ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 ผิดที่ตีบุตรสาวของท่าน
September 30, 2026
อวิ๋นเสวี่ยเซิงกำของในมือแน่น มองดูอวิ๋นหงด้วยสีหน้าระแวดระวัง
อวิ๋นหงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของอวิ๋นเสวี่ยเซิง เขาหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ นางกระทำผิดอันใด เหตุใดจึงต้องลงโทษนางขอรับ?”
“หึ! เจ้ามาก็ดีแล้ว นี่คือบุตรสาวของเจ้า ก็สมควรให้เจ้าเป็นผู้สั่งสอน”
ฮูหยินผู้เฒ่าทอดสายตารังเกียจ “บุตรสาวตัวดีของเจ้า ต่อปากต่อคำกับผู้อาวุโส ลงไม้ลงมือกับน้องสาว เช่นนี้ไม่สมควรถูกลงโทษหรือไร?”
กล่าวจบ นางก็จ้องมองอวิ๋นหง รอให้เขาเอ่ยปากลงโทษอวิ๋นเสวี่ยเซิง
บุตรชายสายรองผู้นี้ ไม่เคยขัดใจนางเลยสักครั้ง หลายปีมานี้ ให้นำเงินมาให้เขาก็นำมาให้ ให้วิ่งเต้นหาตำแหน่งงานให้พี่ชายคนโต เขาก็จัดการให้
หากมิใช่เห็นแก่ความเชื่อฟังของเขา นางหรือจะยอมให้เขาลอยหน้าลอยตาอยู่ในสายตามานานหลายปีเพียงนี้!
“หากเป็นจริงดังที่ท่านแม่กล่าว ก็สมควรถูกลงโทษ!”
น้ำเสียงเรียบเฉยของอวิ๋นหงดังขึ้น ดับความหวังสุดท้ายในใจของอวิ๋นเสวี่ยเซิงจนมอดลง
ใบหน้าของนางซีดเผือด กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
นางกำลังคาดหวังสิ่งใดกัน นางกับอวิ๋นหงผูกพันกันด้วยผลประโยชน์เท่านั้น ยามนี้นางยังไม่ได้ให้อะไรตอบแทนเขาเลย แล้วจะกล้าหวังให้เขาปกป้องได้อย่างไร
อีกประการ คนที่นางตีคืออวิ๋นม่าน ซึ่งเป็นบุตรสาวในไส้ของอวิ๋นหง
ชาติที่แล้ว ต่อให้อวิ๋นม่านไม่เคยเรียกอวิ๋นหงว่าท่านพ่อเลยสักครั้ง แต่อวิ๋นหงก็ยังส่งของมีค่าให้อวิ๋นม่านไม่ขาดสาย
นางกล้าดียังไงถึงคิดให้อวิ๋นหงมาปกป้องนาง!
อาจเป็นเพราะความสิ้นหวังของอวิ๋นเสวี่ยเซิงนั้นชัดเจนเกินไป อวิ๋นหงจึงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง
ท่ามกลางสีหน้าลำพองใจของฮูหยินผู้เฒ่า เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพียงแต่... อวิ๋นเสวี่ยเซิงเป็นเด็กที่เชื่อฟังและรู้ความมาโดยตลอด นางจะลงมือทำเรื่องเช่นนี้โดยไร้สาเหตุได้อย่างไร มิสู้ลองฟังคำอธิบายของนางดูสักหน่อยหรือขอรับ?”
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนไปทันที นางตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้าหมายความว่าข้ากำลังโกหกงั้นรึ?”
“อวิ๋นหง เจ้าช่างบังอาจนัก”
“ฟังความรอบด้านจึงจะกระจ่าง ฟังความข้างเดียวจักมืดบอด การปกครองเรือนก็เฉกเช่นเดียวกับการคุมทัพ ความยุติธรรมสำคัญที่สุด”
อวิ๋นหงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วหันไปมองอวิ๋นเสวี่ยเซิง “เจ้าพูดมา ว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่”
ในเมื่อบุตรสาวที่ได้มาเปล่าๆ คนนี้เรียกเขาว่าท่านพ่อ เขาก็ย่อมไม่ยอมให้นางถูกใส่ร้าย
แต่เขาก็จะไม่ปกป้องคนไร้ค่า หากแม้แต่ความกล้าที่จะพูดความจริงยังไม่มี นางก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นบุตรสาวของเขา
“เจ้าตีคนจริงหรือไม่? เหตุใดจึงลงมือ?”
“เพราะนางสมควรโดนตี!”
เมื่อเห็นท่าทีเฉียบคมดุดันของอวิ๋นหง อวิ๋นเสวี่ยเซิงก็ยืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัว แล้วกล่าวเสียงดังฟังชัด “อวิ๋นม่านยึดเรือนของข้าไป เหยียบย่ำสมุนไพรในเรือนจนเสียหาย ทั้งยังยึดของที่ท่านแม่ให้ข้าไว้ไม่ยอมคืน ให้สาวใช้มาขวางไม่ให้ข้าทวงของของตัวเองคืน”
“ข้าโมโหจนสุดระงับถึงได้ตีนาง”
“ส่วนเรื่องต่อปากต่อคำผู้อาวุโส ข้าเพียงแค่พูดความจริง ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ท่านย่าเลยแม้แต่น้อย”
อวิ๋นหงพยักหน้า แล้วหันไปมองอวิ๋นม่านที่พิงกายอยู่ข้างฮูหยินผู้เฒ่า “ที่นางพูดมา เจ้ามีข้อโต้แย้งหรือไม่?”
อวิ๋นม่านขบกรามแน่น กล่าวด้วยความเจ็บใจ “นั่นมันเป็นเรือนของข้าแต่แรก ท่านพ่อเป็นคนให้ข้าไปอยู่เองนะเจ้าคะ”
“เช่นนั้นก็เป็นเรื่องจริงสินะ!”
อวิ๋นหงพยักหน้า “อวิ๋นม่านไม่เคารพพี่สาว ทำลายข้าวของของพี่สาว ไร้ซึ่งน้ำใจไมตรี อวิ๋นเสวี่ยเซิงลงไม้ลงมือกับน้องสาว ก็ไร้ซึ่งความเมตตาเช่นกัน หากท่านแม่จะลงโทษ ก็ต้องลงโทษทั้งสองคน ถึงจะทำให้ทุกคนยอมรับได้”
“ไม่ทราบว่าท่านแม่เห็นด้วยหรือไม่?”
“เจ้าคิดจะลงโทษม่านม่านรึ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าคาดไม่ถึงว่าอวิ๋นหงพูดอ้อมค้อมไปมาตั้งยืดยาว สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าจะลงโทษอวิ๋นม่าน
นางตบโต๊ะเสียงดังปัง “ม่านม่านเป็นลูกสาวในไส้ของเจ้านะ!”
“ปูนบำเหน็จและลงทัณฑ์ต้องชัดเจน ไม่แบ่งแยกความสนิทชิดเชื้อ แม้แต่โอรสสวรรค์ทำผิดยังต้องรับโทษดั่งสามัญชน แล้วอวิ๋นม่านมีความพิเศษอันใด?”
อวิ๋นหงกวาดสายตามองผ่านฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไม่ใส่ใจ “ท่านแม่ การคุมทัพ ปกครองแคว้นยังต้องเป็นเช่นนี้ นับประสาอะไรกับการปกครองเรือน!”
“ปก ปกครองอะไรของเจ้า”
ฮูหยินผู้เฒ่าอ่านหนังสือไม่ออกสักตัว ไม่เข้าใจความหมายของอวิ๋นหง ได้แต่ตวาดว่า “อย่างไรข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าลงโทษม่านม่าน”
“หากไม่ลงโทษ เช่นนั้นลูกขอพาตัวคนกลับไปนะขอรับ”