ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 สุดท้ายแล้วจะเลือกใคร
September 30, 2026
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดลงไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาออกมาดังลั่นราวกับหม้อน้ำที่เดือดพล่าน
“อวิ๋นเสวี่ยเซิง เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้คิดจะไปเป็นลูกบุญธรรมของไอ้คนพิการขาเป๋นั่น”
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นถิงไม่อาจยอมรับการตัดสินใจของอวิ๋นเสวี่ยเซิงได้เลย เขาไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าเหตุใดเมื่อวานนางยังด่าทออวิ๋นหงอย่างเจ็บแค้นเข้ากระดูกดำ แต่ไฉนวันนี้กลับจะขอยกตัวเองให้ไปเป็นลูกของเขาเสียอย่างนั้น
แต่ที่เขายอมรับไม่ได้ที่สุด ก็คือการที่ต้องเห็นอวิ๋นเสวี่ยเซิงไปเรียกอวิ๋นหงว่าบิดา
“ท่านพ่อ!”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงจงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเล็กน้อย “ขาของอารองต้องพิการไปก็เพื่อแผ่นดินต้าเว่ย เขาคือวีรบุรุษของต้าเว่ย ยามนี้ใครต่อใครต่างก็รู้กันทั่วว่าอารองมีชัยกลับมา ทว่าในวันที่เขาหวนคืนสู่เหย้า อาสะใภ้รองกลับตบแต่งใหม่เสียแล้ว”
“ซ้ำร้ายคือยังตบแต่งให้กับพี่ชายแท้ๆ ของสามีตนเอง ท่านพ่อเคยยั้งคิดบ้างหรือไม่ว่าหากข่าวนี้แพร่ออกไป ในวันพรุ่งนี้ชาวบ้านชาวเมืองจะรุมประณามท่านว่าอย่างไร?”
หากอวิ๋นหงตายไปแล้วจริงๆ การที่อวิ๋นถิงจะตบแต่งน้องสะใภ้เข้ามาก็คงเป็นเพียงเรื่องเล่าสนุกปากครู่เดียวแล้วก็จางหายไป
ด้วยว่าหลังบ้านของตระกูลขุนนางไหนบ้างเล่าที่จะไม่มีเรื่องเน่าเหม็นซุกซ่อนอยู่
แต่ในเมื่ออวิ๋นหงยังไม่ตาย อวิ๋นถิงก็ลำบากแล้ว!
อวิ๋นเสวี่ยเซิงหลุบตาลง ในใจของนางล่วงรู้ดียิ่งกว่าใครว่าอวิ๋นถิงกำลังคิดอ่านประการใด
นั่นก็เพราะอวิ๋นหงมิได้เกิดจากฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋น แต่เป็นเพียงบุตรที่เกิดจากสาวใช้คนหนึ่งเท่านั้น
มารดาผู้ให้กำเนิดของอวิ๋นหงคือสาวใช้ข้างห้องของนายท่านผู้เฒ่าอวิ๋น และนางก็ได้สิ้นใจเพราะตกเลือดในยามที่ให้กำเนิดอวิ๋นหง อวิ๋นหงเติบโตขึ้นมาในจวนตระกูลอวิ๋นราวกับเป็นบ่าวรับใช้คนหนึ่ง จนกระทั่งอายุได้สิบขวบเขาก็เดินทางมุ่งหน้าสู่ค่ายทหาร
ทว่าหลังจากนั้น อวิ๋นหงกลับสร้างผลงานในสนามรบครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่น่าขันยิ่งกว่าก็คือ ยามที่อวิ๋นหงสร้างความดีความชอบในศึกสงคราม ผู้ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เก้ามิ่งกลับเป็นฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋น แม่ใหญ่ที่แทบไม่เคยหยิบยื่นความเมตตาให้แก่เขาเลยแม้เพียงนิด
เพื่อที่จะควบคุมบุตรอนุผู้นี้ไว้ในกำมือ ฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋นถึงกับใช้อำนาจบังคับให้เขาแต่งงานกับหลานสาวจากตระกูลเดิมของตน ซึ่งก็คือถังเหลียนสตรีที่เพิ่งจะตบแต่งใหม่กับอวิ๋นถิงไปในวันนี้เอง
ในขณะเดียวกัน จวนเฉิงเอินป๋อที่เคยตกอับของตระกูลอวิ๋น ก็อาศัยบารมีของอวิ๋นหงกลับมาผงาดและมีหน้ามีตาในหมู่ชนชั้นสูงของเมืองหลวงได้อีกครั้ง แม้แต่อวิ๋นถิงคนไม่เอาถ่านผู้นั้น ก็ยังได้รับอานิสงส์จนได้บรรจุเข้าทำงานในกรมพิธีการ ดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองเจ้ากรม
อาจกล่าวได้ว่า การที่ทุกวันนี้อวิ๋นถิงสามารถยืดอกรับคำเรียกขานว่าท่านป๋อจากผู้คนในเมืองหลวงได้อย่างเต็มภาคภูมินั้น ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะอานิสงส์จากความดีความชอบของอวิ๋นหงทั้งสิ้น
ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋นและอวิ๋นถิงกลับมิได้คิดเช่นนั้น หลังจากที่อวิ๋นหงขาพิการกลับมาถึงบ้าน พวกเขาก็สูบเลือดสูบเนื้อตักตวงผลประโยชน์สุดท้ายจากตัวเขาจนสิ้น เมื่อได้รับรางวัลพระราชทานจากราชสำนักมาครองแล้ว ก็โยนเขาไปทิ้งไว้ในเรือนหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ทั้งยังสั่งห้ามมิให้ใครเข้าไปปรนนิบัติรับใช้อีกด้วย
เบื้องหน้าพวกเขาสร้างภาพลวงโลกป่าวประกาศว่าเขาถูกพิษร้ายแรง จำต้องแยกตัวออกไปพักรักษาอย่างสงบ
ทว่าอวิ๋นเสวี่ยเซิงกลับรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างของคนตระกูลอวิ๋นเท่านั้น ในสายตาของฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋น อวิ๋นหงเป็นเพียงคนอำมหิตผิดมนุษย์ และเป็นเจ้าคนอกตัญญูที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียมากกว่า
ชาติภพก่อน อวิ๋นเสวี่ยเซิงจงเกลียดจงชังอวิ๋นหงผู้เป็นอารองเพราะมีถังเหลียนคอยเป่าหู ทว่ากลับเป็นอวิ๋นหงผู้นี้เองที่ยืนหยัดคัดค้านอย่างสุดกำลัง ในยามที่นางถูกบีบบังคับให้แต่งเข้าตำหนักบูรพาเพื่อเป็นเจ้าสาวสะเดาะเคราะห์
เขาลั่นวาจาว่าบุตรสาวตระกูลอวิ๋นไม่จำเป็นต้องสังเวยชีวิตในตำหนักบูรพา เขาอาสาจะไปเจรจากับราชวงศ์ด้วยตนเอง ทว่าท่านพ่อกลับหวาดกลัวว่าเขาจะไปล่วงเกินเบื้องสูงเข้า จึงสั่งให้คนมารวบตัวเขาไปมัดไว้ราวกับหมูตัวหนึ่ง
ต่อมาหลังจากที่นางตายไป อวิ๋นหงก็จำต้องเปิดเผยไพ่ตายของตนเองออกมาเพื่อล้างแค้นให้นาง ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าเขาเองก็คงมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นานเช่นกัน
ทั้งนางกับอวิ๋นหงต่างก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนที่เรียกว่าญาติสนิท ช่างเป็นชะตากรรมที่เหมือนกันจนน่าเวทนาแท้ๆ!
อวิ๋นถิงสีหน้าพลันมืดครึ้มลงทันควัน เขาจ้องเขม็งมาที่อวิ๋นเสวี่ยเซิงอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าบุตรสาวคนเล็กที่เคยว่านอนสอนง่ายและแสนดีมาตลอด ไฉนวันนี้ถึงได้กล้ากำเริบเสิบสานขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้
หรือจะเป็นอย่างที่ม่านม่านเคยเปรยไว้ ที่ผ่านมาความว่านอนสอนง่ายของนางล้วนเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำทั้งสิ้น!
“พี่หญิง งานมงคลระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่นั้น ท่านปรมาจารย์ได้คำนวณดวงชะตามาอย่างดีแล้ว ทั้งท่านย่ายังเห็นชอบด้วย ในฐานะที่เราเป็นผู้น้อย มิควรอย่างยิ่งที่จะบังอาจวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของผู้ใหญ่เช่นนี้”
อวิ๋นม่านที่ยืนเคียงข้างบรรดาพี่ชายตระกูลอวิ๋นเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “ส่วนเรื่องการดูแลอารองนั้น ในจวนมีบ่าวไพร่ตั้งมากมาย ก็คงมิได้นิ่งดูดายปล่อยให้เสียข้าวสุกหรอกเจ้าค่ะ”
คำของอวิ๋นม่านราวกับจะตราหน้าว่าอวิ๋นเสวี่ยเซิงนั้นสอดรู้สอดเห็นไม่เข้าเรื่อง แต่นางกลับมิได้สังเกตเลยว่า เพียงเพราะคำเรียกขานของนาง ได้ทำให้อวิ๋นหงผู้มีแววตานิ่งสงบราวก้นบ่อน้ำ พลันเกิดระลอกคลื่นแห่งการเย้ยหยันตนเองในส่วนลึกของดวงตา และประกายแห่งการอยากมีชีวิตอยู่ของเขาก็ยิ่งมอดดับลงไปอีกหลายส่วน
อวิ๋นม่านเป็นที่โปรดปรานของฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋นมาโดยตลอด เมื่อได้ฟังคำกล่าวของนาง บนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าก็ปรากฏร่องรอยแห่งความพึงพอใจสายหนึ่ง พลางคิดในใจว่าสมแล้วที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขจากตระกูลถังของนาง มิได้ฝักใฝ่เข้าข้างเลือดชั่วนั่นเลยแม้แต่น้อย
ยามที่นางปรายตามองอวิ๋นเสวี่ยเซิง แววตาคู่นั้นจึงเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างถึงที่สุด