแล้ว เย่โป๋เหวินก็ไม่ไปทำงานอีกเลย เย่โป๋เหวินไม่เพียงแค่ไม่ไปทำงานเพียงเท่านั้น อีกทั้งยิ่งไม่สนใจอะไรเลยอีกด้วย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ไม่สนใจด้วยเช่นกัน
เย่โป๋เหวินในตอนนั้นกลายเป็นเหมือนคนไร้ประโยชน์ไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากที่คุณปู่เย่พบกับปัญหานี้แล้ว ก็เริ่มเลี้ยงดูสั่งสอนเย่ซือเฉิน ดีที่เย่ซือเฉินฉลาดเหนือคนอื่นๆ และมีพรสวรรค์ทางด้านธุรกิจและการบริหารมากเป็นพิเศษอีกด้วย
ถ้าหากตระกูลเย่จะต้องพึ่งพาอาศัยเย่โป๋เหวินจริงๆ เกรงว่าคงจะจบกันแล้ว!!
เมื่อก่อนคุณปู่เย่ก็ไม่พอใจลูกชายคนนี้มากอยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกว้าวุ่นใจ ยิ่งเห็นก็ยิ่งไม่ชอบ
เขามีลูกชายที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ได้อย่างไรกัน?!