ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ชนะพี่ชาย
September 29, 2026
ในเรือนเหวินฉี่ ทุกคนต่างยินดีปรีดา
สิ่งของพระราชทานจากไทเฮา มีเงินสดสามพันตำลึง และทองใบ*หนึ่งร้อยตำลึง (*ทองใบ ‘金叶子’ ทองคำที่ถูกตีเป็นแผ่นบางเฉียบ ผ่านการชั่งตวงระบุน้ำหนัก นิยมใช้เป็นเงินตราแลกเปลี่ยนในหมู่ขุนนาง)
สิ่งเหล่านี้ เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายถึงสองปีกว่าๆ ของผู้คนทั้งหมดในจวนร้อยกว่าชีวิต
ช่วยขจัดปัญหาเรื่องความขัดสนของลั่วหนิงได้
“...คุณหนูใหญ่ ฮูหยินใหญ่ไม่ค่อยพอใจนัก นางเป็นมารดาแท้ๆ ของท่าน ย่อมไม่คิดร้ายต่อท่านแน่นอน บางทีท่านควรจะฟังคำของนาง” แม่นมข่งกล่าวอย่างระมัดระวัง
ถ้อยคำนี้ เป็นคำพูดที่ดีงามและเต็มไปด้วยความหวังดี
แต่ลั่วหนิงรู้จักมารดาแท้ๆ ของตนดี
นางไม่เพียงทำร้ายลั่วหนิง แต่ถึงขั้นคร่าชีวิตของลั่วหนิงได้
“ข้างกายท่านแม่ มีน้องสาวอีกคน ท่านแม่ลำเอียง” ลั่วหนิงน้ำเสียงจืดจาง
แม่นมข่งรีบปลอบโยน “ช่วงเวลาที่ท่านไม่อยู่ ฮูหยินใหญ่พร่ำบ่นถึงท่านเสมอ นางคิดถึงท่าน ถึงได้รับคุณหนูไป๋มาอยู่ด้วยเพื่อคลายความคิดถึง ในใจของนาง ท่านยังคงสำคัญที่สุด”
“เรื่องเหล่านี้ ท่านเห็นด้วยตาของตัวเอง หรือได้ยินคนอื่นพูดมา” ลั่วหนิงถาม
แม่นมข่งชะงัก “ได้ยินจากพวกข่าวไพร่ในครัวคุยกัน”
“พวกบ่าวไพร่ในครัวล้วนเป็นคนสนิทของท่านแม่ คำพูดของพวกนาง จงใจให้คนทั้งจวนได้ยิน หาไม่แล้ว ญาติฝั่งมารดาคนหนึ่งจะมาอาศัยอยู่โดยไม่มีเหตุผลอันควร คนอื่นจะไม่นินทาหรือ” ลั่วหนิงกล่าว
แม่นมข่งชะงัก
“ในเมื่อคิดถึงข้ามาก เหตุใดจึงไม่ไปอยู่กับข้าที่บ้านพักทางใต้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดก็ได้ แค่แวะมาเยี่ยมสักครั้งก็ยังดี ส่งจดหมายหรือของขวัญมาบ้างก็ได้ นั่นต่างหากที่ท่านแม่ควรทำ” ลั่วหนิงยิ้ม
น้ำเสียงของนางอ่อนโยนมาก “ไม่มีเลยสักอย่าง บอกว่าคิดถึง ช่างเป็นคำพูดที่เลื่อนลอย”
เป็นคำที่คอยโน้มน้าวให้นางเชื่อมาโดยตลอด
“ดูสิ ข้าป่วยหนักพักรักษาตัวอยู่ไกลนับพันลี้ คิดถึงบ้านจนนอนหลับไม่สนิท ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นแค่บันไดให้คุณหนูไป๋ได้หยั่งรากในจวนโหว” ลั่วหนิงกล่าว
แม่นมข่งพิจารณาคำพูดเหล่านี้อย่างละเอียด รู้สึกตกใจอย่างยิ่ง “นี่...”
ลั่วหนิงโบกมือ “อย่าพูดถึงอีกเลย เก็บของเถอะ พวกเรามีไทเฮาหนุนหลัง ซ้ำยังมีเงินทอง จะต้องกลัวอะไรอีก จวนโหวแห่งนี้ก็ได้มาเพราะข้า”
แม่นมข่งรับคำ
นางคลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะเคยได้ยินคนพูดว่า ไทเฮาไม่ชอบให้คนอื่นแอบอ้างความดีความชอบ จึงกลัวคุณหนูใหญ่จะวางก้ามมากเกินไปจนถูกเอือมระอา
เมื่อพินิจดูอีกที คำพูดนี้ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผลนัก
ทว่านางคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ จึงได้แต่ปล่อยวาง และทำตามคำสั่งของลั่วหนิง
ลั่วหนิงตกรางวัลให้แม่นมข่งสิบตำลึง ชิวหวาและชิวหลานคนละหกตำลึง สาวใช้ตัวน้อยทั้งสองอีกคนละหนึ่งตำลึง…ซึ่งเท่ากับเบี้ยเงินเดือนสองเดือนของพวกนาง
ทุกคนต่างดีใจจนหน้าบาน
อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มเบิกบานต้องหุบลงในวันรุ่งขึ้น
เรือนเหวินฉี่ไม่มีห้องครัวเล็ก อาหารที่ห้องครัวใหญ่ส่งมาทั้งชุ่ยและไม่อร่อย
มองผิวเผิน ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ
ในข้าวสวยมีวัชพืชอย่างหญ้าปล้องละมานติดมาด้วย ผักแก่เกินไป น้ำแกงจืดชืดเกินควร ส่วนเป็ดย่างน้ำแดงก็มันเยิ้ม มีน้ำมันกองเต็มอยู่ที่ก้นชาม
ลั่วหนิงรับรู้ถึงความผิดปกติ แต่ก็ไม่สามารถเอ็ดตะโรโวยวายได้
มิฉะนั้น ฮูหยินใหญ่คงใส่ร้ายนางด้วยข้อหา ‘เลือกกิน’ และ ‘เรื่องมาก’ แล้วนางก็จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีก
นางเขี่ยหญ้าปล้องละมานออก จุ่มเนื้อเป็ดในน้ำเพื่อล้างมันออก แล้วค่อยๆ กินกับข้าวชามหนึ่ง
พริบตาเดียวก็ถึงวันที่สิบห้าเดือนสิบสอง
ลั่วหนิงจำวันนี้ได้ไม่มีวันลืม ชาติก่อน นี่เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดหลังจากนางกลับมาที่จวน นางเกือบเอาชีวิตไม่รอด!
อากาศหนาวเย็น แต่ไม่ถึงกับหนาวจัด พื้นดินมีน้ำแข็งบางๆ เกาะอยู่
ธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลลั่ว ไม่จำเป็นต้องไปคำนับฮูหยินผู้เฒ่าทุกเช้าเย็น แต่จะเข้าไปเยี่ยมเยือนทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลขห้า
ลั่วหนิงนั่งอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้ง นึกถึงชาติก่อน นางเลือกที่จะไม่ถอยหนี จึงบอกกับสาวใช้ชิวหวาว่า “เอาแส้ยาวของข้าออกมา”
ชิวหวาฝึกวรยุทธ์ มีฝีมือพอตัว ปกตินางจะเป็นคนเก็บรักษาแส้ยาวของลั่วหนิงให้
ตอนที่พักอยู่ทางใต้ ลั่วหนิงเรียนการใช้แส้จากบิดาของชิวหวา
“คุณหนูใหญ่ บ่าวถือให้ท่านเอง” ชิวหวากล่าว
“ไม่เป็นไร ข้าถือเอง” ลั่วหนิงกล่าว
แล้วหยิบทองใบแผ่นหนึ่งส่งให้ชิวหวา “เจ้าไปที่เรือนของอนุซ่ง ดูว่าท่านพ่อตื่นหรือยัง”
จากนั้นก็กระซิบข้างหู กำชับให้ชิวหวาทำตาม
บอกให้ชิวหวายัดทองใบนั้นใส่มือของอนุซ่ง
ชิวหวารับคำ
ลั่วหนิงสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ แขนเสื้อกว้างปกคลุมหลังมือ สามารถซ่อนแส้อ่อนไว้ใต้แขนเสื้อได้
เช่นเดียวกับชาติก่อน ที่ริมสระน้ำเล็กๆ ข้างเรือนหลักฝั่งตะวันตก นางพบพี่ชายใหญ่และพี่สะใภ้กำลังพาลูกๆ มาคำนับท่านย่า