ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 18, 2026
บทที่ 2
“จินหล่อขนาดนั้นคงไม่ได้ชอบกูหรอก…” ขวัญเอยพึมพำเบา ๆ ทั้งที่พยายามทำสีหน้าให้เหมือนไม่ใส่ใจ แต่สายตาที่หลุบต่ำและรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า กลับซ่อนความคาดหวังไว้เต็มเปี่ยม
ใจหนึ่งพูดว่าอย่าคิดเยอะ แต่อีกใจก็แอบหวัง หวังเหลือเกินว่าจินจะรู้สึกเหมือนกัน
“ถ้าไม่ได้ชอบ แล้วจินจะตอบแชตมึงทำไม” ฟ้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงฟังดูมั่นใจจนทำให้ขวัญเอยเผลอเงยหน้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“ผู้หญิงทั้งห้อง กูไม่เห็นจินตอบแชตใครซักคน ที่กูเห็นจินตอบแชตก็มีแค่มึง กับอีเส้นด้าย แล้วก็อีแก้มยุ้ย นอกนั้นผู้หญิงห้องเราทักไปไม่เห็นมันจะตอบ มากสุดก็แค่อ่าน แต่ไม่ตอบกลับ”
คำพูดของฟ้าทำเอาหัวใจของขวัญเอยสะดุด ดวงตาเริ่มมีแววระยิบระยับขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับแสงสว่างริบหรี่กำลังถูกจุดขึ้น เมย์ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ก็พยักหน้าเสริม
“จริง อีเส้นด้าย อีแก้มยุ้ย สองคนนั้นเป็นเพื่อนที่ย้ายมาจากโรงเรียนเดียวกันกับจิน เป็นเพื่อนกันมาตั้งตั้งแต่อนุบาล มันก็เลยได้คุยกันเยอะ จินมันก็เลยตอบ แต่มึงอ่ะดิ พึ่งมารู้จักกันตอนขึ้น ม.1 แล้วมันก็เลือกตอบแค่มึง คิดเอาว่ามีใจหรือว่าไม่มีใจ”
“....” ขวัญเอยเม้มริมฝีปากแน่น ลมหายใจที่เคยหายใจเข้าออกตามปกติ เริ่มติดขัดนิด ๆ จากความรู้สึกตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นทีละนิด
“ก็คงจริงแหละ…ถ้าไม่มีใจให้กูแล้วจะตอบแชตกูทำไม” เสียงของขวัญเอยฟังดูเบากว่าทุกครั้ง แต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากคำปลอบใจของเพื่อนที่เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจ
“ไปเลย” ฟ้าก็ตบบ่าขวัญเอยเบา ๆ “ทุกอย่างมันชัดขนาดนี้แล้วยังต้องรออะไรอีก ถ้ารออีกต่อไปมึงก็จะโดนคนอื่นคาบไปแดกอีกอ่ะ”
“จริง” เมย์ก็รีบเสริมด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย “ครั้งที่แล้วมึงจะสารภาพรัก แต่จินดันเปิดตัวแฟนรุ่นพี่ก่อน ช่วงนี้ก็ได้ยินข่าวว่าจินกำลังคุยๆ อยู่กับพี่จ๊ะจ๋า กูว่านะ ถ้ามึงไม่สารภาพรักวันนี้ อีกไม่กี่วัน กูว่าจินคบกับอีพี่จ๊ะจ๋านั่นแน่เลย เพราะวันนี้ก็เหมือนจะเพิ่งไปเทสพี่จ๊ะจ๋ามา”
“ถ้ามึงไม่กล้าไปสารภาพรักต่อหน้า งั้นมึงก็แชตไปสิ หรือไม่ก็โทรไป” พลอยเสนอความเห็นขึ้นมาพร้อมมองหน้าขวัญเอยด้วยสายตาจริงจัง ขวัญเอยก็กัดริมฝีปากแน่น ลังเลเหมือนหัวใจยังแกว่งไปมา
“ถ้าแชตไป มันจะดูไม่จริงใจรึเปล่าวะ มันให้อารมณ์เหมือนเพื่อนแอบเอาโทรศัพท์ไปเล่นอะมึง แบบ…มันอาจจะคิดว่าไม่ใช่มึงพิมพ์ อาจจะเป็นคนอื่นแกล้งงี้ก็ได้” เมย์เอ่ย
ขวัญเอยพยักหน้าช้า ๆ เหมือนเห็นด้วย เธอเคยเจอแบบนี้จากคนอื่นมาก่อน จู่ ๆ ก็โดนแกล้งแชตบอกรัก พออีกฝ่ายไม่เชื่อ ก็กลายเป็นเรื่องน่าอายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง
“ทางที่ดี กูคิดว่ามึงควรจะไปสารภาพรักต่อหน้า หรือถ้ามึงอายจริง ๆ ก็โทรไปคุย แล้วก็บอกความรู้สึกมันให้หมดไปเลย”
“กูว่ากูโทรไปดีกว่าว่ะ…” ขวัญเอยเอ่ยเสียงเบา แต่หนักแน่นขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “ถ้ามันปฏิเสธกู กูคงร้องไห้อะ แต่ถ้าโทรไป กูก็ยังพอทำใจได้มากกว่าการยืนมองหน้ามันแล้วฟังคำปฏิเสธแบบชัด ๆ”
แม้ในใจจะมีความมั่นใจมากถึงแปดสิบเปอร์เซ็นว่าจินก็มีใจให้ แต่ขวัญเอยก็ยังไม่กล้าเดิมพันทั้งหมดนั้นกับการสบตาตรง ๆ ความรู้สึกไม่แน่ใจ มันยังเกาะแน่นอยู่ตรงมุมหนึ่งของหัวใจ
ขวัญเอยเหลือบมองไปทางมุมห้อง จินยังนั่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าราบเรียบ สายตาจดจ่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ราวกับไม่ได้รู้เลยว่ามีใครอีกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับความรู้สึกของตัวเองเพราะเขา
“เดี๋ยว…รอให้มันลุกออกไปก่อน” ขวัญเอยพูดเบาๆ “รอให้มันอยู่คนเดียว…แล้วกูจะโทรไป”
“มึง มันแยกกับเพื่อนแล้ว มึงรีบโทรเร็ว” ฟ้าเอ่ยเสียงกระซิบกระตุกแรงที่แขนเสื้อของขวัญเอยเบา ๆ เมื่อเห็นว่าจินเพิ่งเดินแยกตัวออกไปจากกลุ่มเพื่อน เดินออกไปนอกห้องเรียนคนเดียว
หัวใจของขวัญเอยก็เต้นรัวในอกเหมือนกลองรบ นิ้วมือเย็นเฉียบแม้อากาศจะไม่ได้หนาว เธอกำโทรศัพท์ไว้แน่นเหมือนมันคือเครื่องยึดเหนี่ยวสุดท้าย ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อรวบรวมความกล้า
ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้อง กลุ่มผู้หญิงอีกแก๊งหนึ่งซึ่งเป็นแก๊งเด็กเรียนที่มักนั่งเงียบ ๆ ริมหน้าต่าง ก็เริ่มขยับตัวบ้าง
ห้องเรียนนี้มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกอย่างชัดเจนระหว่างผู้หญิงสองกลุ่มหลัก ๆ
กลุ่มใหญ่ เป็นแก๊งของ ขวัญเอย ซึ่งมีพวก เมย์ ฟ้า พลอย และผู้หญิงในห้องอีกสิบห้าคนอยู่ด้วย เป็นพวกที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ ตัวแรงของห้อง
ชอบแต่งตัวแรง ๆ พูดเสียงดัง วันๆ ไม่ทำอะไรพูดแต่เรื่องความรัก เรื่องเรียนไม่สน เป็นแก็งที่มั่นใจในตัวเองแบบสุด ๆ แถมมักจะยึดพื้นที่กลางห้องไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนกินขนม แอบแต่งหน้า หรือเมาท์มอยใครก็ตาม พวกเธอก็ทำทุกอย่างโดยไม่สนใจใคร
ในขณะที่กลุ่มเล็ก เป็นแก๊งของไอมิเอะ ซึ่งรวมตัวกับ เส้นด้าย ยี่หวา และ แก้มยุ้ย เด็กเรียนสายเนิร์ดที่มักจะนั่งเงียบ ๆ ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือทำการบ้านกันตามมุมของตัวเอง ไม่ได้วุ่นวายกับใคร และไม่ชอบความวุ่นวายด้วย
สองแก๊งนี้ไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ ถึงจะไม่ได้ทะเลาะกันโต้ง ๆ แต่ก็มีแอบแขวะ แอบเหน็บกันผ่านคำพูดหรือสายตาอยู่บ่อย ๆ
แก๊งของขวัญเอยมองว่าแก๊งไอมิเอะเป็นพวกแอ๊บเรียน ชอบทำตัวเงียบ ๆ น่าเบื่อ แล้วก็มองว่าแอ๊บใส แรดเงียบ
ในขณะที่แก๊งไอมิเอะก็รู้สึกว่าขวัญเอยกับเพื่อน ๆ ทำตัวแรงเกินไป เสียงดัง ไร้มารยาท และมักทำให้บรรยากาศในห้องเรียนดูวุ่นวายราวกับตลาดสด
มันเป็นความขัดแย้งแบบเงียบ ๆ ที่สะสมอยู่ตลอด ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ แต่ทั้งสองแก๊งก็รู้ดีว่า เข้ากันไม่ได้
“โธ่เอ๊ย…ขวัญเอยขวัญมา” ยี่หวา เพื่อนสนิทของไอมิเอะเอ่ยขึ้นเสียงเบา ขณะที่เหยียดปากยิ้มขำอย่างหมั่นไส้
ยี่หวาไม่ได้พูดดังพอให้ใครนอกกลุ่มได้ยิน แต่เสียงนั้นก็ชัดเจนพอสำหรับคนที่นั่งใกล้จะรับรู้ได้ถึงการประชด
“ขวัญจะสารภาพรักกับจินจริงอ่ะ” เส้นด้ายที่นั่งข้าง ๆ เลื่อนตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม เอียงคอมาหาไอมิเอะแล้วถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น
“...แล้วไง” ไอมิเอะเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาจับจ้องที่หนังสือเรียนตรงหน้า แต่ไม่ได้อ่านแม้แต่นิดเดียว
เสียงของเธอเย็นชาเหมือนคนไม่ใส่ใจ แต่แววตานั้นกลับซ่อนอะไรบางอย่างไว้ลึก ๆ จนแม้แต่ยี่หวากับเส้นด้ายก็เริ่มรู้สึกได้ เส้นด้ายมองหน้าไอมิเอะนิ่ง ๆ ก่อนจะถามอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าจินรับรัก…มึงจะไม่เสียใจเหรอ?”
“....” ไอมิเอะเงียบไปชั่วขณะ หยุดมือที่พลิกหน้าหนังสือกลางคัน
“ทำไมต้องเสียใจ” เธอตอบทั้งที่ไม่หันมามอง เสียงของเธอยังเรียบเหมือนเดิม แต่ฟังดูฝืดเล็กน้อย เหมือนอะไรบางอย่างติดอยู่ในลำคอ เส้นด้ายยังคงมองไอมิเอะอย่างไม่ละสายตา ก่อนจะพูดช้า ๆ
“ก็กูคิดว่ามึงชอบจินมาตลอด”
คำพูดนั้นเหมือนคำกระซิบที่ดังเท่าเสียงฟ้าผ่า ทำเอาไอมิเอะชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือที่จับขอบหนังสือแน่นขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยไหววูบเพียงนิด แต่พอเธอกระพริบตาอีกครั้ง สีหน้าก็กลับมาเรียบเหมือนเดิม แต่ในใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุที่เงียบงัน