ตอนที่ 185
บทที่ 575 มีอะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า?
October 28, 2026
ในเมืองชางหลาน ฉู่เชียนหลีนั่งอยู่บนเบาะนุ่มๆ เพลินกับการดื่มชาผลไม้
เจ้าชมพูนำเถาวัลย์โลหิตและวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน “โฮ่งโฮ่ง นายท่าน เจ้าสารเลวนั้นก่อเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว”
ฉู่เชียนหลีนั่งยืดตัวขึ้น และยื่นมือออกมาจับใบไม้สีเขียวของเจ้าชมพู
“มีอะไรหรือ?เจ้าสารเลวไหนกัน?”
“โฮ่งโฮ่ง ไอ้นกกระเรียนหัวล้านนั้นไง!”
“นกกระเรียนหัวล้าน?” สายตาของฉู่เชียนหลีหันไปมองโต้เกิ๋นและเผิงเกิ๋นที่กำลังนอนอาบแดดอยู่ตรงมุมกำแพง
โต้เกิ๋นลุกขึ้นมานั่ง “โฮ่งโฮ่ง นกกระเรียนมันหน้าตาน่าเกลียดขนาดไหนนะ?”
เผิงเกิ๋นม้วนตัวหนึ่งรอบ ตอบอย่างข้างๆ คูๆ ว่า “โฮ่งโฮ่ง บนหัวน่าจะไม่มีผม และหัวก็คงมันมากมั้ง”
กิ่งก้านของเจ้าชมพูนำตัวปักษีอ้วนขาวเข้ามาสองตัว และจับมันกระแทกกับผนังอย่างแรง
“โฮ่งโฮ่ง นายท่านไม่ใช่เจ้าสองตัวนี้หรอกนะที่มีปัญหา แต่เป็นเจ้านกกระเรียนพันขานั้นต่างหาก!”
“เจ้าหมายถึงเชียนเฮ่อ เจ้าสำนักเทียนจีหรือ?”
เจ้าชมพูรีบเขย่ากิ่งไม้แสดงความเห็นด้วย “โฮ่งโฮ่ง เจ้าสารเลวนั้นมันกำลังจะฆ่าคน!”
มีเขาคนจำนวนมากที่จะติดกับดักเขา และมันจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด!
“ใครกันที่จะติดกับดักเขา?”
“โฮ่งโฮ่ง ครอบครัวของลูกศิษย์สำนักเทียนจี”
เจ้าชมพูรู้สึกโกรธมาก โกรธมากถึงขนาดลืมกลายร่างเป็นคน กิ่งก้านของเขาแกว่งไปมาไม่หยุด แกว่งไปมาจนสั่นไปทั้งพื้น
เจ้าชมพูโกรธมาก พี่ชมพูตัดสินใจแล้วว่าจะจัดการเจ้านกกระเรียนพันขานั้น ให้เขารู้บ้างว่าเถาวัลย์โลหิตไม่ได้กินมังสวิรัติ!
ฉู่เชียนหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เหยากวง!”
เหยากวงรีบวิ่งเข้ามาทันที “ท่านพี่ มีอะไรหรือ?”
“ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยบอกว่า ลูกศิษย์ที่สำนักเทียนจีรับเข้ามาส่วนใหญ่เป็นคนตระกูลหาน และสำนักเทียนจีก็เอาครอบครัวของพวกเขาไปดูแลด้วย?”
“ใช่ขอรับ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้เชียนเฮ่อถูกมองว่าเป็นคนจิตใจดีงาม”
“คนเหล่านั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย เชียนเฮ่อกำลังจะฆ่าพวกเขา”
หลังจากที่นางจับตัวเชียนจิ้งหลิวมา แน่นอนว่าเชียนเฮ่อเหมือนโดนควักหัวใจออกมา เขาคงโกรธมากจนทำให้เขาทำเรื่องต่างๆ โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
เหยากวงขมวดคิ้วแน่น “น่ารำคาญจัง คิดไม่ถึงว่าเจ้าเชียนเฮ่อนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ท่านพี่ไม่ต้องกังวล ข้าจะนำคนไปช่วยชีวิตคนเหล่านั้นกลับมาให้ได้”
“เข้าชมพูไปสืบข่าวมาเพิ่ม และพานางไปด้วย”
“ขอรับ”
เหยากวงรีบนำคนออกเดินทางไป เฟิ่งเสวียนตู้เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ฉู่เชียนหลี ยกมือขึ้นนวดวนหว่างคิ้วของนาง
“ไม่ต้องกังวลใจไปหรอก”
ฉู่เชียนหลีรู้สึกผ่อนคลาย เอนตัวพิงสู่อ้อมแขนของเฟิ่งเสวียนตู้
“มีเหยากวงอยู่ข้าก็ไม่กังวลแล้ว แต่มีคำถามอยู่อย่างหนึ่ง”
“หึ?คำถามอะไรหรือ?”
“เชียนจิ่งหลิววางแผนมานานแล้ว จัดวางกำลังคนมากมาย พูดได้ว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล โดยไม่คำนึงถึงว่าต้องแลกมาด้วยชีวิตผู้คนมากมายเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตนเอง แล้วดินแดนจิ่วโยวล่ะ?ถ้าเทียบกับความเป็นความตายของเชียนจิ่งหลิว อนาคตทั้งหมดของดินแดนจิ่วโยวมันไม่ได้สำคัญกว่าหรือ?”
แววตาของเฟิ่งเสวียนตู้มองมา “เจ้ากำลังสงสัยว่าดินแดนจิ่วโยวยังมีวิธีอื่นๆ อีกไหมหรือ?”
“ถ้าข้าเกิดที่ดินแดนจิ่วโยว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปร่วมมือกับเชียนจิ่งหลิวเพียงคนเดียว เชียนจิ่งหลิวรู้ดีว่าต้องหาทางรอดไว้สักสองสามทาง ไม่มีเหตุผลอะไรที่อสูรเสวียนของดินแดนจิ่วโยวจะยอมตายอยู่บนต้นไม้นั้น”
เฟิ่งเสวียนตู้พยักหน้า “เจ้าเลยสงสัยว่าดินแดนจิ่วโยวกำลังใช้เชียนจิ่งหลิวเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมใช่ไหม?”
“ใช่”
“นายท่านฉลาดมาก เก่งกาจที่สุด ข้าผู้เป็นสามีรู้สึกเลื่อมใสเหลือเกิน”
เฟ่งเสวียนตู้กระซิบที่ข้างหู ฉู่เชียนหลีรู้สึกจั๊กจี้ บรรยากาศตึงเครียดเริ่มจางหายไปในทันที