ตอนที่ 179
บทที่ 569 ไม่มีก็โชคร้ายแล้ว แต่มียิ่งโชคร้ายกว่า
October 28, 2026
คนตระกูลหานยังคงเป็นผู้สนับสนุนของฉู่เชียนหลี ประกอบกับนิสัยชอบอาละวาดของพวกเขา ก่อนหน้านี้ก็เคยจัดการกับเหล่าผู้ฝึกตนที่เป็นผู้ชมอยู่ข้างๆ มาแล้ว ไปถึงไหน ก็มีแต่เรื่องร้องทุกข์ไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังถอนใจกับความซวยนี้ พึ่งรู้ว่าตนเลือกเข้าข้างผิด ดังนั้นทำได้แค่ยอมรับชะตากรรมเท่านั้น
นอกนั้นก็เป็นบรรดาผู้คนที่เต็มไปด้วยความพอใจ ในใจเต็มไปด้วยความแค้น รอแค่ออกจากเกาะชะตาเซียนไปก่อน ค่อยคิดหาวิธีแก้แค้นทีหลัง ในบรรดาผู้คนทั้งหมด ผู้ที่มีความโกรธแค้นเคืองมากที่สุด คือศิษย์ของสำนักเหยียนหยางนั้นเอง
สำนักนิกายส่งพวกเขามา และให้ปลอมตัว มาเพื่อสอดแนม เรื่องราวของนางฟ้าผู้นั้น และคิดหาวิธีที่จะเข้าใกล้ฉู่เชียนหลีให้ได้ ทดสอบความสามารถของนาง และค่อยหาโอกาสลงมือ จับตัวนางกลับมาที่สำนักเหยียนหยาง ส่งตัวให้เจ้าสำนักจัดการนางต่อ
แต่คิดไม่ถึงว่านางฟ้าผู้นั้นไม่ได้เรื่องเลย แค่เวลาไม่นานก็ถูกฉู่เชียนหลีจัดการซะเรียบร้อยแล้ว หลังจากภัยพิบัติที่น่ากลัวเกิดขึ้นไปแล้วนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้อีกเลย หลีกห่างให้ไกลจะดีกว่า
คิดไม่ถึงว่า การถอยก้าวนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย
อสูรเสวียนในดินแดนปริศนาดูเหมือนจะมีเรื่องบาดหมางกับพวกเขา เพียงแค่เห็นหน้ากัน ไม่ว่าจะกินเนื้อ หรือกินพืช ก็ล้วนแต่ไล่กัดพวกเขากันหมด
อยากจะแอบสำรวจบริเวณรอบๆไม่ที่น้ำตกหิน ก็หนองน้ำลึก แมลงมีพิษหลากชนิดค่อยๆ ออกมาทีละตัว ทำให้พวกเขาแม้แต่ยามจะนอนก็ยังกลัวจนตัวสั่น
ไม่ง่ายเลยที่จะเก็บรวบรวมพืชทิพย์เหล่านั้นได้ แถมยังโดนคนจากตระกูลหานจับตาดูอีก พวกเขาวิ่งไล่ติดตามเข้าไปในดินแดนปริศนา ห่างอีกนิดเดียวก็จะจับปลายกางเกงของพวกเขาได้แล้ว
ระหว่างทาง ไม่มีอะไรที่แย่ไปซะทุกอย่าง สิ่งที่แย่ที่สุดคือความโชคร้ายเท่านั้น
ในใจของพวกเขาตอนนี้แค่หวังจะรีบออกจากดินแดนผีร้ายนี้ให้เร็วที่สุก หลังจากถึงสำนักแล้ว จะรายงานทุกสิ่งทุกอย่างให้ฉู่เชียนหลีฟัง เจ้าสำนักจะได้จัดการให้เรียบร้อย
สามวันผ่านไป ฉู่เชียนหลีนับจำนวนคนของฝั่งตน หลังจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางออกจากดินแดนปริศนาเกาะชะตาเซียน
คนของนางเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ต่างเดินจากออกจากเมืองกันอย่างราบรื่น
ส่วนอีกด้านผู้บำเพ็ญตนที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือน ยังอยากจะอยู่ที่นี้ต่อ แต่ก็โดนจับออกไปจากแดนปริศนาอย่างทารุณอยู่ดี
คนที่ซวยที่สุดคือศิษย์จากสำนักเหยียนหยาง ตอนที่พวกเขาออกจากดินแดนปริศนานั้น กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า พลังเสวียนรอบๆ ตัวค่อยๆ เบาบางลง ร่างของพวกเขาค่อยๆ ร่วงตกจากความสูงหนึ่งหมื่นเมตรร่วงลงมาที่พื้น
โชคดีที่พวกเขาเป็นผู้บำเพ็ญตน ร่างกายเลยแข็งแรงกว่าคนทั่วไป แม้ว่าจะตกจากที่สูงมากขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่ได้บาดเจ็บสาหัสมาก
ผู้ที่อยู่บนพื้นล้วนแต่เป็นผู้สนับสนุนฉู่เชียนหลี พอเห็นว่าพวกเขากำลังโชคร้าย ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
บรรดาศิษย์สำนักเหยียนหยางไม่กล้าแสดงตน ประกอบกับไม่กล้าโต้แย้งอะไร ทำได้เพียงวิ่งหนีกันออกไป
ในเวลาเดียวกัน หลังจากที่บรรดาผู้ฝึกตนทั้งหมดเดินทางออกจากดินแดนปริศนาแล้ว ฉู่เชียนหลีก็คิดอะไรขึ้นในใจได้บางอย่าง เกาะชะตาเซียนทั้งหมดเกิดการสั่นสะเทือน ตามด้วยพื้น ที่แคบลงเรื่อยๆ จนถูกเก็บเข้าไปในกำไลหยกเลือดหงส์
ศูนย์กลางของหยกเลือดนั้น ใบหงส์ไม้หนาพลิ้วไหวอย่างร่าเริง ลักษณะใบค่อนข้างยาว ใบไม้สองใบงอกออกมาจากกิ่งยาวๆ ของลำต้นนั้น แม้แต่กิ่งที่เล็กที่สุดยังยาวสูงขึ้นจากพื้นประมาณหนึ่งฟุต เติบโตได้ดีจนคนปลูกพอใจ
หยกเลือดขยายตัวขึ้นอีกครั้ง การผสมผสานระหว่างพลังเสวียนและพลังเทพ ทำให้ระดับของพื้นสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
บรรดาอสูรเสวียนที่เติบโตอยู่ในอากาศต่างดีใจกันจนแทบคลั่ง
เดิมทีความเข้มข้นของพลังเสวียนในอากาศนั้นมากพอแล้ว ในวันนี้เพิ่มเติมพลังเทพเข้าไปอีกมากมาย ด้วยวิธีนี้ เกรงว่าพวกมันไม่จำเป็นต้องฝึกตนให้ชำนาญ แต่ระดับขั้นการบำเพ็ญตนก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ระดับขั้นการบำเพ็ญสูงขึ้นหมายถึงอะไร?
หมายถึงว่าเนื้อหนังของตนก็จะมีรสชาติอร่อยขึ้น นั้นก็ยิ่งมีโอกาสที่จะกลายเป็นอาหารของเจ้าสำนักหน่ะสิ
จะมีเรื่องที่น่ายินดีไปกว่านี้อีกไหม?
ไม่มีหรอก!
โม่หลีเห็นฉากนี้พอดี มองลงไปดูกำไลเลือดหงส์ตัวนั้นที่ร่วงลงมา ก็รู้สึกตกใจมาก
ในโลกของเทพ มีแต่เจ้าแห่งเทพเท่านั้นที่สามารถเลือกชีวิตของตนเองได้ แต่นี้พืชทิพย์อยู่ในที่ที่มีอสูรเสวียนด้วย