ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 เจ้าทำข้าผิดหวังเหลือเกิน!
September 30, 2026
“เจ้ารู้อยู่เต็มอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าลำเอียงเข้าข้างอวิ๋นม่าน แต่ก็ยังไปตีนางอย่างเปิดเผย จนถูกจับได้แล้วเอาไปฟ้อง โดยที่มิรู้จักโต้แย้ง”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงหน้าแดงก่ำ “ข้าโต้แย้งแล้ว ท่านย่าไม่ฟังข้า ท่านฟังแต่อวิ๋นม่าน”
“เจ้าไม่รู้จักใช้สมองบ้างรึ? หากอยู่ในสนามรบ รู้อยู่ว่าสู้ไม่ได้แต่ยังดันทุรังบุกเช่นนี้ ทำไปเพื่อความสะใจชั่ววูบ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ราบคาบ”
อวิ๋นหงกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการหรือ?”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงไม่ยอมแพ้ “แต่ข้าก็ได้ของของท่านแม่คืนมา แล้วข้าก็ได้ซัดอวิ๋นม่านไปทีหนึ่งด้วย”
“หากเป็นท่านท่านจะทำอย่างไร?”
“หึ ข้าจะล่อนางออกมา แล้วสั่งสอนนางในที่ลับตาคน”
อวิ๋นหงทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ “ถึงตอนนั้นต่อให้ไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่า ด้วยนิสัยเอาแต่ใจของนางในยามปกติ ฮูหยินผู้เฒ่าก็คงคิดว่านางโกหก ถึงจะลำเอียง ก็คงไม่ลงโทษเจ้ารุนแรงนัก”
“เช่นนี้แล้ว เจ้ายังคิดว่าวิธีของเจ้าถูกต้องอยู่อีกหรือไม่?”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงอ้าปากค้าง มองอวิ๋นหงอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ที่แท้ท่านอาเป็นคนเยี่ยงนี้เองหรือ!
“หากในสนามรบเจ้าทำตัวมุทะลุเช่นนี้ คงตายไปแปดร้อยรอบแล้ว!”
หลังจากดุอวิ๋นเสวี่ยเซิงจบ อวิ๋นหงก็ส่งสัญญาณให้อู๋จื่อเข็นเขาเข้าไปข้างใน
อวิ๋นเสวี่ยเซิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพาปั้นเซี่ยกลับเข้าห้อง
“คุณหนู น่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ หากไม่ได้ท่านรอง วันนี้คุณหนูคงโดนฮูหยินผู้เฒ่าลงโทษอีกแน่”
ปั้นเซี่ยดึงแขนอวิ๋นเสวี่ยเซิง ยังคงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
“เคร้ง!”
ของในมืออวิ๋นเสวี่ยเซิงร่วงหล่นลงบนโต๊ะ มันคือกริชเล่มงาม
ปั้นเซี่ยเก็บกริชขึ้นมา หน้าซีดเผือดทันที “คุณหนู ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ!”
“ท่านอย่าคิดสั้นนะเจ้าคะ!”
“ข้าไม่ได้จะคิดสั้น”
อวิ๋นเสวี่ยเซิงเม้มริมฝีปาก เอ่ยเสียงเบา “ข้าคิดแล้ว ใครจะตีข้า ข้าก็จะฆ่ามันเสีย”
ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางไม่อยากใช้ชีวิตอย่างขลาดเขลาอีกแล้ว แต่ท่านอาพูดถูก การที่นางเอาไม้แข็งเข้าแลกแบบนี้ ตัวนางเองก็ไม่ได้ดีอะไรขึ้นมา
แต่วันนี้นางไม่เสียใจเลยที่ตีอวิ๋นม่าน นางอยากซัดหน้าแม่นั่นมานานแล้ว
“คุณหนู ท่านอย่าใจร้อนไปเลยเจ้าค่ะ อดทนไว้ก่อนเถิด!”
ปั้นเซี่ยเก็บกริช แล้วเกลี้ยกล่อม “ปีนี้ท่านอายุสิบสี่แล้ว อีกไม่กี่เดือนผ่านวันเกิดไปก็จะถึงวัยปักปิ่น ถึงตอนนั้นท่านก็ออกเรือนได้แล้ว”
“พอแต่งเข้าตระกูลหยาง ก็มิต้องทนรองรับอารมณ์ฮูหยินผู้เฒ่าอีก”
สมัยมารดาของนางยังมีชีวิตอยู่ เคยหมั้นหมายอวิ๋นเสวี่ยเซิงไว้กับบุตรชายคนรองของจวนติ้งกั๋วโหว ตระกูลหยาง นามว่า หยางหนิงเอิน
อวิ๋นเสวี่ยเซิงกับเขาก็เติบโตมาด้วยกันดั่งเพื่อนสนิทวัยเยาว์ รอเพียงอวิ๋นเสวี่ยเซิงถึงวัยปักปิ่น ก็จะรับตัวเจ้าสาวเข้าตระกูล
แต่ชาติที่แล้ว ตระกูลอวิ๋นบังคับให้นางสลับคู่หมั้นกับอวิ๋นม่าน โดยที่ตระกูลหยางไม่ได้คัดค้านใดๆ
ตอนนั้นหากหยางหนิงเอินลุกขึ้นมาพูดสักคำ นางก็คงไม่ต้องจบชีวิตด้วยการถูกบีบคอตาย
ถ้าปั้นเซี่ยไม่พูดขึ้นมา นางเกือบจะลืมสัญญาหมั้นหมายนี้ไปแล้ว
วันหน้าหากมีโอกาสต้องไปถอนหมั้นให้จงได้ ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือต้องรักษาขาของท่านอาให้หาย
ดูจากตอนนี้ นิสัยใจคอของท่านอาก็ยังพอเชื่อถือได้ ขอแค่เขายังยุติธรรมเช่นนี้ต่อไป ก็จะสามารถคุ้มครองนางให้หลุดพ้นจากชะตากรรมแบบชาติที่แล้วได้
อวิ๋นเสวี่ยเซิงให้ปั้นเซี่ยหยิบกระดาษและพู่กันมา แล้วจดรายการสิ่งของที่ต้องไปซื้อ
ปั้นเซี่ยดูรายการยาวเหยียดนั้นแล้วพูดอย่างลำบากใจว่า “คุณหนู เบี้ยหวัดเดือนนี้ของพวกเราเหลือแค่สองตำลึงเองนะเจ้าคะ ไม่พอซื้อของพวกนี้หรอก”
“หรือไม่พวกเราไปขอท่านรองดีไหมเจ้าคะ อย่างไรก็เอามาใช้รักษาขาของท่าน”
“ไม่ได้!”