ตอนที่ 1390
บทที่ 1390
September 18, 2026
การปรับเปลี่ยนแก้ไขยกชุดทำให้ผู้ดูแลและหัวหน้าภายในวังล้วนมิกล้าทำงานลวก ๆ กันอีก และล้วนแต่ทำงานที่ตนควรทำให้ดีอย่างระมัดระวัง
สำหรับเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องโถงที่ตั้งพระบรมศพ หลิงอวี๋ก็ได้ตัดหัวผู้ดูแลรับผิดชอบห้องโถงที่ตั้งศพไปแล้ว และได้ทำการแต่งตั้งแม่นมที่แก่ประสบการณ์และมีความละเอียดรอบคอบขึ้นมาเป็นผู้ดูแลใหม่
ส่วนองครักษ์ทั้งสองและฉีเต๋อที่ได้คุ้มกันเซียวเยวี่ยไปส่งที่ตำหนักเหยียนฝูของไทเฮานั้น ล้วนได้เบี้ยหวัดเพิ่มกันเป็นรางวัลทั้งหมด
และเนื่องจากองครักษ์ทั้งสองได้ทำหน้าที่อย่างตั้งใจแล้ว เซียวหลินเทียนจึงตั้งใจให้ทั้งสองคนได้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของเซียวเยวี่ย
หลังจากเกิดเรื่องแล้วทั้งสามคนถึงได้รู้ว่า ตนเกือบจะเข้าไปพัวพันในคดีลอบสังหารองค์จักรพรรดิแล้ว แต่เพราะว่าการทำหน้าที่อย่างตั้งใจของตน จึงป้องกันนายน้อยจากการถูกคนวางแผนจัดการได้
หลังจากเกิดเหตุในครั้งนี้ ทั้งสามคนก็ยิ่งใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของเซียวเยวี่ยมากขึ้นอีก เมื่อรู้สึกว่าที่ใดเป็นสถานที่อันตรายก็จะมิยอมให้เซียวเยวี่ยย่างกรายเข้าไปเป็นอันขาด
เซียวเยวี่ยก็ถูกแม่นมลี่อธิบายเรื่องความสัมพันธ์เรื่องส่วนได้ส่วนเสียให้ฟัง และมีความเข้าใจที่มากขึ้นถึงเรื่องที่คำพูดและการกระทำที่มีต่อตนนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อหลิงอวี๋ได้ เขาที่อายุน้อย ๆ ก็ต้องเริ่มเรียนรู้วรยุทธแล้ว
เมื่อแต่ละฝ่ายร่วมมือกันเช่นนี้ ช่วงเวลาการเฝ้าพระบรมศพที่เหลืออยู่ก็มิเกิดปัญหาใด ๆ อีก
พิธีศพของจ้าวเจินเจินที่เกิดขึ้นก่อนพระราชพิธีพระบรมของจักรพรรดิอู่อันไม่มีค่าพอให้พูดถึงอย่างชัดเจน พิธีศพที่ทางตำหนักองค์ชายคังจัดให้นางดูเรียบง่ายและเป็นงานหยาบที่ไม่มีผู้ใดสนใจเลย
ในวันที่เคลื่อนศพ นอกจากคนตระกูลจ้าวและพวกขุนนางกับภรรยาที่เป็นพรรคพวกขององค์ชายคังมิกี่คนแล้วก็ไม่มีผู้ใดมาอีก
ฮูหยินจ้าวเสียใจจนหมดอาลัยตายอยากและล้มป่วยนอนซมอยู่บนเตียง
แม้ว่าเซียวหลินเทียนจะโกรธแค้นจ้าวฮุยที่สั่งให้ตนมาลอบสังหารตน แต่ก็ไม่มีหลักฐาน กอปรกับที่มองจากภายนอกแล้ว จ้าวเจินเจินก็ถูกตนลากมาเดือดร้อนด้วยจริง ๆ จึงได้ตายด้วยเงื้อมมือของมือสังหารเช่นนี้
เขาในฐานะจักรพรรดิก็มิอาจจะเมินเฉยมิแสดงสิ่งใดได้ จึงส่งขันทีเซี่ยไปเป็นตัวแทนของตนในการส่งจ้าวเจินเจิน
สำหรับเรื่องที่องค์ชายคังต้องสูญเสียพระชายาคังไป เซียวหลินเทียนก็ได้ทำการชดเชยด้วยทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง
การเฝ้าพระบรมศพเจ็ดวันผ่านไป จักรพรรดิสูงสุดก็ได้ถูกทำการตกแต่งพระบรมศพแล้ว รอเพียงการเอาพระบรมศพลงหีบพระบรมศพเท่านั้น
ก่อนหน้าที่จะมีการแต่งพระบรมศพ ไทเฮาจงใจเรียกหลี่ว์เซียงกับอัครเสนาบดีจ้าวมาแล้วซักถามทั้งสองคนถึงความคืบหน้าของสาเหตุการเสด็จสวรรคตของจักรพรรดิอู่อัน
แม้ว่าจ้าวฮุยจะอยากใส่ร้ายหลิงอวี๋ แต่เขาได้หาหมอหลวงที่มีทักษะการแพทย์ระดับสูงหลายคนมาทำการตรวจพระบรมศพของจักรพรรดิอู่อันแล้วแต่ก็มิพบร่องรอยของการถูกยาพิษเลย
เมื่อไม่มีหลักฐานก็จะเป็นการกล่าวหาอันเป็นเท็จ แล้วผลที่ตามมาก็มิใช่สิ่งที่จ้าวฮุยจะสามารถรับได้
สุดท้ายแล้ว จ้าวฮุยจึงทำได้เพียงยอมรับด้วยความโกรธว่า จักรพรรดิอู่อันเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการพระ ใจวายเฉียบพลัน
จ้าวฮุยมิได้คัดค้าน หลี่ว์เซียงก็ยิ่งมิได้มีการคัดค้านเลย เรื่องนี้จึงได้ข้อสรุปว่าเป็นการจากไปด้วยหัวใจวายเฉียบพลันไป