ตอนที่ 1615
บทที่ 1615 ให้พวกเราอยู่ต่อเถอะครับ
October 28, 2026
ถังจื่อโม่อยากจะตอบตกลง ก็เลยรับโทรศัพท์มา……
“พี่”ไม่รู้ว่าฝาแฝดมีจิตผูกพันกันรึเปล่า จู่ๆ ถังจื่อซีก็รู้สึกได้ว่าพี่ชายจะยอมกลับไป ก็รีบพูดออกมาก่อน พร้อมกับมองเขาด้วยแววตาที่ขอร้อง ถ้าเกิดว่าพี่พูดออกไปเมื่อไหร่ เรื่องนี้ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว แต่ว่าเธอไม่อยากจะกลับไปจริงๆ
ถังจื่อโม่ชะงักไป สีหน้าของน้องสาวเขามันชัดเจนเกินไปแล้ว เธอจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่น่าสงสาร แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอไม่อยากกลับ ถังจื่อโม่ลังเลใจ แล้วก็มองไปที่ซ่างกวนหงที่ยืนอยู่ไกลๆ เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนกับว่าบรรยากาศรอบๆ ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อเขาได้เลย หรือจะบอกว่า เขากำลังจมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งอื่นรอบตัว มองจากมุมของถังจื่อโม่ เขาสามารถรู้สึกได้อย่างง่ายดายถึงความอ้างว้าง โดดเดี่ยวของซ่างกวนหง เหมือนกับว่าในโลกใบนี้เหลือเขาอยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่มีคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้ และไม่มีใครที่จะแบ่งปันด้วยได้ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเพื่อน เรื่องทุกอย่างต้องเก็บไว้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ความรู้สึกนั้น มันช่างเศร้าสลดมากเลย จู่ๆ ถังจื่อโม่ก็รู้สึกปวดใจ……เขาทนให้คนนี้ทุกข์ใจไม่ได้!
น่าแปลกจริงๆ ถังจื่อโม่คิดอยู่ภายในใจ ทำไมจู่ๆ เขาถึงได้มีความรู้สึกแบบนี้กัน? การที่น้องสาวของเขาจะใจอ่อนนั้นเป็นเรื่องปกติมาก แต่ทำไมถึงได้รู้สึกทุกข์ใจเพราะคนที่พึ่งจะรู้จักกันล่ะ? ถึงขั้นคิดเพื่อเขาด้วยซ้ำ? ถังจื่อโม่ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย มันไม่สามารถควบคุมได้เลย เขายังเด็ก เลยยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ควบคุมยากที่สุดบนโลกใบนี้ก็คืออารมณ์ความรู้สึกนั่นแหละ ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลแค่ไหน แต่ว่าเรื่องความรู้สึกมันก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง คุณสามารถควบคุมตัวเองโดยไม่ทิ้งร่องรอยให้คนอื่นเห็นได้ แต่ว่าเมื่ออยู่คนเดียวแล้วก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้หรอก ความรู้สึก คือยาพิษที่พิเศษที่สุดบนโลกใบนี้ นอกจากคนในใจแล้ว ก็ไม่มียาถอนพิษอย่างอื่นอีก
“จื่อโม่? ”เวินลั่วฉิงไม่ได้ยินคำตอบของถังจื่อโม่ แต่ก็เห็นว่าโทรศัพท์อยู่ในมือของถังจื่อโม่แล้ว ถึงแม้ว่าจะถ่ายเห็นแค่ครึ่งหน้าเท่านั้น แต่ว่าเวินลั่วฉิงก็สังเกตเห็นถึงการต่อสู้ดิ้นรน เวินลั่วฉิงคิดว่าไม่ยังงั้นก็ให้พวกเขาอยู่ต่ออีกสักหน่อยดีไหม? แต่ว่าเธอก็ไม่พูดออกไปก่อน เพราะว่าถังจื่อโม่ก็มีความคิดของเขาเอง ไม่ต้องรีบร้อนอะไร
“หม่ามี๊ ผมก็ชอบที่นี่มากเหมือนกัน ให้ผมกับน้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยเถอะครับ พวกเราชอบคุณปู่คนนี้มาเลย อยู่กับเขาได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยด้วย”ถังจื่อโม่ตอบด้วยความสงบ เขาตัดสินใจจะอยู่ต่อ ครึ่งหนึ่งก็เพราะว่าถังจื่อซี ส่วนที่เหลือ ก็เพราะว่าซ่างกวนหงกับตัวของเขาเอง ปกติเวลาเขาจะทำอะไรอย่างมีเหตุมีผลโดยตลอด จะไม่เอาความรู้สึกของตัวเองมาทำให้เรื่องนั้นเสียเวลา แต่ว่าครั้งนี้ เขารู้สึกว่าอยู่ต่อมันก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดี เพื่อที่จะไม่ให้เวินลั่วฉิงเป็นห่วง เขาก็จงใจพูดว่า “หม่ามี๊ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คุณปู่ดีกับพวกเรามากเลย ต่อไป เดี๋ยวผมจะโทรหาทุกวัน ตอนที่ผมกับน้องจะกลับไป จะบอกหม่ามี๊ก่อน”
เวินลั่วฉิงหัวเราะเบาๆ เด็กคนนี้ สามารถจัดการเรื่องราวได้ในแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นเองเหรอ? เธอยังไม่ทันตกลงเลย! ฟังจากที่เขาพูดนี้ ไม่ใช่แค่ยังไม่กลับมา แต่จะอยู่ต่ออีกนานเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจงั้นสิ? จะกลับมาเมื่อไหร่แล้วจะบอก……เวินลั่วฉิงถอนหายใจ ดูท่าทางคนที่เจอในครั้งนี้ จะเป็นที่ชื่นชอบของถังจื่อโม่และถังจื่อซีจริงๆ เลย เธอก็อยากจะรู้จักสักหน่อยแล้ว! แต่พอคิดว่าตอนนี้มีเรื่องราวมากมาย ภายในระยะเวลาอันสั้นนี้คงยังไม่ได้เจอ เวินลั่วฉิงก็ไม่รีบ คิดว่าไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมีโอกาสอยู่ดี แล้วอีกอย่างถังจื่อโม่กับถังจื่อซีก็อยู่ในที่ที่ปลอดภัยมาก ดังนั้นเธอก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว
“งั้นก็ได้ งั้นพวกลูกอยู่เล่นที่นั่นไปก่อน ถ้าสร้างเรื่องให้คุณปู่เข้าล่ะ เดี๋ยวหม่ามี๊จัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่จะไปรับพวกลูก”เวินลั่วฉิงพูดอย่างไม่มีทางเลือก เธอมองไปที่ใบหน้าที่เรียบเฉยของลูกชายตัวเอง แล้วก็อยากจะหยอกล้อเขา “ลูกก็ชอบคุณปู่คนนั้นมากเหมือนกันใช่ไหม? หรือจะบอกว่า มีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดลูก? ”
“ผมชอบคุณปู่คนนี้มากเลยครับ” ใบหน้าเล็กๆ ของถังจื่อโม่มืดลง หม่ามี๊นี่จริงๆ เลย!จงใจหยอกล้อเขา! “ที่นี่มีของให้เล่นเยอะแยะเลย ผมได้ฝึกยิงปืนเมื่อสองวันก่อน ไม่แน่ว่าอีกสองสามวันคุณปู่อาจจะพาผมไปขี่ม้าก็ได้” น้ำเสียงของถังจื่อโม่ดูตื่นเต้นและรอคอย เวินลั่วฉิงฟังออกในทันที เธอเริ่มสงสัยว่าปกติแล้วเธอไม่ค่อยได้อยู่กับถังจื่อโม่รึเปล่า ทำไมเธอถึงได้เคยสัมผัสได้ว่าลูกชายของเธอสนใจหลายสิ่งหลายอย่างขนาดนั้น แต่ว่าแบบนี้ก็ค่อยเหมือนเด็กเล็กหน่อย เวินลั่วฉิงก็ยังคงรู้สึกพึงพอใจมาก ใครจะอยากให้ลูกของตัวเองไม่ยิ้มแย้มตลอดทั้งวันกันล่ะ?
“โอเค~”เวินลั่วฉิงยิ้ม “ถ้ายังงั้นพวกลูกก็อยู่ที่นั่นไปชั่วคราวแล้วกัน ระวังๆ ด้วยล่ะ”
“ขอบคุณค่ะหม่ามี๊!”ถังจื่อซีดีใจมาก วิ่งมาตรงหน้ากล้องแล้วก็พูดด้วยรอยยิ้ม ถ้าพี่ชายออกตัว เรื่องราวก็สามารถจัดการได้จริงๆ ด้วย!ถังจื่อซีรู้สึกถึงพอใจเงียบๆ อยู่ในใจ เธอก็ดีอยู่แล้ว ว่าถ้าเกิดว่าเธอออดอ้อน พี่ชายต้องตามเธออย่างแน่นอน ปกติหม่ามี๊ไม่มีทางปฏิเสธคำพูดของพี่!ถังจื่อซียิ้มจนตาหยี แล้วก็คิดอย่างพึงพอใจ โชคดีที่เธอมีไหวพริบ!
ถังจื่อโม่ได้แต่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม ฟังคำพูดของเวินลั่วฉิง “พวกลูกไปบอกคุณปู่หน่อย ว่าขอบคุณมากที่เขาดูแลพวกหนู เดี๋ยวหม่ามี๊จัดการธุระเสร็จแล้วจะไปขอบคุณเขาด้วยตัวเอง”
“เข้าใจแล้วครับหม่ามี๊”ถังจื่อโม่ตอบรับ
“ถ้ายังงั้นหม่ามี๊วางก่อนนะ พวกลูกเล่นกันไปให้สนุกเถอะ”พอเวินลั่วฉิงเห็นว่าทั้งสองคนนั้นไม่เป็นอะไรก็วางใจแล้ว ก็เลยไม่ได้พูดอะไรมากมาย