ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 คนเอาแต่ใจ ขิงเจอข่า
September 29, 2026
กริ๊ง กริ๊ง เสียงมือถือของตรีรินทร์ เจ้าตัวเอามือควานหา อีกมือก็ร่างแบบเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะพูดว่า
“รินทร์ค่ะ”
“รินทร์ พี่นะพรุ่งนี้พี่ออกเวรไปดูหนังกันเถอะเรื่องนี้ที่รินทร์บ่นอยากดูยังไงล่ะ” เสียงโตมร นายตำรวจภาคสาม ยศร้อยตำรวจตรีที่ตามจีบตรีรินทร์มาสามสี่ปี สำหรับตรีรินทร์เค้าคือเพื่อนชายรุ่นพี่ที่สนิทที่สุด แต่สำหรับโตมรเธอคือหญิงสาวที่เค้ารักหมดใจและพร้อมจะทุ่มเทให้
“ไม่ได้หรอกพี่โตรินทร์มีงานด่วน คงจะไม่ว่างอีกเป็นอาทิตย์เอาไว้รินทร์ว่าง รินทร์จะโทรไปนะคะ”
ตรีรินทร์วางหูไปแล้ว พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
กริ๊ง ๆๆ
“พี่โต เข้าใจไหมว่ารินทร์บอกว่าไม่ว่าง ไว้ถ้าว่าง เมื่อไหร่ค่อยคุยกันนะคะ” ตรีรินทร์สวนไปก่อนอย่างรวดเร็ว
“ผมไม่ใช่พี่โตอะไรของคุณ ก่อนจะพูดอะไรออกมา ดูสิว่าใครโทรมา” เสียงเข้มอย่างคนมีอำนาจตอบกลับมาทำเอาตรีรินทร์อ้าปากหวอ
‘อีตาบ้า กวนประสาท แล้วใครจะรู้ว่าคุณจะโทรมา’ ตรีรินทร์ทำปากขมุบขมิบด่าเจ้าของปลายเสียง
“ขอโทษค่ะไม่ทราบว่าจะเป็นคุณ พอดีฉันคุยกับพี่โตค้างไว้ ว่าแต่คุณเถอะมีอะไรโทรหาฉัน ค่ำมืดดึกดื่น”
“ผมจะมาถามว่างานผมไปถึงไหนแล้ว แล้วมาคอนเฟิร์มคุณด้วย พรุ่งนี้ผมจะไปรับหกโมงเย็นนะจะรับมาดูบ้าน”
“จริงๆ ไม่น่าจะรบกวน ฉันไปเองก็ได้”
“ผมจะไปรับ แค่นี้นะ แล้วงานของผมล่ะใกล้เสร็จหรือยัง” น้ำเสียงธมกานต์ยังยั่วเย้าอารมณ์ต่อไปในความรู้สึกของตรีรินทร์
“นี่คุณ ฉันพึ่งไปรับงานคุณมาตอนบ่ายไปนั่งรอคุณอยู่สามชั่วโมงกว่า แล้วนี่ก็พึ่งผ่านมาไม่กี่ชั่วโมง คุณว่างานมันจะใกล้เสร็จหรือยังล่ะ” น้ำเสียงตรีรินทร์หงุดหงิด ด้วยน้ำเสียงของหญิงสาวทำเอาธมกานต์อมยิ้มที่สามารถกวนอารมณ์ของตรีรินทร์ได้ คืนนี้คงนอนหลับฝันดี กี่ปีแล้วนะ ที่ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกแบบนี้มันเหมือนรู้สึกสนุกที่ได้แกล้ง แต่ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกขุ่นมัว เมื่อรู้ว่าหญิงสาวกำลังคุยโทรศัพท์ค้างอยู่กับชายหนุ่ม นามว่า “ พี่โต” เอ หรือจะเป็นแฟนของเจ้าหล่อนนะ ธมกานต์คิดอย่างขุ่นมัว
ด้านตรีรินทร์ ก็รู้สึกหงุดหงิดจนต้องลงไปหาน้ำดื่มเพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัวโดยเจ้าของงานที่วางอยู่ตรงหน้า
“อยากมารับนักใช่ไหม คอยดู จะเอาคืนให้เข็ดไปเลยไม่รู้จักตรีรินทร์ซะแล้ว” หญิงสาวพูดด้วยแววตามุ่งมั่น ใบหน้าเชิดเล็กน้อยอย่างเอาจริงเอาจัง
ตรีรินทร์รับอาสา ตามมาทำงานกับสาวิตรีและวิทวัส รุ่นพี่สถาปนิกที่บริษัททั้งๆ ที่ใกล้เวลานัดกับธมกานต์อย่างตั้งใจ ตรีรินทร์อยากสอนให้ธมกานต์รู้สึกว่าการที่ต้องไปรอใครเป็นเวลานานๆ รู้สึกอย่างไร เธอทราบดีว่าผลลัพธ์เธออาจโดนวีน แต่เธอพร้อมจะยอมรับกับผลที่ตามมา
บริษัท P.D builders ธมกานต์ก้าวเข้ามาที่บริษัท ก่อนเวลานัดสิบนาที
“ผมมาขอพบคุณตรีรินทร์ครับ”
พนักงานต้อนรับชั้นล่างต่างตกตะลึงกับหนุ่มหล่อที่หน้าตาและรูปร่างดูดี จนทำให้พนักงานสาวสองคนมองชายหนุ่มเพลินจนตาค้าง
“คุณครับ ผมมาขอพบคุณตรีรินทร์ครับ”
“ยัยรินทร์ไม่อยู่ค่ะ ออกไปทำงานข้างนอกยังไม่กลับเลยค่ะ เชิญนั่งรอก่อนไหมคะ” ธมกานต์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะตามไปนั่งที่ห้องรับแขกอย่างหัวเสียเล็กน้อย ด้านตรีรินทร์ทำงานอย่างเพลิดเพลิน ก่อนมองนาฬิกาอย่างยิ้มแย้มเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงครึ่ง ธมกานต์หัวเสียก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์
“ไม่ทราบจะต้องรออีกนานไหมครับ ผมนัดคุณตรีรินทร์ไว้หกโมง นี่ทุ่มกว่าแล้วนะครับ” น้ำเสียงเข้มอย่างบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดจนทำให้หญิงสาวพนักงานต้อนรับหัวหด
“คงอีกสักครู่มั้งคะ ยังไม่มีใครกลับเข้ามาเลยค่ะ”
“ช่วยคุณบอกคุณตรีรินทร์ว่าผมไปรอที่รถ ” น้ำเสียงห้วน แววตาคมกริบดุดัน ตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในใจ
กว่าที่ตรีรินทร์จะมาที่บริษัทก็เลยเวลานัดเกือบสองชั่วโมง เปิดโทรศัพท์มือถือเมื่อมาถึงที่บริษัทก็มีขึ้นเตือนสายที่ไม่ได้รับอยู่เกือบร้อยครั้ง ไล่อ่านดูรายชื่อก็มีแต่ชื่อชายหนุ่ม ทำเอาตรีรินทร์หัวเราะกิ๊กที่สามารถเอาคืนที่ทำให้เธอรอสามชั่วโมงกว่าได้
เมื่อตรีรินทร์ก้าวเข้ามาในห้องโถง
“ว้าย ยัยรินทร์ เร็วๆ เข้า มีชายหนุ่มมานั่งรอนานแล้ว ตายแน่ ยัยรินทร์เอ๊ย พี่แกเม้งแตกแน่ๆ เห็นพี่แกบอกว่าไปรอที่รถ”
ตรีรินทร์ยิ้มก่อนจะเดินไปที่ลานจอดรถของบริษัท
ก๊อกๆ เสียงเคาะกระจกรถด้านข้างคนขับทำเอาธมกานต์ที่เผลอหลับไปสะดุ้ง ก่อนจะปลดล็อค
“นี่คุณจำไม่ได้หรือไงว่ามีนัดกับผม นี่คุณคิดว่าผมเป็นใครถึงได้ให้มานั่งรอเกือบสองช.มเนี่ย คุณกล้ามากนะ คุณตรีรินทร์”
น้ำเสียงตวาดเสียงดังแววตาที่จ้องดุดันเหมือนเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทำเอาตรีรินทร์แอบขำในใจ
‘นี่แค่เบาะๆ นะจ๊ะ คุณธมกานต์ ฉันยังจะเอาคืนอีกเยอะ’ ตรีรินทร์คิดในใจก่อนจะพูดว่า
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณธมกานต์ฉันไม่นึกว่ามันจะเกินเวลานัดมากอย่างงี้ แล้วมาเจอรถติดวันศุกร์อีก ตกลงเราจะยกเลิกนัดกันไหมคะค่อยไปดูบ้านกันวันหลัง นี่ก็ค่ำแล้วคุณคงเหนื่อย”
“นี่คุณคงไม่คิดว่า ผมจะรอด่าคุณ แล้วปล่อยคุณไปหัวเราะเยาะผมข้างหลังหรอกนะ รอมาตั้งนาน ผมไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไหน ๆ วันนี้ตั้งใจมาทำงานผมก็จะพาคุณไปดูบ้านให้ได้เข้าใจไหมเพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดอะไรมาก” พูดจบธมกานต์ก็กระชากรถ จนตรีรินทร์หัวเกือบโขกเข้ากับกระจกรถด้านหน้า
“บ้าจังคุณนี่ จะออกรถก็ไม่บอกให้เตรียมตัวก่อน” น้ำเสียงหงุดหงิดในการระบายอารมณ์ของชายหนุ่ม
ตรีรินทร์แอบยิ้มที่สามารถเอาคืนชายหนุ่มได้ ก่อนที่จะเอ่ยว่า “ฉันขอโทษอีกครั้งที่ทำให้คุณต้องรอ ฉันไม่ตั้งใจจริงๆ ฉันรู้ว่าคุณคงหงุดหงิด และอารมณ์เสียที่ต้องรอฉัน มันก็เหมือนกับเมื่อวันก่อนที่ฉันต้องไปรอคุณหลายๆ ชั่วโมงนั่นแหละ ฉันรู้ว่ามันหงุดหงิดแค่ไหน”
ธมกานต์ถึงกับอึ้งก่อนสะกดอารมณ์พร้อมกับพูดว่า
“นี่ตกลงที่ให้ผมรอคุณแก้แค้นที่เมื่อวานผมให้คุณรอ ว่างั้นใช่ไหม”
“เปล่านะ ฉันติดงานจริง” ตรีรินทร์โกหก แก้ตัวเพื่อเอาตัวรอดก่อนจะหันไปยิ้มกับกระจกข้าง ๆ ตัว
ธมกานต์มองใบหน้าหญิงสาวเห็นท่าทางสะกดกลั้นเสียงหัวเราะ
‘ ร้ายไม่ใช่เล่น คนดีของคุณแม่ ’ ธมกานต์คิดเงียบๆ ในใจ
“ขยับมานั่งดีๆ ก็ได้ ผมไม่กัดคุณหรอก นั่งไปติดข้างรถขนาดนั้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนคุณรังเกียจผมไงไม่รู้ ตกลงผมไปทำอะไรให้คุณไหมเนี่ย คุณทำท่าทางแปลกๆ จนทำให้ผมสงสัยแล้วนะ”
“ฉันชอบนั่งแบบนี้ คุณรีบๆ ขับไปเถอะ”
ธมกานต์หันมามองสาวน้อยข้างๆ ตัวอย่างสงสัยและงุนงงในพฤติกรรมที่เจ้าตัวทำเหมือนไม่อยากใกล้ชิด ทำท่ารังเกียจจนออกนอกหน้า ทั้งๆ ที่ธมกานต์รู้ตัวดีว่าตนเองถือว่าเป็นบุคคลที่ดึงดูดสายตากับเพศตรงข้ามเสมอ
รถเลี้ยวเข้ามาในบริเวณบ้านพิพัฒนพงศ์ ชายหนุ่มเลี้ยวรถไปทางเรือนหลังเล็ก ตรีรินทร์มองไปที่คฤหาสถ์หลังใหญ่อย่างนึกทึ่งในความร่ำรวยของอีกฝ่าย
“นั่นบ้านที่แม่กับผมอยู่ แต่ตอนนี้ผมจะให้คุณแต่งเรือนหลังเล็กจะได้พาเพื่อนมาสังสรรค์กันบ้าง”
ธมกานต์จอดรถ ตรีรินทร์ลงจากรถพร้อมกับเดินตามชายหนุ่มไปช้าๆมือก็คว้าสมุดโน๊ตพร้อมกับสเก็ตภาพคร่าวๆ
“เชิญคุณทำงานตามสบาย อยากรู้อะไรก็ถามได้”
ตรีรินทร์ทำงานไปเงียบๆ ธมกานต์ถือโอกาสที่ตรีรินทร์เพลิดเพลินกับการทำงานลอบมองอย่างชื่นชม ผู้หญิงของเค้าแต่ละคน วันๆ ก็ช้อปปิ้งทานข้าว ดูหนังฟังเพลง ไม่มีใครสักคนที่ดูจริงจังกับการทำงานเหมือนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า
“ฉันอยากขึ้นไปดูข้างบนคร่าวๆ ไม่นานหรอกค่ะ”
“ขึ้นไปแล้วเลี้ยวขวาเป็นห้องนอนผม เชิญตามสบายดีกว่าผมรอข้างล่าง”
‘ ค่อยยังชั่วหน่อย ถ้าเค้าขึ้นไปด้วยเราคงอึดอัดมาก ’ ตรีรินทร์ขึ้นในใจ
ผ่านไปกว่ายี่สิบนาที ธมกานต์เดินไปเดินมาหงุดหงิดแล้วตะโกนขึ้นไปอย่างฉุนเฉียว
“นี่คุณ เมื่อไหร่จะเสร็จผมเสียเวลากับคุณมาหลายชั่วโมงแล้วนะ” เสียงธมกานต์พูดอย่างหงุดหงิด
“ค่ะค่ะ เกือบเสร็จแล้วค่ะอีกสองนาที” ตรีรินทร์รีบจดรายละเอียดที่เหลือ มือไม้สั่นด้วยความรีบ
“ตรีรินทร์เสร็จหรือยัง?” เสียงตะโกนเร่งให้ตรีรินทร์ซอยเท้าก้าวลงมาจากข้างบนพร้อมกับเสียงบ่นเบาๆ
“คนบ้าจะรีบไปถึงไหนเร่งอยู่ได้”
“ว้าย ” ด้วยความรีบร้อนทำให้ตรีรินทร์เกือบจะหกล้มถ้าไม่มีมือใหญ่แข็งแรงมารับไว้
หญิงสาวและชายหนุ่มจ้องตาในระยะใกล้ชิดแค่คืบจนได้ยืนเสียงลมหายใจของกันและกัน ต่างคนต่างตกตะลึง ตรีรินทร์รู้สึกถึงความแรงของสายตาที่จ้องมาทำเอาชาวาบไปทั้งร่าง
ธมกานต์พึ่งเห็นว่าความงามจากการไม่ตกแต่งเป็นอย่างนี้เอง ผู้หญิงคนนี้สวยธรรมชาติ แบบไม่ได้พอกอะไรมาก อย่างนี้นี่เองที่เค้าว่าสวยจากเนื้อใน ธมกานต์ก็มองเพลิน จนกระทั่งได้ยินเสียงเด็กรับใช้บนตึก
“คุณกานต์คะ คุณท่านให้มาตามไปทานข้าวค่ะ”
ตรีรินทร์เขินหน้าแดงเพราะอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม รีบดันตัวเองออกจากอ้อมกอดพร้อมกับขยับไปยืนอีกด้านหนึ่ง
“อืม เดี๋ยวตามไป”
น้ำเสียงมีอำนาจทำให้กระแตรีบเผ่นอย่างรวดเร็ว
“ไปทานข้าวด้วยกันก่อน ผมหิวจนจะกินช้างได้อยู่แล้ว”