ตอนที่ 1242
บทที่ 1244 งูแปลงเป็นมังกร
October 21, 2026
เยี่ยชิวรู้สึกถึงร่องรอยที่ผิดปกติอย่างเฉียบพลัน ลืมตา แล้วลุกขึ้นมาจากบนเตียงอย่างรวดเร็ว
พอหันไปมอง ก็เห็นเเต่ว่าเสียงกรนของอมตะชางเหม่ยเเละหู่จืออย่างกับฟ้าร้อง ยังหลับสนิทอยู่
โดยเฉพาะอมตะชางเหม่ย ไอ่เเก่นี้ไม่รู้ว่าเขากําลังฝันถึงอะไร มุมปากยังมีน้ําลายไหลออกมา
เยี่ยชิวอดไม่ไหว ที่จะใช้นิ้วมือดีดดั้งจมูกของอมตะชางเหม่ย
“อุ๊ย!”
อมตะชางเหม่ยกรีดร้องด้วยความเจ็บปว ลุกนั่งขึ้นมา พอเห็นเยี่ยชิวยืนอยู่ตรงหน้า เขาก็บ่นอย่างไม่สบายใจว่า“ดึกแล้ว ทําไมนายยังไม่นอน?ปลอมเป็นผีมาหลอกคนเหรอ!”
“ดูนายสิ แก่ขนาดนี้แล้ว ยังน้ำลายไหลอยู่ ฉันละอายใจแทนนายเลย”เยี่ยชิวถามว่า“นายฝันถึงอะไร?”
“เฮ่ๆ”อมตะชางเหม่ยยิ้มอย่างโรคจิต“เมื่อกี้ข้าฝันถึงขายาวๆหลายขา ติดกับข้าหมด เเม่งเอ้ย ถ้าไม่ใช่นาย กูก็จะทําเรื่องสำคัญในฝันแล้ว ”
เยี่ยชิวกรนอย่างเย็นชา“ไม่รู้อาย!”
อมตะชางเหม่ยไม่สนใจ และพูดว่า“วัยรุ่นคนไหนไม่ถวิลหาคู่”
เยี่ยชิวหัวเราะ“นายอายุเท่านี้เเล้ว ยังกล้าบอกว่าเป็นวัยรุ่ยเหรอ?”
อมตะชางเหม่ยยกคอขึ้นแล้วพูดว่า “ผู้ชายเป็นวัยรุ่นตลอดจนตาย!”
เยี่ยชิว“......”
“ฉันว่านะไอ้เด็กเปรต ดึกแล้วนายไม่นอน ทำบ้าอะไร?”อมตะชางเหม่ยถามสงสัย
เยี่ยชิวถึงจะพูดเรื่องสำคัญ ถามว่า “ไอ้แก่ นายรู้สึกถึงความแตกต่างอะไรไหม?”
“มีการเปลี่ยนแปลงอะไร?”หรือข้าหล่อขึ้น?”
“อย่าพูดเรื่องไร้สาระ ฉันพูดเรื่องสำคัญกับนายอยู่ นายรู้สึกไหมว่าบรรยากาศไม่ค่อยถูกปกติ?”
บรรยากาศ?
อมตะชางเหม่ยลองรับความรู้สึก ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงความกดดัน
“ความรู้สึกนี้คุ้นเคยมาก เหมือนกับว่าเทียนเจี๋ยจะมาเเล้ว!” อมตะชางเหม่ยมองไปที่เยี่ยชิวด้วยความประหลาดใจ“ไอ่เด็กเปรต นายจะตู้เจี๋ยเหรอ?”
“ถ้าฉันจะตู้เจี๋ย ฉันจะอยู่ที่นี่ไหม?”เยี่ยชิวกล่าวว่า“รีบใส่เสื้อผ้าไว้ พวกเราลองออกไปดู ถ้าสามารถพบปรมาจารย์ผู้ฝึกเป็นเซียนองค์หนึ่ง งั้นก็สนุกแล้ว”
อมตะชางเหม่ยรีบใส่เสื้อไว้ดีๆ
ในขณะที่ทั้งสองเตรียมตัวจะออกไป หู่จือตื่นแล้ว
“อาจารย์ พวกคุณจะไปไหน?”หู่จือถาม
“กลางคืนนอนไม่หลับ ฉันกับไอ้แก่ไม่ออกไปดูด้วยกัน”ในใยเยี่ยชิวเกิดความคิดใหม่ พูดว่า“นายไปกับพวกฉันเถอะ พานายเปิดโลกกว้าง”
หู่จือรีบลงไปจากบนเตียง ตามอยู่หลังทั้งสอง
ทั้งสามคนออกมาจากบ้านของเล่าเซี่ยงอย่างเงียบๆ แต่ไม่คาดคิด เพิ่งออกจากบ้าน ข้างนอกก็มีลมแรงพัดขึ้นมา ตามด้วยฟ้าผ่าและเสียงฟ้าร้อง และฝนก็ตกลงมาดัง
อมตะชางเหม่ยหยิบยันต์กันนํ้าออกมาแผ่นหนึ่ง ยื่นให้หู่จือ“บีบให้แตก”
หู่จือบีบให้แตก
ในชั่วพริบตา มีแสงสีน้ําเงินจางๆหนึ่งชั้นห่อหุ้มร่างกายของหู่จือไว้ แม้ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถทะลุผ่านแสงสีน้ําเงินได้
ใบหน้าของหู่จือเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เยี่ยชิวและอมตะชางเหม่ยหยิบยันต์กันนํ้าออกมาตามลําดับ บีบแตกแล้ว ทั้งสามคนก็เดินท่ามกลางสายฝน
ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงหน้าป่าบนภูเขาแห่งหนึ่ง
เพราะว่าอมตะชางเหม่ยและเยี่ยชิวสัมผัสได้ว่า ความกดดันนั้นมาจากส่วนลึกของป่าภูเขา นั่นหมายความว่า คนที่ตู้เจี๋ยอยู่ในป่าภูเขา
“หู่จือ ป่าบนภูเขานี้คุ้นเคยไหม?”อมนะชางเหม่ยถาม
หู่จือพยักหน้า
“นายมานําทาง พวกเราลองเข้าไปดูกัน”อมตะชางเหม่ยกล่าว
พูดมาก็แปลก หู่จือเข้าไปในภูเขาป่า ก้าวเท้าเดินเหมือนบิน
ต้องรู้ว่า ตอนนี้ดึกแล้ว ในภูเขาป่ามืดมากๆ แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อหู่จือเลย
เยี่ยชิวและอมตะชางเหม่ยแลกเปลี่ยนสายตาอย่างเงียบๆ ทั้งคู่ก็ประหลาดใจเล็กน้อย
ทั้งสองคนเป็นผู้ฝึกเป็นเซียน สายตาโดดเด่น แม้ในกลางดึก ก็สามารถมองเห็นหญ้าและต้นไม้รอบๆได้อย่างชัดเจน แต่หู่จือเป็นเพียงวัยรุ่นธรรมดาที่มีเเรงเยอะ เขาก็ไม่ได้รับผลกระทบจากกลางคืนมืดม่น ซึ่งน่าแปลกใจจริงๆ
หลังจากเข้าไปในภูเขาป่าประมาณห้าร้อยเมตรเเล้ว