ตอนที่ 1404
บทที่ 1404 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว (2)
October 28, 2026
เวลานี้น้ำเสียงของคุณย่าเย่นั้นต่ำลงมาก และมีเพียงแค่คุณปู่เย่เท่านั้นที่สามารถได้ยิน คำพูดของเธอในเวลานี้พูดออกมาแบบนี้ แต่ในใจของเธอนั้นความจริงแล้วมีความมั่นใจมาก เธอรู้ว่าเรื่องราวจะต้องเป็นไปตามแผนที่เธอวางเอาไว้
ช่วงหลายปีมานี้เย่โป๋เหวินใช้ชีวิตอยู่กับความทุกข์มาโดยตลอด โดยเฉพาะหลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เย่โป๋เหวินรู้สึกตายไปยังจะดีกว่าอยู่เสียอีก และตอนนั้นเองเย่โป๋เหวินก็เคยจะฆ่าตัวตายด้วยเช่นกัน เพียงแต่พบเจอได้เร็ว จึงช่วยชีวิตเอาไว้ได้
ตอนนั้นคุณปู่เย่ก็ด่าว่าเย่โป๋เหวินอย่างรุนแรง และต่อมาเย่โป๋เหวินก็ไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นอีก
แต่ตอนนี้เย่โป๋เหวินก็มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลและดีมากเหตุผลหนึ่ง และคำพูดเมื่อครู่นี้คุณย่าเย่เองก็มองออกถึงความคิดของเย่โป๋เหวินเช่นกัน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่น่าจะเกินความคาดหมายมากเกินไป
คุณปู่เย่มีใบหน้าที่ดูหนักหน่วง มุมปากเม้มเข้าหากัน ไม่ได้เอ่ยพูดออกมาอีก
คุณย่าเย่เองก็ไม่พูดออกมาด้วยเช่นกัน ทั้งสองคนยืนอยู่เงียบๆแบบนั้นตรงด้านนอกประตูห้องของเย่โป๋เหวิน
เย่โป๋เหวินที่อยู่ภายในห้องหยิบเอาขวดยาขวดเล็กๆออกมาจากใต้หมอน ในขวดนั้นมียาบรรจุอยู่เต็มขวด
พวกนี้เป็นยานอนหลับ เป็นยาที่เย่โป๋เหวินมักจะบอกว่าตัวเองนอนไม่หลับและให้คุณหมอสั่งจ่ายยาให้
คุณหมอเองก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ทุกครั้งจึงจ่ายยาให้เพียงแค่1-2เม็ด
เย่โป๋เหวินนอนไม่หลับจริงๆ แต่ยาที่เขาให้คุณหมอจ่ายมาให้นั้นกลับไม่ได้กิน เก็บเอาไว้มาโดยตลอด
เรื่องในตอนนั้นเป็นการโจมตีเขาหนักมาก หลังจากที่เมิ่งหยูเยียนจากไปแล้ว เขาก็ยิ่งตกอยู่ในความทุกข์และการโทษตัวเอง ตอนนั้นเขารู้สึกท้อแท้ใจ ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆเท่านั้น
ใช้ชีวิตไปแบบนี้ก็เป็นสิบกว่าปี ต่อมา เขาก็เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขารู้สึกว่านี่ก็คงจะเป็นบทลงโทษที่สวรรค์ทำกับเขา
เขารู้สึกว่าการใช้ชีวิตไม่ได้มีความหมายอะไรมาตั้งนานแล้ว เขาใช้ชีวิตพอแล้ว หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุ เขาก็กลายเป็นคนพิการ และยิ่งรู้สึกหมดหนทางและจนปัญญา ในตอนนั้นเขายิ่งอยากจะฆ่าตัวตาย
เพียงแต่หลังจากที่เขาถูกช่วยให้ฟื้นขึ้นมาแล้ว ได้ยินเสียงด่าว่าของพ่อ ได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ เขาจึงทำได้เพียงเลือกที่ยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็สามารถหลุดพ้นได้แล้ว
เย่โป๋เหวินหยิบขวดยานอนหลับขึ้นมา แล้วเทยาเข้าไปในปาก เขาไม่สนใจว่าจะมากหรือน้อย ก็เทลงไปทั้งหมดแบบนั้น หลังจากนั้นก็หยิบน้ำที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาแล้วกรอกลงไป
จากนั้น เขาวางแก้วน้ำลงอย่างเงียบๆ แล้ววางขวดยานอนหลับลงบนโต๊ะด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมา อาศัยช่วงที่ยังมีสติอยู่นี้ เขารีบเขียนคำสั่งเสียเอาไว้สองสามประโยคอย่างรวดเร็ว
เย่โป๋เหวินเขียนเอาไว้ไม่มาก ดังนั้นเขียนคำสั่งเสียเอาไว้เสร็จแล้ว ยังไม่ได้นอนหลับตายไปนั้น เขาใช้แรงเคาะลงที่โต๊ะ หลังจากนั้นก็ตะโกนออกไปทางด้านนอก
คุณปู่เย่กับคุณย่าเย่ยืนอยู่ข้างนอกตลอด ฟังความเคลื่อนไหวภายในอย่างเงียบๆ ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของเย่โป๋เหวินแล้ว ทั้งสองคนก็รู้สึกตกตะลึงไป เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้
แต่คุณย่าเย่ก็ยังมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว จากนั้นก็ผลักประตูห้องแล้วเดินเข้าไป
คุณย่าเย่มองไปยังเย่โป๋เหวิน ยิ้มด้วยความรักใคร่ : “โป๋เหวิน แกคิดดีแล้ว ตอนนี้กลับไปกับพวกฉันได้แล้วใช่ไหม?”
ตอนที่คุณย่าเย่เอ่ยถามออกมานั้นก็แอบสำรวจสถานการณ์ของเย่โป๋เหวินไปด้วย คุณย่าเย่เห็นดวงตาที่กึ่งๆจะปิดลงของเย่โป๋เหวิน ดวงตาดูเหมือนจะลืมไม่ขึ้นแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“แม่ เมื่อกี้ผมกินยานอนหลับไปขวดนึง” เย่โป๋เหวินฝืน พยายามลืมตา เขาหยิบขวดยานอนหลับเมื่อครู่นี้ให้กับคุณย่าเย่ดู : “ทั้งขวด”
“โป๋เหวิน ทำไมแก? ทำไมแกทำแบบนี้?” คุณย่าเย่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ แล้วรีบเข้ามาอยู่ข้างๆเย่โป๋เหวิน ความรู้สึกดูแล้วตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ในใจของคุณย่าเย่นั้นกลับแอบหายใจออกมา
“แม่ ถ้าหากจำเป็นจะต้องมีคนเสียสละจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ผมไปเถอะ สุขภาพร่างกายของแม่กับพ่อดีมาตลอด ส่วนผมก็เป็นคนพิการคนนึง ความจริงแล้วผมเองก็ไม่ได้อยากมีชีวิตอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแค่ผมไม่อยากจะให้พ่อกับแม่เสียใจเกินไปเท่านั้น” เย่โป๋เหวินยังเหลือความมีสติเพียงน้อยนิดสุดท้ายนี้ แล้วกล่าวลาเป็นครั้งสุดท้าย
“โป๋เหวิน ทำไมแกโง่แบบนี้? แบบนี้แกจะให้พวกฉันทำยังไง?” คุณย่าเย่คว่ำหน้าลงบนร่างของเย่โป๋เหวินร้องไห้สะอื้นอยู่ในใจ แต่เสียงของคุณย่าเย่ไม่ดัง ทางด้านนอกไม่สามารถได้ยินความผิดปกติใดๆได้
คุณย่าเย่กับคุณปู่เย่ก็ไม่ได้ตะโกนเรียกให้คุณหมอมาช่วยชีวิตเย่โป๋เหวินด้วยเช่นกัน
เย่โป๋เหวินกินยานอนหลับ แต่นี่ผ่านไปเพิ่งจะไม่กี่นาที ถ้าหากช่วยชีวิตก็สามารถที่จะช่วยกลับมาได้อยู่แล้ว
แต่คุณย่าเย่กับคุณปู่เย่กลับไม่ทำแบบนั้น