ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 เขาทักคนผิด
September 30, 2026
นี่เป็นราคาสำหรับชุดจากดีไซเนอร์ต่างชาติ และเห็นได้ชัดว่ามีราคาแพงเกินไป กระนั้นงานออกแบบก็ไม่ได้ด้อยกว่าแต่อย่างใด ว่ากันว่าชุดนี้ออกแบบไว้เมื่อสามปีก่อน แต่ก็ยังคงดูงดงามจนถึงทุกวันนี้
ชานนท์ชำเรืองมองผาดๆ ไปยังไอรินด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาเอามือล้วงกระเป๋าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “ถ้าคุณชอบก็เอาเลยครับ” เขาส่งบัตรให้ผู้จัดการร้าน “รูดได้เลย ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน”
จิตรีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นขณะโผเข้ากอดชายหนุ่ม “ชานนท์ ฉันรักคุณจังเลยค่ะ”
ไอรินเบือนหน้าหนีด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่สามารถอธิบายได้เต็มตื้นอยู่ในอก อย่างที่เธอคาดไว้ ชุดราคาเป็นล้านไม่ทำให้ขนหน้าแข้งชานนท์ร่วงเลย หากเป็นสิ่งที่จิตรีต้องการ เขาก็จะซื้อให้เธอโดยไม่ลังเล
ครั้นแล้วไอรินก็พยักหน้าแล้วทำมือบอกให้พนักงานที่ยืนอยู่กับสองคนนั้นไปดำเนินการชำระเงิน ทว่าพนักงานไม่ยอมรับบัตรขณะหันมามองเธอด้วยสายตากังวลใจ
เธอจะขายชุดนี้ไปได้ยังไงกัน นี่เป็นชุดที่ไอรินออกแบบให้ตัวเองนะ!
คงจะเป็นการโกหกกันหากไอรินบอกว่าสามารถเอาชุดนี้ไปให้คนอื่นได้ แต่ในเมื่อเธอจะหย่าและไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้นอยู่แล้ว เก็บชุดไว้แล้วจะมีประโยชน์อะไร หญิงสาวจึงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ย “ลินดาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีแค่คนโง่เท่านั้นที่จะพลาดโอกาสปิดดีล”
นอกจากนี้พวกเธอยังจะได้เงินจากชานนท์ ซึ่งเธอมองว่าเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมมาก หลังจากนั้นพนักงานถึงได้ดำเนินการคิดเงินอย่างไม่สู้เต็มใจ ในขณะเดียวกันไอรินก็เอาเก้าอี้มาปีนขึ้นไปเอาชุดจากตู้กระจก
เมื่อถึงเวลาลองชุด จิตรีก็ชี้ไปทางไอริน “ช่วยฉันใส่ชุดหน่อยได้ไหม ฉันไม่อยากให้คนอื่นทำ”
ไอรินแอบลอบมองชานนท์ตามสัญชาตญาณ นี่เขากำลังจะปล่อยให้ภรรยาที่กำลังจะหย่าไปช่วยว่าที่ภรรยาใส่ชุดแต่งงานจริงๆ เหรอ เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นก็ต่อเมื่อเขาเป็นไอ้…
ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดจบประโยคก็ได้ยินเสียงชานนท์เอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน “งั้นก็ต้องรบกวนด้วย”
เขายืนเอามือล้วงกระเป๋าใต้เงาแสงสปอตไลต์ แสงไฟสาดส่องตัวเขาเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่ในเงามืด ทำให้เขาดูสูงชะลูด ร่างชายหนุ่มดูสง่างามดุจกษัตริย์พร้อมด้วยความเมินเฉยที่ผลักไสผู้คนไม่ให้เข้าหาเขา
ไอรินแสยะยิ้มอยู่ในใจขณะระบายยิ้มครุ่นคิดออกมา “ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” ลองชุดคือหน้าที่ฉัน ส่งต่องานแต่งงานก็เช่นกัน
เขาชำเลืองหางตาอันเยือกเย็นมองเธอ และเธอก็เข้าใจว่านั่นเป็นสายตาตักเตือน หญิงสาวซึ่งถือชุดแต่งงานอยู่ในมือ จึงทำมือบอกเขาก่อนคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนอย่างเป็นมืออาชีพ “ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะให้บริการภรรยาคุณอย่างดีที่สุด”