ตอนที่ 1518
บทที่ 1518 เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ(2)
October 28, 2026
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของเขา เจอกันไปแล้วจะได้อะไรเหรอ?
เจอกันไปแล้วมันจะสามารถเปลี่ยนอะไรได้เหรอ?
จะรับเธอมาเป็นลูกบุญธรรมนั้นเหรอ?!
มีคนมากมายอยากจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับองค์กรโกสต์ซิตี้ แล้วก็มีคนมากมายอาจจะเป็นลูกบุญธรรมของเขา แต่ว่าซ่างกวนหงดูดีว่าถังฉิ้นเอ๋อมันไม่เหมือนคนอื่น
แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่เคยไปบังคับคนอื่นอยู่แล้ว
หมายความว่า เขาเพ้อฝันมากเกินไปอีกแล้ว ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าชีวิตของตัวเองถูกกำหนดมาให้โดดเดี่ยว แล้วทำไมเขาถึงต้องดันทุรังด้วย
ทั้งๆ ที่รู้ว่าทุกครั้งที่มีความหวัง สุดท้ายเขาจะต้องผิดหวัง แล้วทำไมถึงยังไม่เลิกล้มความตั้งใจอีก?
ควรจะเลิกล้มความตั้งใจได้แล้ว
ควรจะเลิกล้มความตั้งใจตั้งนานแล้ว!!
ไม่ต้องเพ้อฝันอีก ไม่ต้องเพ้อฝันกับเรื่องอะไรเลย เพราะว่าสิ่งที่เขาเฝ้าฝันถึงมันไม่เคยมาถึงอยู่แล้ว
ทุกคนต่างก็พากันพูดว่าหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้เป็นคนที่มีอำนาจทุกอย่าง แต่เขากลับรู้สึกว่ามันช่างน่าขำสิ้นดี เพราะขนาดคนที่เขารักเขายังไม่สามารถปกป้องได้เลย มีอำนาจทุกอย่างนั้นเหรอ? ช่างหน้าขำจริงๆ
25ปี เวลา25ปีมันก็เพียงพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งลบความหวังทั้งหมดของตัวเองไปได้ แต่ 25 ปีนี้เขาไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้งเดียว แต่ว่าในใจเขารู้ดีว่า คนที่เขากำลังตามหาอยู่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว หลายปีมานี้ เขาเอาแต่หลอกตัวเอง
เมื่อวันหนึ่งที่เขาหลอกตัวเองไม่ได้อีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขายังหลงเหลืออยู่ก็คงมีแต่ความท้อแท้และสิ้นหวัง
ซ่างกวนหงดูดิว่าผู้ดูแลจ้งพยายามทุ่มเทอย่างมากที่จะหาอะไรให้เขาทำ ผู้ดูแลจ้งหวังว่าชีวิตของเขานอกจากตามหาคนคนนั้นแล้วจะมีเรื่องอื่นด้วย
แต่ว่าสิ่งเดียวที่เขาอยากจะทำตลอด 25 ปีที่ผ่านมาคือตามหาเธอให้เจอ
แต่เขาก็รู้ดีว่า เขาหาไม่เจออีกแล้ว และจะหาไม่เจอตลอดไป เวลานั้นเขารู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก แม้แต่คิดว่าพอแค่นี้เถอะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แล้วทำไมเขาจะต้องหลอกตัวเองขนาดนี้ด้วย
เขาจะตามเธอไป หรือบางทีเขาอาจจะตามหาเธอจนเจอในอีกโลกหนึ่งก็ได้
และในเวลานั้นเอง จู่ๆ ผู้ดูแลจ้งก็พูดถึงเรื่องลูกขึ้นมา และในเวลานั้นก็เหมือนมีแสงสว่างอีกดวงหนึ่งสะท้อนเข้ามาในหัวใจของเขา
แต่ว่าสุดท้ายแล้ว ความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาแค่เพ้อฝันไป แสงนั้นมันเป็นแค่ภาพลวงตา มันไม่มีความหวังอะไรเลย แต่ว่าเขาก็พยายามหลอกตัวเองอีกครั้ง
ในตอนนี้เองซ่างกวนหงยืนอยู่ตรงหน้าต่าง แล้วก็มีแสงสะท้อนออกมาจากห้อง แสงสะท้อนนั้นส่องมาที่ตัวเขา แต่ดูเหมือนเขาจะละลายไปในความมืด มันช่างอ้างว้างและเงียบเหงา
กลางคืนนั้นเงียบสงัด แต่ว่าตัวเขานั้นกลับเงียบสงัดซะยิ่งกว่ากลางคืนที่มืดมิดซะอีก เขายืนโดดเดี่ยวอยู่แบบนั้นคนเดียว พอมองเข้าไปแล้วก็ยิ่งทำให้คนรู้สึกเศร้าใจ
ในห้องโถงที่สวนหลังบ้าน ถังจื่อซีกำลังหาของเล่นที่สวยที่สุดและสนุกที่สุดอยู่ แล้วเธอก็ได้เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอกผ่านทางนอกหน้าต่าง
ระยะห่างค่อนข้างไกล แต่ว่าถังจื่อซีก็มองเห็น
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่พอถังจื่อซีเห็นคนคนนั้นยืนโดดเดี่ยวอยู่ในความมืดแล้วเธอก็รู้สึกปวดใจ
ถังจื่อซีไม่แน่ใจ ว่ามันเป็นเพราะว่าเธอรู้สึกได้ว่าคนคนนั้นต้องรู้สึกทุกข์ใจ หรือว่าเธอทุกข์ใจแทนคนคนนั้นแทน
ถังจื่อซีไม่อยากให้ตัวเองทุกข์ใจ แล้วก็ไม่อยากเห็นคนคนนั้นทุกข์ใจเหมือนกัน
เธอรู้สึกว่าการที่คนคนนั้นยืนอยู่คนเดียวมันน่าสงสารมากเลย ไม่มีใครอยู่กับเขาเลยเหรอ?
ถังจื่อซีกะพริบตา เธอเห็นว่าพี่ชายของตัวเองกำลังค้นคว้าสิ่งของในมือของตัวเองอยู่ คุณย่าน้อยกับคุณนายหลี่ก็กำลังพูดคุยกันอยู่
ตอนนี้ถังจื่อซีอยู่ใกล้ประตูมาก เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ เปิดประตู แล้วก็เดินออกไปคนเดียว
หลังจากถังจื่อซีออกมาแล้ว ก็วิ่งเหยาะๆ ไปหาซ่างกวนหง
ถึงแม้ว่าถังจื่อซีจะไม่รู้จักเขา และถึงแม้ว่าการที่เขายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวมันจะค่อนข้างแปลก แต่ว่าถังจื่อซีกลับไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ถังจื่อซีแน่ใจว่าคนคนนั้นจะไม่ทำร้ายเธออย่างแน่นอน และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ว่าเธออยากอยู่ใกล้ๆเขา
หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเห็นท่าทางที่เศร้าใจของเขาแล้วเธอก็เลยอยากจะมาปลอบใจเขา
ถังจื่อซีมองซ่างกวนหงจากระยะใกล้ ตอนนี้เอง เธอก็แน่ใจว่าคุณลุงคนนี้น่าจะกำลังทุกข์ใจมาก
แล้วอีกอย่าง ท่าทางของลุงคนนี้ก็ดูโดดเดี่ยวมากเลย ถังจื่อซีไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนี้
ถังจื่อซีวิ่งไปตรงหน้าของซ่างกวนหง แล้วก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขา แต่ว่าซ่างกวนหงกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย