ตอนที่ 184
บทที่ 574 ถ้าไม่เคยโดนหัวหน้าเทพตี ก็ไม่ใช่แฟนคลับที่ดี
October 28, 2026
ความจริงที่ว่า แม้แต่หัวหน้าเทพก็ยังมีเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้
จากการซักถามอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็รู้ว่าเทียนซูและยู่เหิงเก็บรวบรวมขนของเซินเป่าไปทำอะไร โม่หลีเลยอยากจะเข้าร่วมด้วย แต่ก็โดนทั้งสองปฏิเสธ แม้ว่าเขาจะเอาแก้วเทพมาแลก ทั้งสองก็ไม่ยอมรับอยู่ดี
โม่หลีรู้สึกโกรธ และอดไม่ได้ที่จะต่อว่า
“คิดว่ามีแต่พวกเจ้าหรือที่จะเก็บขนของเซินเป่าได้?ข้าก็ทำได้เหมือนกัน!"
เทียนซูกับยู่กะพริบตารวบรวมปุยขนอย่างระมัดระวัง เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับแววตาที่กำลังเพ่งเล็งอย่างพิจารณาของโม่หลี
“ท่านอาโม่ ไม่ใช่ว่าพวกข้าดูถูกท่าน งั้นข้าให้เวลาท่านสิบวัน ถ้าท่านเก็บรวบรวมขนมาได้หนึ่งปุยก้อน ก็จะถือว่าพวกข้าสองพี่น้องแพ้ท่าน และข้าจะยกขนทั้งหมดที่เคยเก็บรวบรวมมาให้ท่านเลย!”
โม่หลียิ่งรู้สึกว่าไร้เหตุผลเกินไป กะอีแค่เก็บขนมันจะไปยากเย็นอะไร?เขาเป็นถึงหัวหน้าเทพ ทำไมจะทำเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้?
ไม่มีทาง!
“งั้นตกลงตามนี้ สิบวัน แล้วพวกเจ้าคอยดู”
เทียนซูและยู่เหิงสบตากัน ถอนใจส่ายหน้าพร้อมกัน “เห้อ สงสัยจะไม่เคยโดนท่านอาวุโสใหญ่เฆี่ยนตีมาก่อน"
“ก็ใช่กะพริบตาน่ะสิ ก็ให้เขาลองดูบ้างจะได้รู้สึก”
“อืมอืม”
วันต่อมา โม่หลีเฝ้าคอยสังเกตแต่เซินเป่าทั้งวัน จนกระทั่งเย็น สีหน้าของเขาก็ดูทื่อไปหมด
แม้เซินเป่าจะเป็นเด็กที่อายุเพียงสี่ขวบกว่า แต่กิจกรรมของเขาก็ถูกจัดจนอัดแน่นไปทั้งวัน
ตื่นเช้ามาก็ต้องเดินไปรอบๆ เมืองกับเพื่อนๆ ของเขา โดยใช้ชื่อกิจกรรมนี้ว่าสำรวจเมืองชางหลาน เขาต้องไปทุกที่ เพื่อกล่าวทักทายบรรดาผู้ฝึกตนทั้งหมด
หลังจากสำรวจเสร็จ เชียนหลีก็ตื่นพอดี เซินเป่าก็ต้องไปทำกับข้าวกับเฟิ่งเสวียนตู้ และต้องทำให้เชียนหลีชมว่ารสชาติอร่อยด้วย เขาถึงจะเป็นลูกสุดที่รักได้
พอรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ต้องไปเล่นที่สไลเดอร์สายรุ้ง ทั้งเมืองชางหลานได้ยินแต่เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของเขา
พอเล่นเสร็จก็ต้องไปนอนกลางวัน และก็ต้องทำการกำราบสัตว์ด้วย
นอนกลางวันเสร็จก็รับประทานอาหารกลางวัน พอทานอาหารกลางวันเสร็จก็ไปเล่นต่อ จนกระทั่งเย็น.....
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกิจกรรมเยอะ ที่สำคัญคือทุกช่วงเวลาล้วนแต่มีท่านอาวุโสใหญ่คอยประกบอยู่ตลอด อย่าว่าแต่ขนของเซินเป่าที่จะหลุดเลย แม้แต่น้ำลายของเซินเป่าก็ยังไม่มีให้เก็บ
ท่านอาวุโสใหญ่สังเกตเห็นว่าโม่หลีแอบมองดูเซินเป่าอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ประกอบกับขนหนานุ่มของเซินเป่า ยิ่งต้องคอยระวังให้มากที่สุด ครานี้โม่หลีแม้แต่เห็นก็ไม่ทันได้เห็นด้วยซ้ำ
หลายวันต่อมา ฉู่เชียนหลีได้รับข่าวด่วนจากสำนักเทียนจี หลังจากสำนักเทียนจียังคงเก็บรวบรวมรากทิพย์เดชอยู่ เหยากวงก็ได้เอารากทิพย์เดชที่อยู่ในกำไลออกมาขายอย่างไม่ลังเล
รากทิพย์เดชเหล่านี้กะพริบตาซินเป่าและแม่ของเขาปลูกเองกับมือ แต่ละต้นเติบโตอย่างสมบูรณ์ มีคุณภาพมาก แค่รากทิพย์เดชต้นใหญ่หนึ่งต้นก็สามารถแลกแก้วเสวียนมาได้เกือบหมื่นเสวียนแล้ว
ในใจของเหยากวงมีความกังวลขึ้น “ท่านพี่ เชียนเฮ่อหนีออกมาจากเกาะชะตาเซียนก่อนถึงเวลาอันควร เลยไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีไหนกันแน่ ต้องมีความลับอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ในสำนักเทียนจีแน่นอน”
ฉู่เชียนหลีนับจำนวนแก้วเสวียน ยกริมฝีปากขึ้นและพูดว่า “คนอย่างเชียนจิ้งหลิวค่อนข้างไม่เกรงกลัวอะไร และยังอยากฝืนกฎฟ้าเปลี่ยนชะตาชีวิต ไม่ว่าสถานการณ์ไหน ก็ยังเหลือทางเดินให้ตัวเองได้อยู่”
และสิ่งที่นางต้องทำคือ ตัดเส้นทางนั้นทิ้งให้หมด
“ท่านพี่ รากทิพย์เดชมันใช้ทำอะไรได้บ้างหรือ?สำนักเทียนจีถึงได้รวบรวมเก็บมามากขนาดนี้ หรือว่าจะเอาไปกลั่นเป็นยาวิเศษอะไรอีก?”
ฉู่เชียนหลีกะพริบตา ค่อยๆ มีรอยยิ้มออกมาจากดวงตา “คุณสมบัติพิเศษที่สุดของรากทิพย์เดชคือสามารถยืดอายุขัยได้ ถ้าสำนักเทียนจีจะเอามากลั่นทำเป็นยาก็ดีสิ คงมีอะไรสนุกๆ ได้ดูกันแน่”