ตอนที่ 211
บทที่ 601 อยากดูระบำไหม?
October 28, 2026
ฉู่เชียนหลีเองคิดว่าพิธีเซ่นไหว้นั้นดูขลังมาก แต่คิดไม่ถึงว่าฮูหยินเฒ่าจะเก็บเงินไปเอง และทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและเรียกให้ไปรับประทานของว่างด้วยกัน
พอของหวานลงท้อง ก็พอจะคลายความหนักใจและความเศร้าใจลงได้บ้าง
ฮูหยินเฒ่าเก็บจานออกไป ยิ้มอย่างร่าเริงและพูดว่า “เอาล่ะ ข้างนอกยังมีงานอีกเยอะรอให้พวกเจ้าไปจัดการ อย่ามัวเสียเวลาอยู่ที่นี้เลย รีบไปจัดการซะเถอะ”
ฉู่เชียนหลีเงยหน้าขึ้น และมองไปที่รอยยิ้มอันเมตตาของผู้เฒ่า ก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
“ตกลง ท่านผู้เฒ่า งั้นพวกข้าไปจัดการธุระกันก่อนนะ สาวกของสามสำนักได้รับบาดเจ็บสาหัสจากค่ายโคจรดาราบูม แต่เจ้าชมพูก็ช่วยชีวิตญาติพี่น้องของสำนักเทียนจีไว้ได้จำนวนไม่น้อยเลย เดี๋ยวให้เหยากวงตรวจสอบอย่างละเอียดอีกที ถ้าไม่ได้ทำชั่วอะไร ก็จะลดโทษให้ตามความเหมาะสม แต่ถ้าทำชั่วไว้มาก ก็ให้โมฆะการบำเพ็ญตนทั้งหมด แล้วให้พวกเขาไปชดใช้กรรมซะ”
ท่านผู้เฒ่าตกใจเล็กน้อย รู้ว่าฉู่เชียนหลีตั้งใจพูดแบบนี้ เพราะต้องการให้ตนรู้ถึงสถานการณ์ของคนพวกนั้น ก็รู้สึกสบายใจขึ้น อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพยักหน้ารับ
“ความยุติธรรมของเชียนหลี ช่างน่าเลื่อมใสเสียจริง”
“ชายชราและฮูหยินเฒ่าคิดเห็นอย่างไรกับการจัดการเชียนเฮ่อและเชียนจิ้งหลิว?”
“ยกให้เจ้า พวกข้าเชื่อใจเจ้า แล้วแต่เจ้าจะจัดการเลย”
ตระกูลหานมีความซื่อสัตย์ พวกเขาทำดีต่อคนอื่นมาชั่วชีวิต สุดท้ายแล้ว ไม่อยากถูกความโกรธแค้นบังตา แค่อยากให้คนที่ทำเลวได้รับกรรมที่เคยก่อไว้อย่างสาสมก็เพียงพอ
ฉู่เชียนหลีพยักหน้า “ตกลง เชียนเฮ่อวุ่นวายกับชะตาชีวิตคนอื่น สาวกสำนักเทียนจีจำนวนไม่น้อยที่ถูกเขาหลอกใช้ จริงๆ ก็เป็นความผิดที่ยกโทษให้ไม่ได้ ต่อให้ฆ่าเขาสักกี่พันครั้งก็ไม่หายแค้น งั้นข้าจะเก็บเขาไว้เอง ส่วนเชียนจิ้งหลิว หลังจากโคจรดาราบูมแตกสลายแล้ว เขาก็จะไม่สามารถพึ่งพาโชคชะตาของสำนักเทียนจีได้อีกต่อไป วันนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกลายเป็นคนไร้ค่า และคงไม่สามารถกลับมาทำอะไรได้อีกแล้วล่ะ”
“เอาล่ะ ไปจัดการเถอะ พวกข้าตื่นแต่เช้ามาทำขนมซะเหนื่อย ว่าจะกลับเข้าไปนอนพักสักงีบ”
“ตกลง”
ฉู่เชียนหลีรอจนท่านผู้เฒ่าทั้งสองเดินออกไปจากลานบ้าน
“ท่านลุงทั้งสอง จัดการกับสำนักเทียนจีและสำนักชางหลานเรียบร้อยแล้ว ยังเหลืออีกหนึ่งสำนักคือสำนักเหยียนหยาง ท่านลุงทั้งสองจะยึดสำนักเลยไหม?”
ซูยี่ส่ายหน้า อารมณ์ของเขาจนถึงตอนนี้ยังคงไม่สงบ
“เชียนหลี ข้าจะตามท่านผู้เฒ่าทั้งสองไปยังโลกธุลี อายุขัยของพวกเขาเหลือไม่มากแล้ว ข้าจะอยู่กับพวกเขาจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต”
“แบบนี้ดีเหมือนกันนะ” ฉู่เชียนหลีมองไปที่ซูหมิน “ท่านลุงใหญ่จะไปโลกธุลีด้วยไหม?”
“เชียนหลี ข้าอยากสืบทอดสำนักเหยียนหยาง ข้อแรก สำนักเหยียนหยางเคยเป็นแรงกายแรงใจของท่านพ่อข้า แม้ว่าวันนี้จะหลงผิดอย่างไม่ตั้งใจ ต้องพยายามทำให้เขากลับตัวกลับใจได้ถึงจะถูก ข้อสอง งานมงคลระหว่างเจ้ากับเสวียนตู้ก็ถึงเวลาอันควรแล้ว พวกข้าในฐานะครอบครัวฝ่ายเจ้าสาว ไม่ว่ายังไงก็ต้องพยายามพัฒนาตนให้ดีขึ้น เพื่อจะได้คอยสนับสนุนเจ้าในอนาคต”
เฟิ่งเสวียนตู้จับมือของฉู่เชียนหลี และจับมือของนางจนแน่น “ท่านลุงทั้งสองสบายใจได้ วันหน้าหากเชียนหลีรังแกข้า ยังไงข้าก็ไม่มีวันที่จะรังแกนางแน่นอน”
ซูหมินตบที่บ่าของเฟิ่งเสวียนตู้ อดหัวเราะไม่ได้ “ดี งั้นลุงทั้งสองก็ต้องดูแลสำนักให้ดี เพราะหากวันไหนเชียนหลีรังแกเจ้ามากจนเกินไป ลุงจะได้พาคนไปคอยสนับสนุนเจ้าไง”
ฉู่เชียนหลีกะพริบตา มองไปที่ซูจิ่นจือเพื่อขอความช่วยเหลือ “ผู้พี่รอง ท่านลุงเป็นพวกเดียวกับเจ้าขี้เหร่แล้ว ท่านต้องอยู่ข้างข้านะ”
ซูจิ่นจือพยักหน้า “ได้สิ ถึงเวลานั้นรับรองว่าข้าอยู่ข้างเจ้าแน่นอน”
พูดเล่นกันแบบนี้ อารมณ์ของทุกคนก็ดีขึ้นมากเลย
วันที่สอง ฉู่เชียนหลียังคงตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม เดินไปกับซูหยินเพื่อส่งท่านผู้เฒ่าทั้งสองด้วยตัวเอง
ฉู่เชียนหลีเรียกปักษียักษ์ขนปะทุออกมา และกำชับอย่างจริงจังว่า “ระหว่างทางบินให้นิ่ม ห้ามให้ท่านผู้เฒ่าทั้งสองได้รับความกระทบกระเทือนเป็นอันขาด ไม่งั้น เจ้ากลับมาเมื่อไรข้าจะดึงขนที่พึ่งงอกของเจ้าทิ้งออกให้หมด”
ปักษียักษ์ขนปะทุรีบพยักหน้าด้วยความเชื่อฟัง “จิ๊ นายท่านสบายใจได้ ครั้งนี้เจ้าปักษียักษ์จะเชื่อฟังและทำอย่างดีที่สุด”
“ท่านลุงทั้งสอง รักษาตัวด้วย”
ซูหยินพยักหน้า “สบายใจเถอะ”
เฟิ่งเสวียนตู้เรียกยู่เหิงกับเทียนเฉวียนออกมา “คุ้มครองท่านลุงท่านสองและส่งท่านผู้เฒ่าทั้งสองข้ามเขาแบ่งเขตให้ดีดี”