ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 จะเข้าข้างนางหรือ?
September 30, 2026
อวิ๋นม่านกุมใบหน้าของตนไว้ พลางชี้หน้าอวิ๋นเสวี่ยเซิงแล้วกรีดร้องออกมาสุดเสียง “อวิ๋นเสวี่ยเซิง เจ้าบังอาจตบข้าเชียวหรือ นังแพศยา”
“ตบเจ้าแล้วจะทำไม!”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงมองภาพความพินาศย่อยยับไปทั่วทั้งลานเรือน ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ นางคว้าหมับเข้าที่สมุนไพรซึ่งเพิ่งถูกอวิ๋นม่านเหยียบจนแหลกเหลว พลางกระชากแขนของอวิ๋นม่านไว้แน่น แล้วยัดเศษสมุนไพรเหล่านั้นเข้าปากอีกฝ่ายไปทันที “ในเมื่อเจ้ากล้าแตะต้องสมุนไพรของข้า เช่นนั้นคนที่ข้าจะตบตีก็คือเจ้านี่แหละ!”
“นังคนชั้นต่ำ นังคนชั้นต่ำอย่างเจ้า”
อวิ๋นม่านยื่นมือหมายจะกระชากร่างของอวิ๋นเสวี่ยเซิง ทว่ายามนี้อวิ๋นเสวี่ยเซิงกลับเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเอาไว้ได้เสียก่อน อีกทั้งตัวนางนั้นคลุกคลีอยู่กับการลงแรงเพาะปลูกสมุนไพรด้วยตนเองมานานปี พละกำลังที่ข้อมือจึงแข็งแรงเกินกว่าที่สตรีอย่างอวิ๋นม่านจะเทียบติด
อวิ๋นม่านไร้สิ้นแรงขัดขืน นางจึงแผดเสียงตะโกนลั่น “พวกเจ้าทุกคนเป็นศพกันหมดแล้วหรือ? มาลากนางออกไปจากข้าเดี๋ยวนี้!”
เหล่าสาวใช้ที่ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนทำอะไรไม่ถูกเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา พวกนางต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาหมายจะดึงร่างของทั้งสองแยกออกจากกัน
ในจังหวะนั้นเอง ปั้นเซี่ยก็โถมกายเข้ามาปกป้องอวิ๋นเสวี่ยเซิงไว้เบื้องหลัง ทว่าอวิ๋นเสวี่ยเซิงกลับตวัดมือคว้าหมับเข้าที่เส้นผมของอวิ๋นม่านแล้วกระชากไว้แน่น “หากพวกเจ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะตัดผมของนางให้กุดเสีย”
ในมือของอวิ๋นเสวี่ยเซิงปรากฏกรรไกรเล่มหนึ่งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ นางจ่อปลายกรรไกรคมกริบไปที่เส้นผมของอวิ๋นม่าน “สั่งให้พวกนางเก็บกวาดสมุนไพรพวกนี้ให้ดี แล้วไปรวบรวมข้าวของทุกอย่างที่มารดาข้าทิ้งไว้ให้ข้าออกมาเสีย”
“มิฉะนั้น ต่อให้ข้าต้องถูกทุบตีจนตาย ก็จะลากเจ้าลงหลุมไปก่อนข้าให้ได้!”
“อวิ๋นเสวี่ยเซิง เจ้าอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ!”
ร่างกาย ผิวพรรณและเส้นผมเป็นสิ่งที่ได้มาจากบิดามารดา อวิ๋นม่านสีหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย “เร็วเข้า รีบส่งคืนให้นางไปเสีย!”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงมองสภาพลานเรือนที่เละเทะไม่เป็นท่า ข้าวของเหล่านั้นที่มารดาเคยจัดเตรียมไว้ให้ล้วนถูกอวิ๋นม่านทำลายทิ้งจนสิ้น ความโกรธแค้นสุมอกจนนางอยากจะโกนผมของอวิ๋นม่านให้โกร๋นทั้งศีรษะเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อระบายความเกลียดชังที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ!
เหล่าสาวใช้ต่างรีบกอบโกยข้าวของของอวิ๋นเสวี่ยเซิงมาวางกองไว้ที่แทบเท้าของนางอย่างลนลาน
“ปั้นเซี่ย ตรวจดูให้ดีว่ามีสิ่งใดตกหล่นไปหรือไม่?”
ปั้นเซี่ยสำรวจตรวจตราดูรอบหนึ่งก่อนจะร้องบอก “คุณหนูเจ้าคะ กำไลหยกเลี่ยมทองที่ฮูหยินทิ้งไว้ให้หายไปเจ้าค่ะ”
“ไปหามา!”
ปั้นเซี่ยถลึงตาใส่พวกสาวใช้อย่างดุดัน ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในห้อง เพียงชั่วอึดใจนางก็ประคองกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาด้วยท่าทางระมัดระวัง
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวพบสิ่งนี้แล้วเจ้าค่ะ ข้างในนี้ล้วนเป็นของที่ฮูหยินทิ้งไว้ให้ท่านทั้งสิ้น”
“นังบ่าวชั้นต่ำ นั่นมันของของข้า!”
เมื่ออวิ๋นม่านมองเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของปั้นเซี่ยได้อย่างถนัดตา ดวงตาของนางก็แทบจะลุกเป็นไฟด้วยเพลิงโทสะ
ปั้นเซี่ยหาได้สนใจท่าทีของอีกฝ่ายไม่ นางเปิดกล่องไม้ออก เผยให้เห็นต่างหูผีเสื้อทองคำบริสุทธิ์ กำไลข้อมือ และห่วงหยกเก้าชั้น ทั้งยังมีของประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยอันวิจิตรของสตรีอีกจำนวนหนึ่ง
ของพวกนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่มารดาซื้อมาให้เพื่อปลอบโยนและเอาใจนางทั้งสิ้น ทว่าหลังจากที่มารดาจากโลกนี้ไป พวกมันก็ค่อยๆ อันตรธานหายไปทีละชิ้นสองชิ้น
นางเพียรตามหาพวกมันมาเสียนาน จนหลงนึกว่าสูญหายไปแล้วจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะมาอยู่ที่นี่
“อวิ๋นม่าน เจ้าบังอาจถึงขั้นขโมยข้าวของของข้าเชียวหรือ!”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือ คมกรรไกรขยับเข้าใกล้เส้นผมของอวิ๋นม่านจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของโลหะ
“อวิ๋นเสวี่ยเซิง ปล่อยข้านะ ข้ามิได้ขโมย พี่สามเป็นคนมอบของพวกนี้ให้ข้าเองกับมือ!”
อวิ๋นซูมู่!
มิน่าเล่า นางจะเพียรหาอย่างไรก็ไม่พบร่องรอยเสียที ที่แท้ก็มีหัวขโมยอยู่ข้างกายนี่เอง!
“เขายังให้อะไรเจ้าอีกบ้าง”
“ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้วจริงๆ ของทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้หมดแล้วไงเล่า”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงสะบัดอวิ๋นม่านทิ้งอย่างไม่ใยดี “เฝ้าของพวกนี้ไว้ให้ดี”
กล่าวจบ นางก็คว้าจอบที่วางอยู่ข้างกาย เดินดุ่มเข้าไปในห้องด้วยความรวดเร็วปานดาวตก เห็นข้าวของชิ้นใดขวางหน้าก็ลงมือทุบทำลายจนแตกกระจายวินาศสันตะโร
“ปัง!”
“โครม!”
“อวิ๋นเสวี่ยเซิง เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ กล้าดีอย่างไรมาทุบทำลายข้าวของเช่นนี้ ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ! ข้าจะไปบอกท่านย่าให้มาจัดการเจ้า!”
อวิ๋นม่านกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ในบรรดาเรือนทั้งหมดของตระกูลอวิ๋น มีเพียงเรือนของอวิ๋นเสวี่ยเซิงเท่านั้นที่ตกแต่งได้อย่างสง่างามและประณีตล้ำลึกที่สุด มิเช่นนั้นนางคงไม่พยายามรบเร้าอ้อนวอนให้อวิ๋นถิงยกเรือนหลังนี้ให้หรอก
แต่นางคาดไม่ถึงเลยว่าในเมื่ออวิ๋นเสวี่ยเซิงจะไม่หยุด มิหนำซ้ำยังคิดจะทุบทำลายทิ้งเสียแล้ว
หน้าต่าง โต๊ะเก้าอี้ รวมไปถึงเตียงหลังนั้นที่ท่านแม่ตั้งใจสั่งทำให้นางเป็นพิเศษ ข้าวของทุกอย่างที่พอจะทุบได้ อวิ๋นเสวี่ยเซิงทุบทำลายจนสิ้นซาก
อวิ๋นม่านอยากจะอยู่ที่นี่นักมิใช่หรือ?
นางจะอยู่ก็อยู่ไปเถิด แต่คิดจะมาอยู่ในห้องที่มารดาจัดเตรียมไว้ให้ด้วยตนเองน่ะหรือ
ฝันไปเถิด!
หลังจากทุบทำลายห้องจนเสร็จสิ้น เส้นผมตรงจอนผมของอวิ๋นเสวี่ยเซิงหลุดลุ่ยกระจัดกระจาย ดูสภาพอเนจอนาถถึงขีดสุด ทว่าดวงตากลับสว่างไสวจนน่าตระหนก
ชาติที่แล้วนางยอมถอยให้น้องสาวเพราะเห็นแก่พ่อและเหล่าพี่ชาย นางยอมยกทุกสิ่งทุกอย่างของตนเองออกไป แต่สุดท้ายกลับต้องพบจุดจบด้วยการถูกบีบคอจนตาย
ในชาตินี้ ใครก็อย่าหวังว่าจะให้นางยอมถอยให้อีกแม้แต่ก้าวเดียว!
“ปัง!”
จอบทุบลงที่แทบเท้าของอวิ๋นม่านอย่างแรง อวิ๋นม่านตกใจจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “อวิ๋นเสวี่ยเซิง เจ้าเสียสติไปแล้วจริง ๆ!”
“ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ”
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของอวิ๋นม่าน อวิ๋นเสวี่ยเซิงก็ยิ้มเยาะ “ตามใจ นั่นน่ะบิดาของเจ้า เขาไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับข้า”
“อวิ๋นเสวี่ยเซิง เห็นแก่คนขาพิการคนหนึ่งถึงกับไม่ยอมรับบิดาบังเกิดเกล้า เจ้าช่างอกตัญญูเสียจริง!”