ตอนที่ 896
บทที่ 896 บทเรียนการสั่งสอน
October 21, 2026
คนกลุ่มหนึ่งเริ่มเดินทางกลับพระราชวังแล้ว การเดินทางไปเที่ยวหนึ่งและกลับเที่ยวหนึ่งอย่างซ้ำไปซ้ำมา ทำให้เด็กน้อยทั้งสี่ล้วนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอยู่บ้างแล้ว จึงล้มตัวลงนอนหลับอยู่บนรถม้าแล้ว
ตลอดเวลาหนานหว่านเยียนเงียบขรึมมิได้พูดจา เอาแต่จ้องมองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถ และโม่เหยียนเฝ้ามองดูนาง อารมณ์ในดวงตาเขาซับซ้อนสับสนและคลุมเครือ
หลังจากกลับมาถึงในพระราชวัง พวกเด็กน้อยทั้งสี่ต่างล้วนพากันหลับสนิทแล้ว หนานหว่านเยียนจึงให้เฟิงยางอุ้มพวกเขากลับเข้าไปพักผ่อนภายในตำหนักจานกุ้ย
เฟิงยางรับคำสั่ง “เพคะ องค์หญิง”
หลังจากนั้น หนานหว่านเยียนก็หันมามองทางโม่เหยียนพูดว่า “วันนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บแล้ว กลับไปพักผ่อนให้ดีๆ เถอะ ข้ายังมีบัญชีส่วนหนึ่งที่ต้องไปสะสางเล็กน้อย”
“องค์หญิงกำลังจะไปสั่งสอน ‘มือมืดที่อยู่เบื้องหลัง’ ของวันนี้หรือขอรับ?” โม่เหยียนขมวดคิ้วขึ้น ในดวงตาสีดำเข้มเปล่งประกายเย็นชาน่าตระหนกขึ้นวูบ “หากเป็นเช่นนั้นละก็ ข้าน้อยจำเป็นต้องติดตามไปด้วย อาการบาดเจ็บเป็นเพียงเรื่องเล็กเท่านั้น ความปลอดภัยขององค์หญิงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งนัก”
หยุนเหิงที่อยู่ด้านข้างรีบเร่งพูดสนับสนุนเห็นพ้องขึ้นว่า “ใช่แล้วขอรับองค์หญิง ไม่ว่าท่านจะไปที่ไหน ข้าและคุณชายโม่เหยียนล้วนจะต้องติดตามไป สำหรับคนที่ฝึกปรือวิทยายุทธ์แล้ว อาการบาดเจ็บเหล่านี้มิสามารถนับเป็นอะไรได้ นอกจากนี้คุณชายโม่เหยียนพลังความสามารถแข็งแกร่ง บางทีอาจสามารถช่วยท่านได้ขอรับ”
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าบาดเจ็บอยู่ โม่เหยียนพูดว่าอะไรก็จะต้องฟังตามนั้น! เขาต่างหากจึงเป็นเจ้านายของตนน่ะ!
เผชิญกับการเรียกร้องต้องการที่แข็งขันของทั้งสอง หนานหว่านเยียนก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไปเช่นกัน
“ประเสริฐ นำทหารชั้นยอดหน่วยหนึ่งไปด้วย รุดไปปิดล้อมจวนของลู่เจียวเจียวเดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อได้ยินคำพูด สีหน้าของหยุนเหิงแปรเปลี่ยนกะทันกัน!
กลับเป็นลู่เจียวเจียวหรอกหรือ?!
ทว่าเขาน่าจะนึกออกตั้งแต่แรกแล้ว ภายในแคว้นต้าเซี่ยแห่งนี้ คนที่ผูกใจเจ็บแค้นต่อหนานหว่านเยียนมากถึงขนาดนี้และหยิ่งยโสโอหังลำพองตนนัก นอกจากลู่เจียวเจียวแล้ว เกรงว่าจะมิสามารถหาคนที่สองพบแล้ว!
เพียงแต่นางกลับหาญกล้าปองร้ายทายาทของประมุขเจ้าครองแคว้นอย่างเปิดเผย เกรงว่านั่นไยมิใช่รำคาญการชีวิตอยู่แล้วหรอกหรือ?!
“ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!”
โม่เหยียนหรี่ตาของเขาขึ้น ส่วนลึกภายในดวงตาเปล่งประกายสำนึกฆ่าฟันขึ้นวูบหนึ่ง ติดตามหนานหว่านเยียนมุ่งหน้าไปทางประตูตำหนักของหงเหมิง
หลังจากนั้นครู่เดียว ณ ภายในจวนขององค์หญิง
ลู่เจียวเจียวมองดูลานเรือนซึ่งรายล้อมด้วยผู้คนที่หนานหว่านเยียนนำมา ถูกปิดล้อมอย่างหนาแน่นจนน้ำมิอาจสาดเล็ดลอดผ่าน และยังมีคนจำนวนมากกำลังรื้อค้นลานเรือนของนาง ตลอดจนคนของนางก็ยังถูกควบคุมตัวขึ้นมาแล้ว พลันนางโกรธเคืองจนแทบคลั่งในทันใด ยืนกระทืบเท้าอย่างดุดันอยู่ในที่เดิม
“หมิงหวง! เจ้ากำลังทำะไร?! เจ้ากลับหาญกล้าปิดล้อมลานเรือนของข้า เจ้าช่างขวัญกล้าบังอาจนัก!!”
หนานหว่านเยียนยังมิทันได้เอ่ยปาก หยุนเหิงก็ถามอย่างขุ่นเคืองมิพึงพอใจขึ้นว่า “องค์หญิงหงเหมิง ผู้ใดช่างขวัญกล้าบังอาจนักกันแน่ วันนี้เจ้าได้กระทำเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง หรือว่ายังมิรู้อยู่แก่ใจอีกหรือ?!”
“บัดนี้องค์หญิงหมิงหวงรุดมาหาเจ้าเป็นการส่วนตัว และมิได้นำเรื่องนี้ขึ้นกราบทูลต่อเบื้องสูง ถือว่าจิตใจช่างกว้างขวางอย่างยิ่งแล้ว!”
หนานหว่านเยียนเท้าแขนสองมือกอดอก สายตาเย็นชายิ่งนัก สีหน้าของโม่เหยียนเย็นชาเขียวคล้ำเหี้ยมโหดทะมึน เขายืนอยู่ในที่นั้นไม่พูดจาแม้แต่คำเดียว เพียงแค่เหลือบตามองไปทางลู่เจียวเจียวครั้งเดียว ก็เปี่ยมบารมีน่าเกรงขามครั่นคร้ามมากเพียงพอแล้ว
ลู่เจียวเจียวตระหนกตกใจวูบ ดูเหมือนจะนึกถึงสิ่งใดขึ้นมาได้ แต่นางกลับขมวดคิ้วขึ้นอย่างดุดัน เสแสร้งคล้ายดั่งมิเข้าใจสิ่งที่หยุนเหิงพูดถามกลับว่า “อันใดเรียกว่าข้าได้ทำอะไรไว้แล้วบ้าง?”
“หลายวันมานี้ข้าถูกกักบริเวณอยู่ภายในเรือนบ้านคัดลอกหนังสือจนเจ็บมือแล้ว! แม้แต่ลานเรือนก็ยังไม่ได้ออกไปด้วยซ้ำ โกรธเคืองจนข้าวก็ยังกินไม่ลงแล้ว เวลานี้เจ้ายังหยิ่งผยองโอหังลำพองตนถึงเพียงนี้นำกองกำลังทหารรุดก่อกวนสร้างปัญหาที่นี่อีก”