ตอนที่ 1215
บทที่1217 ถนนสู่ซูนั้นยากลำบาก ยากกว่าการจะไปถึงท้องฟ้า
October 21, 2026
“จะไปภูเขาซูงั้นหรอ?”
อมตะชางเหม่ยตกตะลึงและถามว่า:“เจ้าเด็กเหลือขอ หรือว่าการที่เจ้าดูดซับการเซ่นไหว้บูชาเอ็นมังกรสวรรค์และแผ่นดิน จะไม่ได้ทำให้พลังยุทธ์ของเจ้ากลับคืนมา”
หลังจากถามคำถามนี้ ก็ส่ายหัวอีกครั้ง:“ไม่ ถ้าพลังยุทธ์ของเจ้ายังไม่กลับคืนมาล่ะก็ เจ้าจะเอาชนะอีกาตัวนั้นได้ยังไง”
“เจ้าจะไปที่ภูเขาซูทำไมกันแน่?”
เยี่ยชิวยั้ยและพูดขึ้นว่า:“ข้าจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ ก็ต้องเป็นเพราะเส้นเอ็นมังกรอยู่แล้ว”
อมตะชางเหม่ย :“พลังยุทธ์ของเจ้าไม่ได้ฟื้นคืนกลับมาแล้วหรอ?”
เยี่ยชิวพูดต่อว่า :“ข้าต้องการที่จะไปถึงระดับที่สูงขึ้น”
“หรือว่าเจ้าอยากที่จะไปถึงขั้นเคารพระดับบรรลุ?”อมตะชางเหม่ย :“ขั้นเคารพระดับบรรลุนั้นไม่ใช่ว่าใครก็ไปถึงได้ง่ายๆหรอกนะ เจ้าดูข้าเป็นตัวอย่าง เมื่อกี้ยังเกือยตายเลย”
เยี่ยชิวพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีขึ้นว่า:“แล้วใครใช่ให้เจ้ากินยาอมฤตหมดในทีเดียวละ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้านะกลัวว่าข้าจะแย่งยาอมฤตจากเจ้ามา เลยกิยมันหมดในทีเดียว”
การกระทำเพียงเล็กๆน้อยๆของอมตะชางเหม่ยนั้นถูกเยี่ยชิวมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นเขาจึงพูดกับเยี่ยชิวอย่างไม่อายเลยว่า:“เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าจะมาโทษข้าก็ไม่ได้นะ กว่าข้าจะได้ยาอมฤตที่สามารถเพิ่มพลังยุทย์นี้ได้ เจ้านั้นเป็นคนโชคดี ไม่เหมือนกับข้า”
เยี่ยชิว พยักหน้า:“นั่นเป็นเรื่องจริง”
ให้ตายสิ ถูกไอ่เจ้าเด็กเหลือขอจับได้อีกแล้ว!
อมตะชางเหม่ยไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไปสักครู่หนึ่ง คิดอยู่สักพักก็พูดขึ้นว่า :“เจ้าเด็กเหลือขอ เมื่อกี้ที่เจ้าได้รับการเซ่นไหว้บูชาเอ็นมังกรสวรรค์และแผ่นดิน เจ้าควรฝึกฝนให้ชำนาญเสียเจ้าก่อน หลังจากนั้นรอมีเวลาข้าจะไปภูเขาซูเป็นเพื่อนเจ้าเอง แบบนี้เป็นยังไง?”
“ข้าจะไปภูเขาซุตอนนี้”ท่าทางและน้ำเสียงของเยียชิวดูหนักแน่นมาก
ตอนนี้เยี่ยชิวต้องการใช้พลังทั้งหมดและทุกอย่างที่เขามี ฝึกฝนพลังยุทธ์ให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากที่เยี่ยชิวดูดซับพลังเส้นเอ็นมังกรจากภูเขาไท่ซานมาได้ เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งของเอ็นมังกร หากได้เอ็นมังกรมังกรจากภูเขาซูมาอีกล่ะก็ พลังยุทย์ของเขาก็จะก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับ
เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็ไม่ต้องกลัวการข่มขู่ของใครอีกต่อไป
“ตาเฒ่า จะไปหรือไม่ไป จะไปก็รีบไป ถ้าไม่ไป ข้าจะไปเอง”เยี่ยชิวเร่งเร้า
“จะรีบไปทำไมกัน?”อมตะชางเหม่ยหยิบเหรียญทองแดงออกมาจากเสื้อคลุมลัทธิเต๋าของเขาแล้วพูดว่า:“ให้ข้าทำนายดวงชะตาก่อน แล้วเราค่อยวางแผนกัน”
หลังจากพูดจบ
อมตะชางเหม่ยโยนเหรียญทองแดงสามเหรียญขึ้นไปในอากาศและร่ายมนตร์ ในไม่ช้า เหรียญทองแดงทั้งสามก็หมุนอย่างรวดเร็วเหนือหัวของเขา
สิบวินาทีต่อมา
ปรึบ!
เหรียญทองแดงสามเหรียญร่วงลงพื้นเรียงเป็นรูป“เข็มหมุด”
อมตะชางเหม่ยมองไปที่เหรียญทองแดง ใบหน้าของเขาจริงจังและพูดว่า:“เจ้าเด็กเหลือขอ สถานการณ์ไม่สู้ดีเลย แฉกแสดงว่ามันเป็นลางร้าย”
แค่นั้นแหละ!
เยี่ยชิวรู้จักอมตะชางเหม่ยดี เวลาที่อมตะชางเหม่ยทำนายดวงนั้นต้องฟังสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาพูด ถ้าเขาบอกเป็นลางร้ายแสดงว่านั้นเป็นลางดี แต่ถ้าเขาบอกว่าเป็นลางดีนั้นแสดงว่าเป็นลางร้าย
อมตะชางเหม่ยพูดขึ้น:“เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าขอเตือนเจ้าไว้เลยนะ ไปภูเขาซูนั้นมันไม่คุ้มเลย เจ้าจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต”
เยี่ยชิวไม่ฟังในสิ่งที่อมตะชางเหม่ย พร้อมพูดขึ้นว่า:“สรุปแล้วเจ้าจะไปหรือไม่ไป?”
“เจ้าเด็กเหลือขอ ทำไมเจ้าถึงไม่ฟังที่ข้าพูด ข้ากับเจ้าสนิทกันขนาดนี้ ข้าจะคิดร้ายกับเจ้าได้ยังไง?”
อมตะชางเหม่ยยังพูดต่อว่า:“รูปแฉกนี้มันเป็นสัญญาณของความโชคร้ายครั้งใหญ่และเจตนาฆ่าที่ซ่อนเร้น นี่หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเราจะไม่กลับไปที่ภูเขาซู หากเราไปที่ภูเขาซูละก็เราได้ไปไม่กลับแน่”
“ตาเฒ่า เจ้าพูดเองนว่าข้านะอายุยืน ร่างกายของข้านั้นเป็นอมตะ”เยี่ยชิวยังพูดต่อว่า:“ในเมื่อข้าร่างกายของข้าเป็นอมตะ ข้าจะกลัวอะไรกับแค่อันตรายพวกนี้จริงไหม?”
อมตะชางเหม่ยพูดต่อว่า :“เจ้านั้นสามารถไม่ตายและร่างของเจ้าก็สามารถไม่แตกสลายได้ แต่ร่างกายข้านั้นเป็นมนุษย์ปกติธรรมดา ถ้าเกิดเหตุวิกฤติถึงขั้นความเป็นความตาย ข้าจะเดือดร้อน”
ได้ยินดังนั้นเยี่ยชิวปลอบใจเขา:“อย่ากลัวเลย อย่างเลวร้ายที่สุด เจ้าก็จะเป็นคนดีอีกครั้งในอีกสิบแปดปี”
ให้ตายเถอะ!
อมตะชางเหม่ยจ้องมองไปที่เยี่ยชิวด้วยความโกรธ:“ไอ่เจ้าเด็กสารเลว ไร้หัวใจ เจ้าแช่งข้างั้นหรอ?”
“หึ ข้าไม่ไปภูเขาซูแล้ว”
“จะไป เจ้าก็ไปเองคนเดียวแล้วกัน”