ตอนที่ 1441
บทที่ 1441 ความจริงกระจ่าง (1)
October 28, 2026
เฟิ่งเหมียวเหมียวเป็นใคร?อยากให้เธออ่อนโยนก็ได้ แข็งกระด้างก็ไม่มีปัญหา หากคิดจะมาปะทะฝีปากกับเธอ คงคิดผิดไปถนัด แน่นอน ส่วนของพลานุภาพและรัศมีก็ไม่มีใครเทียบเฟิ่งเหมียวเหมียวได้
และที่สำคัญ เฟิ่งเหมียวเหมียวเคียงบ่าเคียงไหล่ถังหยุนเฉิง เป็นคุณนายถังมาหลายปี จึงเคยเจอทุกสถานการณ์ คนอย่างเฉิงโหรวโหรวจะเป็นคู่ต่อสู้เธอได้อย่างไร?
เฟิ่งเหมียวเหมียวพูดอย่างเงียบขรึม ทว่ากลับแฝงนัยยะหลายประการ
ประการที่หนึ่ง เฟิ่งเหมียวเหมียวเน้นย้ำว่าคุณหนูใหญ่ถังเป็นที่โปรดปรานของตระกูลถัง สามารถเปรียบเทียบข่าวลือขององค์หญิงองค์กรโกสต์ซิตี้อย่างลงตัว
ประการที่สอง องค์หญิงคนนี้ไม่มีฐานะใดๆในตระกูลเย่ ทว่าก็มาเฝ้าศพไว้อาลัยเย่โป๋เหวินในฐานะเจ้าบ้าน เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ถึงแม้จะทำให้ทุกคนคิดว่าคุณชายสามเย่จะแต่งงานกับองค์หญิงองค์กรโกสต์ซิตี้ ทว่าคนส่วนมากก็รู้สึกเอือมระอากับการกระทำขององค์หญิงคนนี้
ลูกสาวบ้านไหนเที่ยวไปเฝ้าศพไว้อาลัยโดยที่ไม่มีสถานะอะไร!
คำพูดของเฟิ่งเหมียวเหมียวเจือความแดกดันอย่างฉายชัด
ถึงเฉิงโหรวโหรวจะโง่เง่าเต่าตุ่น ทว่าก็ฟังออก
เฉิงโหรวโหรวโดนเฟิ่งเหมียวเหมียวสวนกลับจนรู้สึกฉุนเฉียว เธอที่ไร้สมองพูดออกมาว่า “คุณหนูใหญ่ถังกับเย่ซือเฉินมีความสัมพันธ์ไม่เลวไม่ใช่เหรอ?ทำไมถึงไม่มาล่ะ?”
เฟิ่งเหมียวเหมียวเบิกตากว้าง มององค์หญิงองค์กรโกสต์ซิตี้อย่างตกตะลึง เธอกล้ำกลืนวาจาหยาบคายลง
โอ้โห สมององค์หญิงองค์กรโกสต์ซิตี้มีปัญหาหรือเปล่า?!
ถึงได้กล้าพูดอย่างนี้ตรงนี้?
หากวันนี้เป็นงานมงคลของตระกูลเย่ก็แล้วไป ทว่าวันนี้เป็นงานศพของเย่โป๋เหวินนะ
คนที่มาร่วมงานศพคือเคารพในตัวผู้ตาย ซึ่งถังหยุนเฉิงกับเฟิ่งเหมียวเหมียวเป็นตัวแทนตระกูลถังเข้ามางาน ถือว่าเป็นการเคารพเย่โป๋เหวินสูงสุด
งานศพไม่ใช่งานแต่งงาน หากไม่สนิทชิดเชื้อกันจริง ผู้ใหญ่ไม่มีทางพาเด็กมาเดินเพ่นพ่านงานแบบนี้หรอก
หากถังหลินมาก็ถือว่าปกติ เพราะถังหลินกับเย่ซือเฉินเป็นสหายรักต่อกัน ทว่าหากถังหยุนเฉิงพาคุณหนูใหญ่ถังมาก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก
“คุณเฉิงใช่ไหมคะ?” เฟิ่งเหมียวเหมียวมองเฉิงโหรวโหรวด้วยรอยยิ้ม เฟิ่งเหมียวเหมียวไม่เรียกว่าองค์หญิงอีก เพราะฟังแล้วช่างกระดากนัก เป็นองค์หญิงภาษาอะไรเนี่ย?เหมาะจะเป็นหมูมากกว่า
เฉิงโหรวโหรวได้ยินเฟิ่งเหมียวเหมียวเรียก สีหน้าพลันเปลี่ยนไป ตอนนี้หัวหน้าไม่ให้เธอเปลี่ยนแซ่ เธอยังคงแซ่เฉิงเหมือนเดิม
ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เธอขุ่นเคืองใจ
“ใครๆก็รู้ว่าคุณหนูถังของพวกเราเป็นคนฉลาด มีมารยาท รู้จักกาลเทศ ดังนั้นเรื่องที่คุณหนูใหญ่ถังทำจึงไม่มีใครหาข้อบกพร่องได้ คุณเฉิงกำลังอยากปรักปรำคนของตระกูลถังอยู่หรือ” ตอนแรกเฟิ่งเหมียวเหมียวไม่ได้พูดแทงใจดำขนาดนี้ ทว่าเฉิงโหรวโหรวเกินไปจริงๆ น้ำเสียงเฟิ่งเหมียวเหมียวจึงเปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันแต่รู้สึกว่าคุณหนูถังสนิทกับเย่ซือเฉินแล้วก็ควรมาเคารพคุณลุงสักหน่อยค่ะ” เฉิงโหรวโหรวเห็นบารมีจัดเต็มของเฟิ่งเหมียวเหมียว ร่างกายก็หดแกร่ง และเสียงเบาลงหลายส่วน
“คุณเฉิงรู้มาจากไหนคะว่าคุณหนูใหญ่ของพวกเราสนิทกับคุณชายสามเย่?แล้วคุณเฉิงมีสิทธิ์อะไรมาถามเรื่องนี้?”เวลานี้เฟิ่งเหมียเหมียวหน้าตาบึ้งตึง เสียงเย็นเยียบเพิ่มขึ้นหลายส่วน
มีคนรู้เรื่องเย่ซือเฉินกับฉิงฉิงไม่มาก คนที่รู้ก็ล้วนเป็นคนใกล้ชิดทั้งนั้น
กระทั่งคุณปู่เย่กับคุณย่าเย่ยังไม่รู้เรื่องนี้อย่างละเอียดเลย แล้วเฉิงโหรวโหรวคนนี้รู้ได้ยังไง?
เฟิ่งเหมียวเหมียวฟังออกว่าน้ำเสียงเฉิงโหรวโหรวไม่เป็นมิตร เดิมทีเฟิ่งเหมียวเหมียวคิดว่าเฉิงโหรวโหรวชอบเย่ซือเฉิน ทว่าตอนนี้เห็นทีคงไม่ง่ายอย่างที่คิด
ถังหยุนเฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่พูดอะไรมาตลอด เวลานี้แววตาก็เริ่มมืดครึ้มหลายส่วน
“ในบ้านตระกูลเย่ งานศพของคุณเย่ คุณเฉิงใช้สถานะอะไร?คิดว่าตัวเองเป็นใคร?”เฟ่งเหมียวเหมียวพูดอย่างบีบเค้นหลายส่วน
“ฉัน……ฉัน……” เฉิงโหรวโหรวเป็นใบ้ไปเลย ไม่รู้จะตอบเฟิ่งเหมียวเหมียวยังไง เธอก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่ได้แต่งงานกับเย่ซือเฉิน ยังไม่มีฐานะอะไรในบ้านนี้