ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 18, 2026
บทที่ 3
“อีเหี้ยมันปฏิเสธกูอะ!!” เสียงขวัญเอยดังขึ้น มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย ใบหน้าที่เมื่อกี้ยังยิ้มเขิน ๆ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นแดงก่ำทั้งเพราะความเสียใจและความอาย
“ไหนพวกมึงบอกว่ามันชอบกูไง!!”
“พวกกูจะไปรู้ใจมันได้ยังไง ก็กูเห็นมันตอบแชตแค่มึงคนเดียวจริง ๆ ทั้งห้องไม่เห็นมันตอบใครเลยนอกจากมึง” เมย์เลิกคิ้วนิด ๆ แล้วแอบเหยียดยิ้มมุมปาก ความสะใจฉายชัดบนใบหน้า แต่ปากยังพูดเรียบ ๆ แก้ตัว
“อีเหี้ย แล้วมันปฏิเสธกูแบบนี้มันหมายความว่าไงวะ!? แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา มันคุยกับกู มันกดไลก์รูปให้กู มันคืออะไรวะ!?”
“เออนั่นดิ กูไม่เคยเห็นมันกดไลก์ให้ใครเลยนะ นอกจากแฟนมัน หรือคนที่มันคุยอยู่ แล้วมึงก็เป็นคนเดียวในห้องที่มันกดให้ด้วยซ้ำ” เป็นฟ้าเอ่ยเสริม
“หรือมันไม่กล้ายอมรับความรู้สึกตัวเอง มึงลองไปคุยกับมันต่อหน้าดูดิ จะได้เห็นสีหน้ามันจริง ๆ ว่ามันรู้สึกยังไงกับมึงกันแน่”
“ขนาดนี้แล้ว พวกมึงยังจะบอกให้มันไปคุยอีกเหรอ?” เสียงของแก้มยุ้ยดังขึ้นบ้าง อย่างมองสถานการณ์ออก
“ไอ้จินอ่ะ ถ้ามันไม่ชอบ มันก็จะบอกเลย มันเป็นคนชัดเจนตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กูเป็นเพื่อนกับมันมาตั้งแต่เด็ก กูรู้จักนิสัยมันดี”
น้ำเสียงของแก้มยุ้ยหนักแน่นจริงจัง ไม่ได้พูดเอามัน แต่พูดให้ขวัญเอยได้สติ ทำให้ขวัญเอยนิ่งไป มองต่ำ มือกำโทรศัพท์แน่น ใจมันทั้งเจ็บทั้งอาย และในขณะที่เพื่อนบางคนพยายามช่วยปลอบ เมย์กลับนั่งเงียบ เหยียดยิ้มบาง ๆ อย่างสะใจ
“ไปเข้าห้องน้ำนะ” ไอมิเอะหันไปพูดกับยี่หวาและเส้นด้ายด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์ของเธอ
ทั้งคู่ก็พยักหน้าโดยไม่ถามอะไร เพราะรู้ดีว่าไอมิเอะเป็นคนพูดน้อย ไม่ชอบให้ใครมาจี้จุดหรือจ้องนานเกินไป
ไอมิเอะเดินตรงไปทางห้องน้ำหญิง ซึ่งอยู่เลยโถงบันไดตรงกลางชั้นเรียน แต่แล้วขากลับชะงักกึก เมื่อสายตาของเธอเผลอไปสะดุดกับภาพตรงบันไดทางขึ้นลงที่เชื่อมระหว่างตึกเรียนเก่าและใหม่
เป็นจินนั่งอยู่บนขั้นบันไดขั้นที่สี่ฝั่งซ้าย และพี่จ๊ะจ๋า รุ่นพี่ศิษย์เก่าของโรงเรียนนั่งอยู่ขั้นที่สองฝั่งตรงขวา สวมชุดนักศึกษารัดรูปพอดีตัว สองคนหันตัวเข้าหากัน แต่จินก้มหน้าดูโทรศัพท์
ภาพนั้นทำเอาไอมิเอะใจสั่นอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่แค่จะเดินไปเข้าห้องน้ำแท้ ๆ
“จินลืมแอร์พอดไว้ที่ห้องพี่ ก็เลยเอามาให้” พี่จ๊ะจ๋าพูดด้วยเสียงนุ่ม แต่แฝงความสนิทสนมบางอย่างในน้ำเสียง จินเงยหน้ารับของพลางพยักหน้าเล็กน้อย
ไอมิเอะทำได้แค่ยืนชะงักอยู่ตรงหัวมุมบันได มองภาพตรงหน้าราวกับเป็นฉากจากหนังที่เธอไม่ควรมีตัวตนอยู่ในเฟรมนี้
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ของไอมิเอะบนพื้นปูน ทำให้จินที่นั่งก้มหน้าดูโทรศัพท์อยู่เงยขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
แค่เสี้ยววินาทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับเธอ ร่างสูงชะงักเล็กน้อย แววตาคู่นั้นจ้องนิ่ง ราวกับจับภาพของเธอไว้โดยไม่ทันได้ตั้งใจจะทำ
แต่จินไม่ได้ขยับ ไม่ได้เอ่ยทัก ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว แต่สายตากลับนิ่งจนไอมิเอะรู้สึกเหมือนกำลังถูกกลืนเข้าไปทั้งตัว
จ๊ะจ๋าที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ จิน หันไปมองตามสายตาของจินอย่างอัตโนมัติ ตอนที่เห็นเขาหยุดชะงักเหมือนถูกอะไรบางอย่างสะกดไว้ ตอนแรกก็แค่คิดว่า คงเป็นใครสักคนเดินผ่านไปเท่านั้นเอง แต่พอจ๊ะจ๋าได้เห็นเด็กคนนั้นชัด ๆ ขาก็แทบจะไขว้ไม่ลงในทันที
น้องคนนั้น หน้าตาน่ารักจนสะดุดตาแบบไม่ต้องพยายามอะไรเลย ดวงตากลมโตใสแจ๋ว ไม่ได้กรีดอายไลเนอร์ ขนตางอนยาว ไม่แต่งหน้า แต่แก้มอมชมพูมีเลือดฝาด ริมฝีปากก็สีแดงอมชมพูธรรมชาติ ไม่ได้แต่งแต้มใดๆ
ไม่ได้แต่งหน้า แต่กลับดูโดดเด่นจนคนรอบข้างพลอยหมองไปถนัดตา ผิวก็ขาวแบบไม่ได้ขาวซีดอย่างจงใจ แต่เป็นขาวนวลเนียนแบบธรรมชาติ ขาวเหมือนมีแสงไฟซอฟต์ ๆ ติดอยู่กับตัวตลอดเวลา จ๊ะจ๋าเห็นแล้วเผลอเบะปากนิด ๆ อย่างหมั่นไส้ในใจ
เอวก็เล็กคอดจนน่าหมั่นไส้ เล็กแบบ ‘จับแล้วเต็มมือ’ อย่างที่ผู้ชายชอบพูดกันเล่น ๆ เอวไม่น่าต่ำกว่าสิบแปดนิ้ว หน้าอกก็ใหญ่มหึมา ขาก็เรียวยาวแบบไม่ต้องพยายามยืนโพสต์ก็ยังดูดี
จ๊ะจ๋าอดไม่ได้ที่จะมองไล่จากปลายผมลงมาจนถึงปลายเท้า แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองโดนเด็กกระแทกหน้าเข้าให้
นี่มัน…สเปกของจินชัด ๆ
ผู้หญิงใส ๆ ไม่ประดิษฐ์ ไม่ทำตัวเยอะ แต่กลับสวยเกินหน้าเกินตา ดูน่าทะนุถนอม แต่ก็มีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ผู้ชายอยากเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว
จ๊ะจ๋ากัดริมฝีปากเบา ๆ พลางเหลือบมองหน้าจินอีกครั้ง แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอก็รู้ดี เขามองไอมิเอะนานเกินไป นานพอจะทำให้หัวใจของจ๊ะจ๋าเริ่มเต้นแรงด้วยความหงุดหงิด
พอเห็นจินเอาแต่จ้อง จ๊ะจ๋าก็หรี่ตาลงอย่างไม่แน่ใจ มือข้างหนึ่งขยับจัดผมตัวเองเล็กน้อย แต่ใจกลับไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ตัวเองเท่าไหร่แล้ว ใจเธอกำลังจับจ้องอยู่กับสายตาของผู้ชายข้าง ๆ
จินมองอยู่อย่างนั้น ไอมิเอะเองก็รู้ตัวว่าโดนจ้อง หัวใจดวงน้อยก็เต้นผิดจังหวะนิดหน่อย แต่เธอรีบเบือนหน้าหนีพยายามดึงสีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ในใจจะตีกันยุ่ง
ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตรงไปทางห้องน้ำอย่างเร็ว โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย พอเธอลับสายตาไปแล้ว จินก็เอนหลังพิงกับราวบันได
“ชอบเหรอ?” เสียงของจ๊ะจ๋าดูเหมือนไม่ได้มีอะไร แต่หางเสียงมันแข็งจนสังเกตได้
ดวงตาคมของจ๊ะจ๋าจ้องจินนิ่ง ๆ ขณะพูด แล้วริมฝีปากก็แอบเม้มแน่นนิด ๆ ราวกับกัดฟันถามอย่างไม่สบอารมณ์
จินที่นั่งเอนพิงราวบันได เลิกคิ้วข้างขวาขึ้นช้า ๆสายตาคมกริบตวัดมองจ๊ะจ๋าเหมือนจะเตือนว่าอย่าพูดอะไรเกินเส้น
“อะไร?” จินถามเสียงต่ำ สีหน้าชัดเจนว่าไม่ค่อยพอใจนักกับคำถามแบบนี้ มืออีกข้างก็ควงโทรศัพท์เล่นไปเรื่อย เหมือนไม่ได้ใส่ใจโลก
จ๊ะจ๋าก็พยายามปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉย แสร้งหัวเราะนิด ๆ แล้วถามต่อ
“น้องคนเมื่อกี้…ชื่ออะไรนะ?”
“....” จินเงียบ ไม่ตอบอะไร นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอมือถือไปช้า ๆ แต่สังเกตได้ว่าเขาไม่ได้อ่านอะไรเลย
“รู้สึกว่าจะเป็นหลานรหัสของน้องชายพี่นะ” จ๊ะจ๋าเอ่ยเสียงหวานขึ้นเล็กน้อย แต่สายตากลับเย็นเฉียบ
ขณะพูด มือก็ยกขึ้นมาปัดเส้นผมตัวเองอย่างตั้งใจ ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริง ๆ กำลังดูปฏิกิริยาของจินอย่างเงียบ ๆ
“แล้วไง?” จินถามกลับโดยไม่มองหน้า แค่คำพูดสั้น ๆ แต่แฝงด้วยแรงสะท้อนบางอย่างที่ทำให้จ๊ะจ๋าเงียบไปชั่วครู่
“น้องน่ารักดีนะ พี่ว่าจะเต๊าะเอาไว้ให้น้องชายพี่ซะหน่อย แต่เสียดาย ได้ยินมาว่าน้องเขามีแฟนแล้ว”
“....” คำพูดนั้นทำให้จินหยุดเลื่อนหน้าจอ สายตาเหลือบขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนเดิม
@อีกด้านนึง
ขวัญเอยที่เพิ่งโดนปฏิเสธ ก็ยังรู้สึกชาอยู่ เธอลุกออกจากห้องเรียนเพื่อสูดอากาศข้างนอก เพราะรู้สึกเหมือนห้องเรียนมันแคบลงเรื่อย ๆ หายใจไม่ออก