ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 พบอ๋องยงครั้งแรก
September 29, 2026
ลั่วหนิงได้กลับมาพักที่เรือนเหวินฉี่
ชาติก่อนนางอาละวาดยกใหญ่ ทั้งๆ ที่เป็นของนาง แต่เมื่อนางเอาคืน กลับกลายเป็นญาติผู้น้องได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ผู้เสียสละและมีน้ำใจ’
ส่วนตัวนางกลับถูกติฉินในทุกๆ ทาง
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ส่งข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันมาให้
แม่บ้านอาวุโสสุภาพ เคารพนบนอบ ไม่กล้าละเลยนางแม้แต่น้อย
“สาวใช้ขั้นสองสองคนที่เคยรับใช้เจ้าก่อนหน้านี้ ยังต้องการอีกหรือไม่” นางไป๋ผู้เป็นมารดาเอ่ยถาม ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความชดประชันเล็กๆ
“ตอนนี้ข้ามีคนแล้ว ชิวหวาและชิวหลานปรนนิบัติข้าดีมาก ข้าจะเลื่อนให้พวกนางเป็นสาวใช้ขั้นสอง ส่วนสาวใช้คนอื่นๆ น้องสาวคงใช้จนคุ้นชินแล้ว ข้าจะไปแย่งมาได้อย่างไร” ลั่วหนิงกล่าว
เรื่องใจกว้าง นางก็ทำได้
นางไป๋ชะงัก
นางสะกดกลั้นความโกรธ ใช้น้ำเสียงเอื้ออาทรตามแบบฉบับของมารดา “อาหนิง แม่เป็นห่วงเจ้าจริงๆ เจ้าทำแบบนี้ ไม่เผื่อทางให้วันหน้าบ้างเลยหรือ อีกหน่อยจะต้องลำบากแแน่ๆ”
กับนาง ลั่วหนิงมักจะสงบ ไร้ท่าทีใดๆ
ไม่เสียดสี ไม่ยินดี เฉยเมยและห่างเหิน
ไม่ว่าถ้อยคำใดๆ ลั่วหนิงแทบไม่ใส่ใจจะโต้แย้ง
“เจ้าประมาณตัวเองบ้างเถอะ อาหนิง บุญคุณเล็กน้อย ยังไงสักวันก็ต้องหมด ถึงตอนนั้นใครจะปกป้องเจ้า” มารดากล่าวอีก
ลั่วหนิงสีหน้าไม่เปลี่ยน “จวนโหวยังไม่ล่มสลาย เท่ากับบุญคุณของลูกยังไม่จางหาย ท่านแม่ว่าจริงไหมล่ะ”
นางไป๋สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ฮูหยินผู้เฒ่าส่งแม่บ้านอาวุโสคนหนึ่งและสาวใช้ขั้นสามตัวน้อยอีกสองคนมาให้ลั่วหนิง
หญิงรับใช้อาวุโสคนนี้ ลั่วหนิงเจาะจงโดยเฉพาะ นางเป็นภรรยาของเสมียนที่ดูแลบัญชีเรือนด้านนอก ทุกคนเรียกนางว่าแม่นมข่ง
ชาติก่อน แม่นมข่งต้องจบชีวิตลงเพราะช่วยรับเคราะห์แทนลั่วหนิง
“ต่อไปนี้ แม่นมข่งจะดูแลจัดการเรื่องภายในเรือนทั้งหมด ชิวหวาดูแลเรื่องเงินทอง ชิวหลานดูแลเสื้อผ้าเครื่องประดับ” ลั่วหนิงกล่าว
สาวใช้ตัวน้อยอีกสองคนรับผิดชอบงานจิปาถะประจำวัน
เรือนเหวินฉี่มีห้องหลักสี่ห้อง ห้องซ้ายขวาอีกฝั่งละหกห้อง ยังมีเรือนด้านหน้าอีกหลัง ลานบ้านกว้างขวางมาก เทียบได้กับเรือนหลักฝั่งตะวันตกของฮูหยินผู้เฒ่าเลยทีเดียว
ที่วิเศษกว่านั้นก็คือทำเลที่ตั้ง
ด้านหน้าเป็นเรือนหลักฝั่งตะวันออกและตะวันตก ด้านหลังเป็นสวนดอกไม้ ใกล้กับประตูฝั่งเหนือหลังจวน สามารถมองเห็นจวนโหวทั้งหมดได้ ทั้งยังเข้าออกได้โดยอิสระ
เมื่อลั่วหนิงย้ายเข้ามา นางต้องการกุญแจประตูทิศเหนือ
แน่นอนว่านางไป๋มารดาของนางไม่ยอมให้
“จะเอากุญแจไปทำไม เป็นสตรีในห้องหอ* จะเข้าออกผ่านประตูเล็กตามอำเภอใจได้อย่างไร สมควรแล้วหรือ” มารดาตำหนินาง
(**สตรีในห้องหอ โบราณหมายถึงบรรดาคุณหนูตระกูลร่ำรวยที่ใช้ชีวิตสันโดษไม่ค่อยออกนอกบ้าน)
ลั่วหนิงไม่ได้ร้องขอสิ่งใดอีก
มารดายังจงใจเพิ่มหญิงรับใช้อาวุโสอีกสองคนเฝ้าที่ประตูฝั่งเหนือโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันลั่วหนิง
ลั่วหนิงเพิ่งเกิดใหม่ สำหรับนาง ปัญหาที่ค่อนข้างยุ่งยากในตอนนี้ก็คือ นางมีทรัพย์สินไม่มากนัก
สาเหตุที่ไป๋ฉือหรงญาติผู้น้องสามารถสร้างอำนาจในจวนโหวจนแทบจะแทนที่ลั่วหนิงในฐานะคุณหนูใหญ่ได้ นั่นเป็นเพราะมารดาของลั่วหนิงใช้เงินทองและเส้นสายปูทางให้
สินเดิมของมารดา รวมถึงทรัพย์สินเดิมของตระกูลลั่ว ตอนนี้อยู่ในมือของมารดาทั้งหมด
ตราบใดที่นางไม่ก่อเรื่อง ไม่มีใครมาตรวจสอบบัญชีของนาง
นอกจากนี้ ข้างนอกยังมีคนหนึ่งที่ร่ำรวยมากเป็นพิเศษคอยสนับสนุนเรื่องเงินทองให้นางและไป๋ฉือหรง
สิ่งที่พวกเขาต้องการคือสถานะ
เพื่อให้สถานะของไป๋ฉือหรงจาก ‘บุตรีภรรยาเอกตระกูลไป๋’ กลายเป็นสตรีสูงศักดิ์แห่งนครเซิ่งจิง โดยมีจวนโหวเป็นบันไดให้นาง
พวกเขาไม่ขาดแคลนเงินทอง
แต่ลั่วหนิงขาด
เมื่อจัดการเรือนเหวินฉี่ของตนเองเรียบร้อยแล้ว ลั่วหนิงก็นอนหลับให้เต็มที่
วันรุ่งขึ้น นางเข้าวังไปถวายพระพรไทเฮา
เพื่อคืนสร้อยประคำ
“หลังจากไปวัดฝ่าหวามา หม่อมฉันถึงได้รู้ว่าสร้อยประคำเส้นนี้ล้ำค่าขนาดไหน นี่เป็นสิ่งของที่ไทเฮารักยิ่ง หม่อมฉันขอคืนให้เพคะ ไม่กล้าละโมบโลภมาก” ลั่วหนิงกล่าว
สร้อยประคำเส้นนี้อยู่กับไทเฮามาหลายสิบปี
นางเต็มใจประทานให้ลั่วหนิง ทว่า เมื่อลั่วหนิงนำกลับมาคืน นางเองก็มิได้บ่ายเบี่ยง
นี่คือเครื่องปลอบประโลมจิตใจของนาง
ชีวิตของไทเฮาดำเนินไปอย่างราบรื่น ส่วนใหญ่เป็นเพราะได้กำลังใจจากสร้อยประคำเส้นนี้ ทำให้นางเชื่อมั่นว่าทุกการตัดสินใจของตัวเองถูกต้อง นางได้รับการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“แล้วเจ้าปรารถนาสิ่งใด” ไทเฮาถามนางอีกครั้ง “ข้าอยากจะตอบแทนเจ้าบ้าง”
“ฝ่าบาทพระราชทานบรรดาศักดิ์และจวนโหวให้แล้ว พระองค์เมตตามากเกินพอแล้วเพคะ”
ไทเฮาส่ายศีรษะ “นั่นเป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ปูนบำเหน็จให้ ฝ่าบาทปกครองใต้หล้าโดยยึดมั่นในหลักความกตัญญูรู้คุณ ไม่ใช่สิ่งที่ข้าให้เสียหน่อย”
“ไทเฮา หม่อมฉันมีเรื่องหนึ่งอยากเล่าให้พระองค์ฟัง” ลั่วหนิงกล่าว
ไทเฮาจึงถามนางว่าเป็นเรื่องใด
“ตอนที่หม่อมฉันพักรักษาตัวอยู่ที่ทางใต้ เวลาว่างมากมายรู้สึกเบื่อหน่าย จึงไปเรียนการทำนายจากนักพรตท่านหนึ่ง หม่อมฉันมีคำทำนายอยากจะทูลไทเฮา” ลั่วหนิงกล่าว “ขอไทเฮาทรงประทานอนุญาตด้วย”
“ไหนลองว่ามาสิ”
ลั่วหนิงเล่าเรื่องราวโดยละเอียด หลังจากฟังจบ ไทเฮาก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ ขันทีรับใช้ก็เข้ามารายงาน “ทูลไทเฮา อ๋องยงมาถึงแล้ว”
ลั่วหนิงไม่แสดงอาการใดๆ