ตอนที่ 219
บทที่ 609 จับมือแทนความประนีประนอม
October 28, 2026
เมื่อเห็นฉู่เชียนหลี ความกล้าที่พึ่งรวบรวมมาของโม่หลีก็เหมือนกับลูกบอลที่ถูกเจาะรู ระเบิดออกมาจนหมด
ฉู่เชียนหลีก้าวหลีกทางออกมาข้างๆ “เชิญนั่งดื่มน้ำชาก่อนสิ?”
สีหน้าของโม่หลีดูตกใจ “ข้าทำอย่างนั้นได้ใช่ไหม?”
ท่าทีระมัดระวังตนของเขาแบบนี้ ฉู่เชียนหลีก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร
“นางเข้าถึงยากขนาดนั้นเลยหรือ?ทำไมต้องมีท่าทีกลัวนางขนาดนี้?”
“เข้ามาสิ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ฝีมือการชงชาของข้าใช่ไม่ได้สักเท่าไร ถ้าเจ้าดื่มไม่ได้ก็ต้องบอกข้าล่ะ ไม่งั้นข้าจะโกรธมาก”
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง เจ้าเฉลียวฉลาด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำได้ดีเสมอ”
อย่าว่าแต่ชงชาไม่ได้เรื่องเลย ต่อให้ฉู่เชียนหลีชงยาพิษให้เขากับมือตัวเอง เขาก็คงมองว่ามันหวานเป็นลูกกวาดอยู่ดี
ฉู่เชียนหลีนั่งอยู่ข้างโต๊ะ รินชาแล้วยกมาเสิร์ฟให้จอกหนึ่ง
โม่หลีนั่งอยู่ตรงหน้า ถือจอกชาอยู่ในมือ ในใจเต็มไปด้วยความกังวล
ทั้งสองเงียบงันใส่กัน ฉู่เชียนหลีราวกับจะไม่ได้ร้อนใจอะไร จิบชาไปพลาง มองทะลุผ่านประตูวังไปพลาง มองเซินเป่าที่กำลังส่งเสียงดังอยู่ด้านนอก ด้วยแววตาอันแสนอบอุ่น
หลังจากนั้นไม่นาน โม่หลีก็ยอมเปิดปากพูดขึ้นมา
“เชียนหลี ข้า...ข้ามีเรื่องอยากจะพูด เจ้าเดาออกแล้วใช่ไหมว่าข้าเป็นใคร”
“เดาออกสิ ท่านก็เป็นพ่อที่แท้จริงของข้าไง? ไม่เห็นจะเดายากตรงไหนเลย”
โม่หลีรู้สึกขมขื่นใจ “เป็นข้าเองที่คิดว่าตัวข้าฉลาก คิดจะเป็นอาจารย์ของเจ้าก่อน ค่อยๆ อบรมบ่มนิสัยเจ้าให้ดี แล้วค่อยบอกความจริงกับเจ้าว่าข้าเป็นใคร หวังว่าเจ้าจะคลายโกรธข้าลงได้บ้าง”
ฉู่เชียนหลีหลบสายตา ใช้แววตาเย็นชามองไปที่โม่หลี
“ถ้าท่านอยากจะรู้สึกสบายใจล่ะก็ ข้าบอกความจริงแก่ท่านก็ได้ว่า ข้าไม่เคยโกรธไม่เคยเกลียดท่านเลย ท่านกลับไปอยู่โลกธุลี ไปเป็นจ้าวเซียนของท่านต่อไปเลย”
“ข้าไม่ไป ข้าจะไปเป็นจ้าวเซียนเพื่ออะไร? ข้าอยากอยู่ดูแลลูกสาวของข้า!” โม่หลีพูดด้วยความตื่นเต้น “เชียนหลี เรื่องระหว่างข้ากับท่านแม่ของเจ้า ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง รู้แต่เพียงว่าข้ารู้สึกผิดต่อนาง รู้สึกผิดต่อเจ้า รวมถึงรู้สึกผิดต่อตระกูลซูด้วย”
“ไม่ต้องพูดขอโทษหรอก ใครบ้างไม่เคยทำผิด? ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ผิดก็คือผิด”
“ที่เจ้าพูดก็ถูก” โม่หลีพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้ารู้ว่าข้าทำผิด ตอนนี้ข้าแค่อยากทดแทนให้เจ้า เจ้าให้โอกาสข้าสักครั้งได้ไหม?”
ฉู่เชียนหลีสังเกตโม่หลีอย่างละเอียด แววตาดูสงบเยือกเย็นมาก
แววตาแห่งความหวังของโม่หลีค่อยๆ ริบหรี่ลง ในขณะที่เขากำลังสิ้นหวังอยู่นั้น ฉู่เชียนหลีก็ยกถ้วยชาขึ้นมา
“ชนแก้วเถอะ ไม่ต้องทดแทนอะไรทั้งนั้น ถ้าท่านอยากอยู่ต่อล่ะก็ ข้าคงไม่กล้าไล่จ้าวเซียนได้หรอกมั้ง?”
โม่หลีตะลึงไปชั่วครู่ และก็ดึงสติกลับมาได้ เขาควบคุมเรี่ยวแรงมือตัวเองไม่อยู่ จนทำให้จอกชาเบี้ยวเปลี่ยนรูปไปหมด
ยังดีที่จอกชาซางอวี้ไม่ใช่เครื่องลายคราม แต่ทำจากทองเหลืองทั้งหมด ไม่งั้นล่ะก็ คงมีเศษกระเบื้องเต็มมือไปหมด
“ข้า....เอออ...เชียนหลี ข้าไม่ได้ตั้งใจ ถ้วยชามันนิ่มเกินไป”
เชียนหลีอดยิ้มไม่ได้ เอาจอกชาตัวเองชนกับจอกแก้วในมือของโม่หลี แล้วก็ดื่มชานั้นจนหมด
โม่หลีรีบปั้นจอกชาให้คืนรูปเดิม รู้สึกตื่นเต้นมาก น้ำชาในจอกก็สั่น แม้แต่เปลือกใบชาเขาก็ไม่บ้วนทิ้ง กลืนลงคอไปจนหมด
ฉู่เชียนหลีเม้มปากเล็กน้อย หลังจากเดาตัวตนของโม่หลีออก นางเองก็อยากจะปฏิเสธไม่ยอมรับ หรือไม่ก็ไล่เขาออกไป
แต่นึกถึงค่ายโคจรดาราบูมตอนนั้น คนคนนี้แหละที่กระโดดเข้าไปในค่ายกลอย่างไม่ลังเล เขาเลยไม่รู้ว่าจะโกรธต่อไปทำไม ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ลองยอมรับสักครั้งก็แล้วกัน